ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการแข่งขันมากขึ้น หลัง "จำนวนโรงเรียนขยายตัวเร็วกว่าจำนวนนักเรียน" ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งหากลยุทธ์ดึงดูดและรักษาฐานนักเรียน ท่ามกลางต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ปี 2026 จำนวนโรงเรียนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.3% ขณะที่จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเพียง 3.8% สะท้อนซัพพลายเปิดใหม่ เริ่มแซงดีมานด์ ดังนี้
ปี 2022
-รร.นานาชาติ มีจำนวน 234 แห่ง
-จำนวนนักเรียน 66,352 คน
ปี 2023
-รร.นานาชาติ มีจำนวน 236 แห่ง (+0.85%yoy)
-จำนวนนักเรียน 70,539 คน (+6.31%yoy)
ปี 2024
-รร.นานาชาติ มีจำนวน 249 แห่ง (+5.51%yoy)
-จำนวนนักเรียน 77,732 คน (+10%yoy)
ปี 2025
-รร.นานาชาติ มีจำนวน 266 แห่ง (+6.83%yoy)
-จำนวนนักเรียน 82,908 คน (+6.6%yoy)
ปี 2026
-รร.นานาชาติ มีจำนวน 280 แห่ง (+5.2%yoy)
-จำนวนนักเรียน 86,056 คน (+3.8%yoy)
ปี 2027 (คาดการณ์)
-รร.นานาชาติ มีจำนวน 293 แห่ง (+4.6%yoy)
-จำนวนนักเรียน 89,200 คน (+3.6%yoy)
แม้ทั้งจำนวนโรงเรียนและนักเรียนยังเติบโต แต่การขยายตัวของโรงเรียนที่เร็วกว่าฐานนักเรียนเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น โดย "จำนวนนักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียนลดลง"
-จาก 312 คน/รร. ในปี 2025
-เหลือ 307 คน/รร. ในปี 2026
-คาดว่าจะลดลงต่อเนื่องเหลือ 304 คน/รร. ในปี 2027
"สะท้อนการแข่งขันเพื่อดึงนักเรียนเข้าสู่แต่ละโรงเรียนที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น"

ค่าเทอมเร่งตัวขึ้น 5% พยุงรายได้กลุ่มธุรกิจ รร.นานาชาติ ปีหน้าแตะ 1.4 แสนล้านบาท
เมื่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนไม่ทันกับการขยายตัวของโรงเรียน การปรับขึ้นค่าเทอมจึงมีบทบาทมากขึ้นในการรักษาการเติบโตของรายได้
โดยค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีของโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น ดังนี้
-ปีการศึกษา 2024/2025 เฉลี่ย 776,887 บาท
-ปีการศึกษา 2025/2026 เฉลี่ย 799,818 บาท (+3%yoy)
-ปีการศึกษา 2026/2027 เฉลี่ย 839,184 บาท (+5%yoy)
แนวโน้มดังกล่าวช่วยหนุนรายได้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติให้เติบโตต่อเนื่อง แม้จำนวนนักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียนจะลดลง
โดย KResearch คาดว่ารายได้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติจะเพิ่มจาก 1.28 แสนล้านบาทในปี 2026 เป็น 1.41 แสนล้านบาทในปี 2027 หรือเติบโตประมาณ 10%

แนะโรงเรียนต้องสร้างจุดต่างมากกว่าแค่หลักสูตร
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการกระจุกตัวของโรงเรียนนานาชาติ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งมีสัดส่วนโรงเรียนมากกว่า 45% ของทั้งประเทศ ทำให้การแข่งขันเพื่อดึงดูดนักเรียนมีความเข้มข้นกว่าพื้นที่อื่น
ในระยะต่อไป
ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงชื่อเสียงหรือหลักสูตรการศึกษาเพื่อสร้างความได้เปรียบ แต่ต้องพัฒนาความแตกต่างให้ครอบคลุมประสบการณ์การเรียนรู้ ทั้งคุณภาพการศึกษา หลักสูตรเฉพาะทาง กิจกรรม สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสังคมภายในโรงเรียน เพื่อดึงดูดนักเรียนใหม่และรักษาฐานนักเรียนเดิม
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติไทยยังมีโอกาสเติบโตด้านรายได้ แต่การขยายตัวของอุปทานที่เร็วกว่าจำนวนนักเรียนกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการ การรักษาความสามารถในการแข่งขันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มค่าเทอมหรือเปิดโรงเรียนใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างคุณค่าที่ทำให้ผู้ปกครองเลือกและพร้อมจ่ายในระยะยาว
