Strategic Move

ครอบครัวรุ่นใหม่ เลิก “สร้างบ้านใหญ่” หันทำบ้านเน้นฟังก์ชัน-เซฟงบ

15571.jpg

อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า พฤติกรรมคนสร้างบ้านยุคใหม่เริ่มเปลี่ยน จากการให้ความสำคัญกับบ้านหลังใหญ่และความโอ่อ่า สู่บ้านที่ให้ความคุ้มค่ารอบด้าน ทั้งงบประมาณก่อสร้าง พื้นที่ใช้สอย และลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้การออกแบบบ้านต้องตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะกับจำนวนสมาชิก ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ปรับเปลี่ยนตามความต้องการในอนาคต และดูแลรักษาง่าย

เปิด 3 ปัจจัยเปลี่ยนโจทย์สร้างบ้าน เน้นพอดีมากกว่าใหญ่

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านวิเคราะห์ว่า มี 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวคิดการสร้างบ้านของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป

1. ขนาดครอบครัวเล็กลง

เมื่อรูปแบบครอบครัวเปลี่ยนไปสู่ครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิก 1-3 คน พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานจริงอาจกลายเป็นต้นทุนส่วนเกิน ทั้งงบก่อสร้างและภาระการดูแลรักษา ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตจริง มากกว่าการมีพื้นที่จำนวนมากแต่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่

2. เน้นฟังก์ชันยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน

ความคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงการเลือกบ้านราคาถูกที่สุด แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ให้รองรับการใช้งานได้หลากหลาย เช่น ห้องที่ปรับเปลี่ยนตามกิจกรรมหรือความต้องการของสมาชิกในอนาคต

พร้อมนำแนวคิดประหยัดพลังงานมาใช้ ตั้งแต่การวางทิศทางบ้านให้รับลมและลดความร้อน การติดตั้งฉนวนกันความร้อน ไปจนถึงโซลาร์รูฟ เพื่อลดการใช้พลังงานในระยะยาว

3. ลดค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่

บ้านหลังใหญ่ไม่ได้มีเพียงต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น แต่ยังมาพร้อมค่าไฟฟ้า ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมบำรุงที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง การสร้างบ้านให้มีขนาดเหมาะสมและออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นการวางแผนต้นทุนตลอดอายุการอยู่อาศัย ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเงินลงทุนในวันแรก

15570.jpg

บ้าน 2.5-10 ล้านบาท กวาดยอดจอง 72% ในงานรับสร้างบ้าน EXPO 2026

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” ซึ่งมียอดจองปลูกสร้างบ้านรวม 185 หลัง มูลค่า 1,643.61 ล้านบาท โดยบ้านระดับราคา 2.51-5 ล้านบาท มียอดจองสูงสุด 71 หลัง คิดเป็น 38% ของจำนวนบ้านทั้งหมด

รองลงมาคือบ้านราคา 5.01-10 ล้านบาท จำนวน 62 หลัง คิดเป็น 34% เมื่อรวมสองกลุ่มมีสัดส่วนถึง 72% ของยอดจองทั้งหมด

สะท้อนว่าบ้านระดับราคาปานกลางยังเป็นตลาดหลักของผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและการใช้งานจริง

15568.jpg

ขณะที่ตลาดบ้านพรีเมียมราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีกำลังซื้อ โดยมียอดจอง 15 หลัง คิดเป็น 8% ของจำนวนบ้านทั้งหมด แต่สร้างมูลค่ารวมได้ 492.5 ล้านบาท หรือ 30% ของมูลค่ายอดจองทั้งงาน

"ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาทั้งแบบบ้านและบริการให้เหมาะกับลูกค้าในแต่ละระดับราคา โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต เพื่อลดความจำเป็นในการปรับปรุงครั้งใหญ่ภายหลัง"

สำหรับแนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้าน HBA คาดการณ์ว่ายอดขายรวมของบริษัทรับสร้างบ้านสมาชิกในปี 2569 จะเติบโต 8.7% มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 9,200 ล้านบาทในปี 2568