Strategic Move

พี่ใหญ่ KFC บอกคู่แข่งยิ่งเยอะยิ่งโต ล่าสุดเสริมทัพเมนูไม่ใช่มีดีแค่ ‘ไก่ทอด’

หลังจากเมื่อกลางปี 2569 KFC ระดับโกลบอลมีการพลิกโฉมใหญ่ทั้ง Brand Identity-เมนู-ดีไซน์ร้านไป ล่าสุดก็ถึงคิว KFC ในไทยซึ่งถือเป็นการยกเครื่องใหญ่ในรอบกว่า 10 ปี โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ‘ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์’ General Manager KFC ประเทศไทย ระบุว่า ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันของการแข่งขันที่สูงขึ้น หรือเพราะตลาดไก่ทอดอิ่มตัว

KFC12-01.jpg

แต่ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ที่ครองส่วนแบ่งในตลาด QSR (Quick Service Restaurant) สูงกว่า 56% และอยู่ในไทยมานานถึง 42 ปี เป้าหมายหลักคือการขยายตลาดและเปิดโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิม

“การมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามายิ่งเยอะยิ่งดี เพราะช่วยทำให้บรรยากาศในธุรกิจคึกคัก กระตุ้นความสนใจของผู้บริโภค ทำให้ตลาดไก่ทอดโดยรวมขยายใหญ่ขึ้น และยืนยันตลาดไก่ทอดไม่ได้อิ่มตัว ไม่เช่นนั้นคงไม่มีรายใหม่เข้ามามากแบบนี้”

จาก QSR สู่ QXR ประเดิมสาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นต้นแบบ

สำหรับการยกเครื่องใหญ่ของ KFC ในไทยได้ใช้สาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นต้นแบบแห่งแรก ก่อนจะทยอยปรับให้ครบทุกสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน 1,024 แห่ง ด้วยการขยับแนวคิดจาก QSR ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวก ไปสู่ Quality Experience Restaurant หรือ QXR ที่เพิ่มเรื่องประสบการณ์เข้ามาเป็นอีกแกนสำคัญ

ความน่าสนใจ คือ ไม่ได้เปลี่ยนแค่ดีไซน์ร้าน, Brand Identity, ยูนิฟอร์มพนักงาน, แพกเกจจิ้ง แต่ยังรวมไปถึงการให้บริการ ทั้งตู้คีออส, บริการ Just Pick Up พร้อมเพิ่มเมนูใหม่ทั้งไก่ไม่กระดูก ให้ลูกค้าปรับแต่งรสชาติได้เองด้วยการคลุกผงปรุงรส ดังก์ซอส และดิปซอส ซึ่งปรับให้ถูกจริตคนไทยโดยเฉพาะ เช่น Smoky BBQ, Seoul Hot, New Jai Ded, Garlic Parmesan, White Truffle, Zabb Spicy ฯลฯ

นอกจากนี้ยังขยายโอกาสการทานมากกว่าแค่มื้อหลัก ด้วยขยายไลน์เมนูไปยังกลุ่มเครื่องดื่ม ขนมหวาน ของทานเล่น เช่น Scoop Fries, Matcha Mochi Egg Tart ฯลฯ

และในอนาคตอาจจะได้เห็น KFC Café ซึ่งมีการเปิดตัวแล้วในต่างประเทศ เพื่อสร้างความต่างและดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่มให้มาใช้บริการ KFC ได้บ่อยขึ้นในหลายช่วงเวลา

ไม่เล่นสงครามราคา แต่เน้นสร้าง ‘ความคุ้มค่า’

สำหรับการแข่งขันด้านราคา KFC มองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของธุรกิจร้านอาหารทำกันอยู่แล้ว และแทนที่จะหั่นราคาแข่งหรือปรับลดราคาเซตเมนูให้ต่ำที่สุด ทาง KFC จะเน้นออกสินค้าใหม่ รสชาติใหม่ และเน้น ‘ความคุ้มค่า’ (Value for Money)

รวมถึงโปรโมชันที่หลากหลายสลับเวียนกันออกมาเกือบทุกเดือน ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่

ปริมาณ: ต้องได้ปริมาณที่เหมาะสม ทานแล้วอิ่มท้องได้เป็นมื้อ

คุณภาพ: คุณภาพอาหาร การรักษามาตรฐานรสชาติไก่ทอดสูตรดั้งเดิม และการบริการ

ราคา: ราคาต้องจับต้องได้ สมเหตุสมผล และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค

โดยปัจจุบันเซ็ตเมนูของ KFC มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 59 บาท สำหรับเมนูทานเดี่ยว/ข้าว, ราคาเริ่มต้น 199 บาทสำหรับกินแบบกลุ่ม ซึ่งในอนาคตจะมีการออกเมนูอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น โดยเน้นรสชาติใหม่ๆ ที่เข้มข้นและถูกปากคนไทย พร้อมกับมีโปรโมชันออกมาต่อเนื่อง

มีสาขาครบ 77 จังหวัดไม่พอ ต้องลงลึกระดับ ‘ชุมชน’

ปัจจุบัน KFC มีสาขาเปิดให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัดรวมแล้ว 1,024 สาขา ซึ่งวางเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มเป็น 1,266 สาขาภายในสิ้นปีนี้ แบ่งเป็นสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ 40% และต่างจังหวัด 60%

สำหรับแผนการเติบโตในปีหน้า KFC วางเป้าหมายเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 40–50 สาขาต่อปี โดยการขยายจะลึกลงสู่ระดับอำเภอ ตำบล ชุมชน ตลอดจนหมู่บ้าน ผ่านรูปแบบร้านที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นร้านในศูนย์การค้า, ร้านรูปแบบสแตนด์อโลน, ไดรฟ์ทรู ไปจนถึงพื้นที่จุดเชื่อมต่อการเดินทางต่างๆ

การยกเครื่องใหญ่ของ KFC ประเทศไทย ในวัย 42 ปี ครั้งนี้ เป็นการยกระดับ Branding ให้เป็นไปตามทิศทางเดียวกับ KFC ทั่วโลก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สนุกสนาน และเข้าถึงง่าย ขณะเดียวกันยังเป็นการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายสู่คนรุ่นใหม่ และเพิ่มโอกาสการบริโภคให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาไม่จำกัดแค่มื้อหลัก

.