ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย กลายเป็นหมุดหมายการลงทุนของทุนต่างชาติ สะท้อนจากการเติบโตของ 2 เซกเมนต์ ได้แก่
1.นิคมอุตสาหกรรม
ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มียอดซื้อขายที่ดินอุตสาหกรรม (Land Take-up) จำนวน 5,503 ไร่ เพิ่มขึ้น 17.5% YoY
ส่งผลให้ซัพพลายที่ดินอุตสาหกรรม (SILP) มีพื้นที่รวมสะสม 191,292 ไร่ เติบโต 3.1% YoY โดยกว่า 64.6% ของพื้นที่ทั้งหมดขยายตัวอยู่ในโซน EEC (อ้างอิงข้อมูล ไนท์แฟรงค์)
2.นิคมอุตสาหกรรม
ในช่วงปี 2567-2569 มีแผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จำนวน 57 โครงการ มูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านบาท และได้รับการอนุมัติแล้ว 25 โครงการ มูลค่า 3.6 แสนล้านบาท (อ้างอิงข้อมูล ซาวิลส์)
การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ และการลงทุนภาคการผลิต เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจระบบน้ำที่อยู่เบื้องหลังโรงงานและโครงการขนาดใหญ่ ตั้งแต่ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้ SN Group ผู้บริหารจัดการระบบน้ำครบวงจรได้รับอานิสงส์เชิงลวกไปด้วย

ธุรกิจระบบน้ำบูม รับจีน-ไต้หวันย้ายฐานผลิตมาไทย
สุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ SN Group ผู้บริหารจัดการระบบน้ำครบวงจร กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจมา 67 ปี ผ่าน 3 โครงสร้างบริษัท คือ
1.ส.นภา ออกแบบก่อสร้าง น้ำพุ น้ำตก ระบบรีไซเคิลน้ำ สัดส่วน 40% ของพอร์ตฯ รายได้
2.GUSCO บริหารจัดการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม (เปรียบเสมือนนิติของนิคม ดูน้ำ แสงสว่าง ถนน ภายใต้การอุตสาหกรรมทั้งหมด) สัดส่วน 55% ของพอร์ตฯ รายได้
3.GEM บริหารจัดการน้ำ บำบัดน้ำเสียให้ โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม เป็นการร่วมทุนกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดูนิคมฯ ทั้งหมด 14 แห่ง สัดส่วน 5% ของพอร์ตฯ รายได้

สำหรับปี 2569 หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจระบบน้ำ มาจากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะความต้องการลงทุนใหม่และการย้ายฐานการผลิตจากทุนจีนและไต้หวันมายังพื้นที่ EEC ของไทย ทำให้ความต้องการระบบสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งระบบน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย ส่งผลให้พอร์ตฯ น้ำสำหรับอุตสาหกรรมเติบโต 20-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)
ธุรกิจที่เอื้อการขยายตัวระบบน้ำของบริษัทฯ อาทิ
-กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
-การลงทุน "ดาต้าเซ็นเตอร์" ยังเป็นอีกตลาดที่ต้องใช้ระบบน้ำและการจัดการน้ำเสียเพื่อรองรับการดำเนินงาน
-กลุ่มอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่มีความต้องการระบบสาธารณูปโภคสำหรับโรงงาน
"ปัจจุบันธุรกิจระบบน้ำทั้งน้ำดีและน้ำเสียมีผู้เล่นอย่างละ 6 ราย แต่เราเป็นเจ้าเดียวที่ดูแลเรื่องน้ำครบวงจร จึงมีความได้เปรียบกว่าคู่แข่ง โดยเรามีทั้งงานภาครัฐและเอกชน สัดส่วนมูลค่า 50 : 50 เช่น ระบบน้ำนิคมอุตสาหกรรมอมตะ และสวนอุตสาหกรรมสหพัฒน์, การทำระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลทั่วประเทศขององค์การจัดการน้ำเสีย เป็นต้น"

