ด้วยการนำโมเดลสินเชื่อยอดฮิตจากประเทศญี่ปุ่นที่เรียกว่า Zankure มาเริ่มเสนอเป็นสินเชื่อรถยนต์ประเภทใหม่ในประเทศไทยที่ช่วยลดค่างวดรายเดือน ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรักษาฐานลูกค้าและมาร์เก็ตแชร์
โมเดลนี้ จะมีการกำหนดมูลค่าคงเหลือของรถยนต์ ณ วันสิ้นสุดสัญญาไว้ล่วงหน้า ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 3-5 ปี ให้ผู้ซื้อชำระเงินตามส่วนต่างระหว่างราคารถกับมูลค่าคงเหลือที่กำหนดไว้ แทนการผ่อนชำระจากราคาเต็มเหมือนกับสินเชื่อรถยนต์ทั่วไป ส่งผลให้ภาระรายเดือนลดลง
ยกตัวอย่างเช่น หากทำสัญญา 5 ปี กำหนดมูลค่าคงเหลือของรถไว้ที่ 30% ของราคา และคิดอัตราดอกเบี้ย 4% ค่างวดรายเดือนอาจต่ำกว่าสินเชื่อรถยนต์ปกติราว 30% และเมื่อครบกำหนด ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่า จะคืนรถกับผู้ให้บริการ, เปลี่ยนคันใหม่ หรือจะซื้อรถคันเดิมและเคลียร์ยอดมูลค่าคงเหลือตามที่กำหนดไว้
กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการนำรูปแบบการสนับสนุนทางการเงินที่แพร่หลายในญี่ปุ่นมาปรับใช้ในไทย เพื่อช่วยลดภาระค่างวดผ่อนชำระของผู้บริโภค เนื่องจากตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งของค่ายรถญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
โดยข้อมูลจาก ‘องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น’ หรือ JETRO ระบุว่า ในปี 2026 ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์ญี่ปุ่นในไทยลดลงมาอยู่ที่ 64% ขณะที่ค่ายรถจีนพุ่งทะยานขึ้นมาถึง 26%
ตัวแปรสำคัญคือ ความร้อนแรงของรถยนต์ EV จีนอย่าง BYD ที่เข้ามาทำราคาได้สะเทือนวงการ ยกตัวอย่างเช่น Atto 3 รถเอสยูวีที่เปิดราคามาประมาณ 670,000 บาท ซึ่งต่ำกว่ารถอเนกประสงค์เครื่องยนต์สันดาป/ไฮบริดของค่ายญี่ปุ่นในระดับเดียวกัน 20% ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความคุ้มค่าและเทคโนโลยีล้ำสมัยหันไปซบอกรถจีนกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขยับตัวครั้งนี้ของ Toyota ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพิ่มยอดขายรายเดือนเท่านั้น แต่กำลังมองภาพใหญ่ไปที่ Value Chain โดยตั้งเป้าดันรายได้กลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินและรถยนต์มือสองให้โตขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในปี 2030
.
ที่มา
.