อาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีและอัลตร้าลักชัวรีเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ปี 2026 ซัพพลายบ้านหรูเพิ่มขึ้น 315% ส่วนยอดขายขยายตัว 368% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2019
ข้อมูลข้างต้นสะท้อนว่าความต้องการซื้อบ้านหรูยังเติบโตเร็วกว่าจำนวนสินค้าในตลาด โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 62%
ผู้ขับเคลื่อนหลักคือ ผู้ซื้อไทยและต่างชาติ ซึ่งกรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดหลัก ขณะที่ภูเก็ตกำลังขยับสู่จุดหมายปลายทางด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ส่วนพัทยาได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของตลาดคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม

กรุงเทพฯ อัตราขายออกอสังหาลักชัวรีแตะ 93%
สำหรับตลาดกรุงเทพฯ ความต้องการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรียังคงอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูล ณ ครึ่งแรกปี 2569 พบว่า คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มียอดขายสะสมแล้ว 93%
ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมียอดขายล่วงหน้า 84% ส่งผลให้ภาพรวมทั้งสองกลุ่มมีอัตราการขายเฉลี่ย 88%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการซื้อไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการที่พร้อมเข้าอยู่อาศัย แต่ยังครอบคลุมไปถึงโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา โดยตลาดมีซัพพลายใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565

ด้านบ้านระดับลักชัวรีขึ้นไปมียอดขายสะสม 62% ณ ครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนว่าตลาดบ้านหรูยังมีแรงซื้อรองรับ ท่ามกลางสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่เผชิญความท้าทาย
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดระดับบนไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาทำเล คุณภาพโครงการ และความสามารถในการตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาวด้วย

ภูเก็ตขยับสู่ฮับอสังหาฯ โลก
ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ สู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการอยู่อาศัยและถือครองอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ดึงดูดทั้งผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศ นักลงทุน และกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงจากหลายประเทศ
หากย้อนดูตลาดคอนโดมิเนียมภูเก็ตในช่วงปี 2015-2019 มียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 1,100 ยูนิตต่อปี ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5,200 ยูนิตต่อปีในช่วงปี 2023-2025 หรือเติบโตประมาณ 350% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ กลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคา 8 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกตอนกลาง (West Coast Central) โดยมีลายันและบางเทาเป็นทำเลสำคัญ ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยครึ่งแรกปี 2569 อัตราการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำสถิติสูงสุดใหม่
ด้วยทำเลดังกล่าวมีจุดเด่นจากการเดินทางที่เชื่อมต่อสนามบินนานาชาติภูเก็ต ชายหาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้ชีวิตระดับสากล จึงตอบโจทย์ผู้ซื้อที่ต้องการทั้งที่อยู่อาศัยและบ้านพักตากอากาศ

วิลล่าหรูภูเก็ตโตแรง ยอดขายกลุ่ม 90 ล้านขึ้นไปพุ่ง 50%
ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียม ตลาดวิลล่าและบ้านพักระดับลักชัวรีในภูเก็ตยังเติบโตโดดเด่น โดยช่วงปี 2015-2019 มียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 130 หลังต่อปี ก่อนเพิ่มเป็นมากกว่า 500 หลังต่อปีในช่วงปี 2023-2025 คิดเป็นการเติบโตประมาณ 261%
ข้อมูลครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ยอดขายวิลล่าระดับ Ultra-Luxury ราคา 90 ล้านบาทขึ้นไป เติบโตถึง 50% สะท้อนความต้องการในตลาดบ้านระดับราคาสูงที่ยังขยายตัว
แรงหนุนสำคัญมาจากผู้ซื้อที่ต้องการบ้านพักตากอากาศ การอยู่อาศัยระยะยาว และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะเมืองสำหรับการใช้ชีวิตของผู้ซื้อจากต่างประเทศ

พัทยารับแรงหนุน EEC ซัพพลายคอนโดฯ พรีเมียมโต 83%
ชลบุรียังเป็นตลาดที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพัทยาเป็นหนึ่งในทำเลที่มีการขยายตัวของตลาดคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 พบว่า ซัพพลายใหม่ของคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมในพัทยา ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ยต่อยูนิตของทั้งโครงการมากกว่า 6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 83% จากปีก่อนหน้า โดยโครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในย่านวงศ์อมาตย์ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน

แม้จำนวนโครงการใหม่จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ความต้องการซื้อในตลาดพัทยายังมีความสม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำ สะท้อนการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในจังหวัดชลบุรี
โจทย์สำคัญของผู้พัฒนาโครงการจึงอยู่ที่การสร้างความแตกต่าง ท่ามกลางตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น โดยทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ราคาเหมาะสม และศักยภาพของสินทรัพย์ในระยะยาว ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน