Strategic Move

‘การบินไทย’ ขอ 3 วัน กู้วิกฤต หลังไฟล์ทดีเลย์เกือบ 100% สัมภาระตกค้างกว่า 5,600 ใบ

‘ชาย เอี่ยม’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกมาแถลงชี้แจงและขออภัยต่อผู้โดยสารและลูกค้าทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและสัมภาระตกค้างอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยถึงสาเหตุที่แท้จริงของวิกฤต แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยตั้งเป้า 3 วัน จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

THAIAIRS-01.jpg
“ก่อนเกิดวิกฤต ฝ่ายบริหารได้ประชุมประเมินสถานการณ์น้ำท่วมรอบนอกกรุงเทพฯ และจัดเตรียมกำลังบุคลากรสำรองไว้แล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาโดยตั้งเป้าประคองกำลังการผลิต (Capacity) การบินไว้ที่ประมาณ 80% แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายคือ ระดับน้ำที่ท่วมขังสูงในตรอกซอกซอยลึกรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นย่านพักอาศัยหลักของพนักงานส่วนใหญ่ ทำให้พนักงานถูกตัดขาด ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านมารายงานตัวได้ตามแผน”

ข้อจำกัดสำคัญที่สุดคือ ‘แรงงานทักษะพิเศษที่ต้องมีใบอนุญาต’ ซึ่งไม่สามารถหาบุคลากรอื่นมาทดแทนได้ เช่น ตำแหน่ง Loadmaster ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ข้างเครื่องบิน โดยปกติแล้วต้องมี 45 คน แต่มีพนักงานเข้ามารายงานตัวได้เพียง 20 คน

แม้ฝ่ายบริหารขอความอนุเคราะห์รถ GMC จากกองทัพลงพื้นที่ไปรับพนักงานถึงหน้าบ้าน แต่ก็ทำได้จำกัด เนื่องจากพนักงานบางส่วนยังต้องดูแลครอบครัวในพื้นที่น้ำท่วมสูง

ส่วนแรงงานทั่วไปจากปกติกว่า 500 คน สามารถมาทำงานได้เพียง 200–300 คนเท่านั้น ซึ่งทางการบินไทยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศและกระทรวงกลาโหมประมาณ 100 ราย และขณะนี้อยู่ระหว่างการขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม

ขณะที่ปัญหาสินค้าคลังสินค้าที่ค้างล้นคลัง เนื่องจากผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานจนไม่สามารถมารับสินค้าออกไปได้ ส่งผลให้คาร์โก้ต้องค้างอยู่บนอุปกรณ์ลากจูง (Dolly) จนไม่สามารถนำอุปกรณ์เหล่านั้นไปลำเลียงสัมภาระจากเครื่องบินลำอื่นได้ แต่ตอนนี้กำลังเร่งประสานให้ลูกค้ามารับสินค้าเพื่อคืนพื้นที่โดยด่วน

 แล้วทำไมการบินไทยถึงได้รับผลกระทบหนักกว่าสายการบินอื่น?

สำหรับจำนวนไฟล์ทดีเลย์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาของการบินไทยสูงเกือบ 100% และมีเที่ยวบินออกตรงเวลาได้ไม่ถึง 3% จากไฟล์ทที่บินออกจากกรุงเทพฯ ทั้งหมดกว่า 110 เที่ยวบินต่อวัน สาเหตุหลักเนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นฐานการบินหลัก (Home Base) ของการบินไทย กิจกรรมทั้งหมดตั้งแต่การโหลดสัมภาระ อาหาร และคาร์โก้ ต้องเกิดขึ้นที่นี่

ขณะที่สายการบินอื่นได้เตรียมการและโหลดสัมภาระมาจากต้นทางแล้ว เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ จึงทำเพียงการรับ-ส่งผู้โดยสารและออกเดินทางต่อได้ทันที

เพื่อควบคุมการปฏิบัติการให้กลับมาตรงเวลา การบินไทยได้ประกาศปรับลดกำลังการผลิต ลงประมาณ 30% จากเดิมที่มีเที่ยวบินออกจากกรุงเทพฯ วันละประมาณ 110 เที่ยวบิน ทั้งรวมเที่ยวบิน (Combine Flights) และยกเลิกบางเที่ยวบิน รวมถึงโอนถ่ายผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น และส่งมอบการดูแลสายการบินลูกค้า (Customer Airlines) ให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามารับช่วงดูแลแทน

สำหรับสัมภาระที่ตกค้างอยู่ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ทางชายบอกว่า มีอยู่กว่า 5,600 ใบ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ในการจัดพื้นที่ Main Terminal และสนับสนุนกำลังพล เร่งลำเลียงกระเป๋าจากพื้นที่ด้านในออกมา

นอกจากนี้ ยังระดมพนักงาน Back Office ของการบินไทยเข้ามาช่วยนำข้อมูลกระเป๋ามาทำการ Matching กับผู้โดยสาร พร้อมเพิ่มผู้ให้บริการขนส่งรวมเป็น 3 ราย แบ่งเป็นผู้ให้บริการเดิม 2 ราย และไปรษณีย์ไทยเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ราย เพื่อกระจายส่งคืนให้เร็วที่สุด

ส่วนการชดเชยเยียวยา มีการตั้งโต๊ะประสานงานทั้งฝั่งนอกและฝั่งใน Terminal ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อดูแลเรื่องการชดเชยทั้งกรณีสัมภาระล่าช้าและเที่ยวบินล่าช้าทันที

โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย ตั้งเป้าหมายไว้ว่า สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน เพื่อเคลียร์สัมภาระตกค้างทั้งหมดและ Set Zero ใหม่ ไม่ให้กระเป๋าใหม่ลงไปปะปนกับกระเป๋าค้างเก่า