วิกฤตเด็กเกิดน้อยสร้างความระส่ำระสายไปทุกอุตสาหกรรม แวดวงการศึกษาได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ไม่ได้เกิดแต่กับระดับโรงเรียนเท่านั้น ระดับอุดมศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยก็ได้รับผลกระทบ หลายแห่งเร่งปรับหลักสูตรเพื่อให้ทันยุคสมัย ที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาท
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้เพิ่งแถลงทิศทางยุทธศาสตร์การผลิตบัณฑิตครั้งใหญ่ ตั้งเป้าหมายบัณฑิต “มีงานทำ 100%” ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ปรับโครงสร้างกว่า 290 หลักสูตรเน้นฝึกประสบการณ์จริงร่วมกับภาคเอกชน พร้อมเตรียมเปิดตัวระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) เปิดทางสะสมหน่วยกิตล่วงหน้า ดันจบปริญญาตรี-โท ไวสุดภายใน 3-5 ปี ประเดิมเปิดบ้านในงาน “Thammasat Open House 2026” ตุลาคม-พฤศจิกายนนี้
ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยในงานแถลงข่าว Thammasat Open House 2026: Press Conference ว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี และ AI ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน เป้าหมายสำคัญของ มธ. ตั้งแต่ปี 2570 คือการทำให้บัณฑิตทุกคนมีงานทำ 100% ด้วยการสร้างทักษะแห่งอนาคต หรือ IMPACT ซึ่งประกอบด้วย
1. Interpersonal Skills ความสามารถในการปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับคนทุกช่วงวัย
2. Mindful Self-Development ความพร้อมพัฒนาตนเองทั้งกายและใจ
3. Progressive Thinking การคิดวิเคราะห์และการคิดสร้างสรรค์
4. Agility ความยืดหยุ่น พร้อมรับความท้าทายและความล้มเหลว
5. Competencies in Technologies การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI
6. Thrives in Global Citizenship and Financial Literacy ความเป็นพลเมืองโลกและความรู้เท่าทันทางการเงิน
ยกเครื่อง 290 หลักสูตร นำร่อง Credit Bank เรียนจบไวขึ้น
มธ. เตรียมปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรีกว่า 290 หลักสูตร ในปี 2570 โดยเพิ่มสัดส่วนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากเดิม 3 หน่วยกิต เป็น 6–12 หน่วยกิต เพื่อสร้างโอกาสให้ภาคเอกชนได้รับนักศึกษาเข้าทำงานทันทีหลังจบการฝึกงาน
นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว ระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) อย่างเป็นทางการในปี 2570 เปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมศึกษา และผู้สนใจทั่วไป สามารถลงเรียนรายวิชาของธรรมศาสตร์ผ่านระบบ E-Learning และการเรียนในห้องเรียน เพื่อสะสมหน่วยกิตไว้เทียบโอนเมื่อเข้าศึกษาต่อ ซึ่งช่วยให้สามารถจบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโทรวมกันได้ภายในเวลาเพียง 3–5 ปี