อนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท (A Asset) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ เน้นทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั้งห้าง โรงแรม โรงพยาบาล รวมถึงที่อยู่อาศัย ทั้งในไทยและเวียดนาม
SKV53 มิกซ์ยูสหรูใหม่ทองหล่อ ใหญ่ 1 แสนตร.ม.
ล่าสุด A Asset ร่วมกับพาร์ตเนอร์เวียดนาม เช่าที่ดินย่านทองหล่อ 7 ไร่ ระยะ 40 ปี (รูปแบบสัญญา 30 ปี + 10 ปี) เตรียมพัฒนาโครงการแฟล็กชิปมิกซ์ยูสระดับลักชัวรี "SKV53" (ยังไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการ) มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 100,000 ตร.ม. ติด BTS สถานีทองหล่อ
โดยมีทั้งหมด 3 อาคาร คือ อาคารหลัก (Podium) สูง 6 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้น, ทาวเวอร์ A สูง 39 ชั้น และทาวเวอร์ B สูง 28 ชั้น ภายในประกอบด้วย
1.โรงแรมระดับ 5 ดาว + Branded Serviced Residence (เช่าแบบรายเดือน) จำนวน 640 ห้อง
2.Branded Residence จำนวน 220 ห้อง รูปแบบลีสต์โฮลด์ เช่าระยะยาว 40 ปี
3.พื้นที่สีเขียว 5,000 ตร.ม. (ใหญ่สุดในย่านทองหล่อ) โดยแบ่งเป็นสวนสาธารณะ 2,000 ตร.ม. ที่เหลือเป็นพื้นที่สีเขียวส่วนตัวของลูกบ้านในโครงการ
4.ออฟฟิศ ขนาด 3,000 ตร.ม.
5.เวลเนสเซ็นเตอร์
6.ไลฟ์สไตล์รีเทล
"เราศึกษาวิถีชีวิตในทองหล่อและช่องว่างของตลาด แม้ทองหล่อจะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ออฟฟิศ และ BTS แต่ทุกอย่างยังกระจายตัว A Asset จึงรวมการอยู่อาศัย งาน สุขภาพ และพื้นที่สีเขียวไว้ในที่เดียว ผ่านแนวคิด Green & Wellness เพื่อสร้างพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงอย่างครบวงจร"

จ่อดึงเชนโรงแรม 5 ดาวบริหาร Branded Residence ชูราคาต่ำกว่า Freehold ถึง 30%
สำหรับที่อยู่อาศัยในโครงการเป็น Branded Residence จากเชนโรงแรมระดับ 5 ดาว รูปแบบ Leasehold หรือ สิทธิเช่าระยะยาว 40 ปี จุดเด่นคือ ราคาต่ำกว่าการซื้อขาดแบบ Freehold ราว 30% ซึ่งที่อยู่อาศัยในโครงการ Mixed-use พื้นที่ Prime CBD ระดับ Upper-mid ถึง Ultra-luxury มีราคาซื้อขายตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท/ตร.ม.
"Branded Residence แบบ Leasehold ใช้เงินลงทุนต่ำกว่า แต่มีผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) 4.5% - 9.5% ต่อปี สูงกว่าแบบ Freehold ซึ่งมียีลด์เช่าราว 4-5% ต่อปี"
ทั้งนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยในทองหล่อ แม้จะมีซัพพลายเหลือขายกว่า 1,300 ยูนิต แต่ยังมีช่องว่างโดยเฉพาะโครงการที่เน้นเรื่องสุขภาวะ ซึ่งผลวิจัยจาก Terra Bkk พบว่า 90% ผู้บริโภคมีแนวโน้มสนใจซื้อเมื่อโครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด Wellness Living สอดคล้องกับ SKV53 ที่มีทั้งส่วนเวลเนสเซ็นเตอร์ และพื้นที่สีเขียว 5,000 ตร.ม. เพื่อทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาวะที่ดี

จ่อเปิดโครงการปี 73
โครงการ SKV53 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดกระบวนการจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 1 ปี 2570
เมื่อผ่าน EIA จะเริ่มสร้างโครงการทันที ประเมินว่าจะใช้เวลาพัฒนาราว 3 ปี ก่อนจะพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2573 นี้