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีรายได้จากการเติบโตของธุรกิจสระน้ำ เพิ่มขึ้น 20-30% (YoY) ทั้งความนิยมในการทำสระน้ำในโครงการอสังหาริมทรัพย์ (บ้าน/คอนโด/พูลวิลล่า) และโรงแรมใตพื้นที่ท่องเที่ยวสมุยและภูเก็ต
ตลอดจนการทำสระในบ้านของผู้บริโภคทั่วไป เติบโต 10% (YoY) ทั้งสระทั่วไป วารีบำบัด และสวิมเจ็ต จากเทรนด์คนรักสุขภาพ และสังคมสูงวัย มี 2 ราคา คือ
-งบเริ่มต้น 50,000-100,000 บาท (สำหรับวารีบำบัด)
-งบ 200,000-300,000 บาท (สำหรับสระขนาด 6×8 เมตร *เฉพาะค่าเครื่อง/งานระบบ ไม่รวมค่าก่อสร้าง)
รวมไปถึงการทำน้ำพลุดนตรีในกลุ่มศูนย์การค้าและรีเทล อย่างโครงการวันแบ็งค็อก และงานน้ำเพื่อกาเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างงาน S2O เป็นต้น
บริษัทคาดว่ารายได้ปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท เติบโต 4% YoY ก่อนตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเติบโตเป็น 6-7% ในปี 2570 โดยมีแรงสนับสนุนจากงานระบบน้ำในนิคมอุตสาหกรรม งานภาครัฐ และการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้น้ำเฉพาะทางมากขึ้น

แตกไลน์เวลเนส-ระบบน้ำร้านกาแฟ
นอกเหนือจากงานระบบน้ำในภาคอุตสาหกรรม SN Group ยังมองหาโอกาสเพิ่มรายได้จากธุรกิจเวลเนส ซึ่งบริษัทระบุว่าเติบโต 100% ในปีที่ผ่านมา หลังเริ่มดำเนินธุรกิจมาได้ประมาณ 2 ปี
ตลาดนี้เกี่ยวข้องกับความต้องการระบบน้ำและอุปกรณ์เฉพาะทางในโรงพยาบาล โรงแรม และสถานประกอบการที่พัฒนาศูนย์สุขภาพของตัวเอง โดยบริษัทต้องการขยายบทบาทจากการติดตั้งระบบ ไปสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ที่ให้บริการและดูแลระบบแก่ผู้ประกอบการ
บริการในกลุ่มเวลเนสครอบคลุมระบบน้ำสำหรับสปาและสถานพยาบาล เช่น น้ำสำหรับล้างไต และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพ เช่น Red Light เตียง Zero Bed และ Ice Room ซึ่งบริษัทมีบริการดูแลระบบที่เกี่ยวข้องด้วย
ในแผนระยะ 3-5 ปี บริษัทตั้งใจผลักดันธุรกิจสปาและเวลเนสให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านระบบน้ำเป็นฐานในการต่อยอดไปสู่ตลาดที่ต้องการบริการเฉพาะทางมากขึ้น
อีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทต้องการขยายคือ "เครื่องกรองน้ำดื่ม" หลังมองเห็นความต้องการที่กลับมาเพิ่มขึ้น โดยมีแผนเจาะกลุ่มสำนักงาน โรงงาน โรงอาหาร และร้านกาแฟ
SN Group มีธุรกิจเครื่องกรองน้ำดื่มภายใต้กลุ่ม Water for Life และเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์คาลิแกนซ์ โดยมองว่าลูกค้าแต่ละประเภทมีความต้องการด้านคุณภาพน้ำแตกต่างกัน จึงต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
โดยเฉพาะร้านกาแฟ ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทให้ความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องการระบบน้ำที่เหมาะกับการใช้งานของร้าน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ Reverse Osmosis (RO) ในทุกกรณี
การขยายตลาดเครื่องกรองน้ำจึงเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าโดยตรง นอกเหนือจากธุรกิจรับงานออกแบบและก่อสร้างระบบน้ำตามโครงการ