Strategic Move

เช็กที่นี้ก่อนแพลนไปต่างประเทศรอบหน้า รัฐจ่อเก็บ ‘ภาษีขาออก’ 1,000 บาท ใครรอด-ใครต้องจ่าย-รายละเอียดเป็นอย่างไร?

สายเที่ยวและขาบินต่างประเทศต้องฟัง! แพลนทริปต่างประเทศรอบหน้าอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะกรมสรรพากรเปิดประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. ใหม่ เตรียมจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 1,000 บาทต่อครั้ง ครอบคลุมทั้งคนไทยและต่างชาติ เช็กรายละเอียดและข้อยกเว้นฉบับเข้าใจง่ายได้ในบทความนี้

TRAVELTAX-01.jpg

กรมสรรพากร ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... บนเว็บไซต์ law.go.th (ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 29 ตุลาคม 2569) ซึ่งถือเป็นการปัดฝุ่นและปรับปรุงระบบภาษีการเดินทางครั้งใหญ่ของประเทศไทย

หากย้อนกลับไปในอดีต ประเทศไทยเคยใช้พระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี 2526 เพื่อชะลอการนำเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศ แต่ต่อมาได้ยกเว้นการจัดเก็บไปตั้งแต่ปี 2534

สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และสร้างความยืดหยุ่นในการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต โดยร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว จะเก็บภาษีจากผู้เดินทาง ‘ทุกสัญชาติ’ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนไทยหรือผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยเหมือนในอดีต

สรุปสาระสำคัญ จ่ายเท่าไร จ่ายอย่างไร?

อัตราจัดเก็บช่วงแรก: จะเก็บเฉพาะการเดินทางทางอากาศ ในอัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง

ทางบกและทางน้ำ: ในระยะแรกจะ ได้รับการยกเว้นภาษี

เพดานภาษีสูงสุด: กฎหมายวางกรอบเพดานไว้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในกฎกระทรวงในอนาคต)

วิธีชำระเงิน: เรียกเก็บรวมไปกับค่าตั๋วเครื่องบิน ผ่านสายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสารทันที (หากกรณีไม่ได้ซื้อตั๋วปกติ กรมสรรพากรจะกำหนดช่องทางชำระเงินอีกครั้ง)

ใครบ้างที่ได้รับการยกเว้น?

ร่างกฎหมายได้กำหนดกลุ่มบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไว้ ซึ่งอ้างอิงตามหลักเกณฑ์เดียวกับค่าบริการผู้โดยสารขาออก ดังนี้

1.เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี

2.ผู้โดยสารต่อเครื่อง/เปลี่ยนเครื่อง: ผู้โดยสารผ่านระหว่างประเทศที่ไม่ได้ออกจากบริเวณห้องผู้โดยสารผ่าน หรือผู้ที่จำเป็นต้องพักรอเปลี่ยนเครื่องในสนามบินตามเงื่อนไข

3.บุคลากรปฏิบัติหน้าที่: พนักงานและผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกิจการขนส่งที่เดินทางออกนอกประเทศตามหน้าที่โดยไม่เสียค่าโดยสาร

4.บุคคลและองค์กรตามภารกิจพิเศษ: พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ราชอาคันตุกะ คณะผู้ตรวจจากองค์การห้ามอาวุธเคมี และผู้เดินทางด้วยอากาศยานราชการ

ซื้อตั๋วล่วงหน้า โดนย้อนหลังไหม?

คำตอบ คือ ‘ไม่โดน’ โดยร่างกฎหมายระบุชัดเจนว่า จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วัน หลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และหากซื้อตั๋วโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ จะไม่ต้องเสียภาษีนี้ แม้ว่าวันเดินทางจริงจะเกิดขึ้นหลังจากกฎหมายเริ่มใช้แล้วก็ตาม

ลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม เพื่อให้ระบบการจัดเก็บมีประสิทธิภาพ กฎหมายได้กำหนดมาตรการและบทลงโทษสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงหรือไม่ชำระภาษีตามกำหนด โดยหากค้างชำระภาษีจะต้องจ่าย เบี้ยปรับ 2 เท่า ของจำนวนภาษี และ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของยอดค้างชำระ

ส่วนกรณีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี แจ้งข้อมูลหรือยื่นหลักฐานเท็จ ตลอดจนขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ จะมีโทษปรับทางพินัยเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด

ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ นอกจากจะกระทบโดยตรงต่อผู้เดินทางแล้ว ยังส่งผลต่อผู้ประกอบการสายการบิน สมาคมการท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวให้รองรับ ซึ่งปัจจุบันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสมที่สุดก่อนนำมาใช้งานจริงในอนาคต