ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เวทีมวยราชดำเนินกำลังขยายบทบาทจากสังเวียนแข่งขันกีฬา สู่จุดหมายปลายทางที่ผสานกีฬา วัฒนธรรม และความบันเทิงเข้าด้วยกัน โดยใช้มวยไทยเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV) และประธานรายการมวยไทย ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ (RWS) กล่าวว่า ปี 2568 เวทีราชดำเนินมีผู้เข้าชมรวม 500,000 คน ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 มีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 350,000 คน เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนความนิยมคือ ผู้ชมเข้าชมการแข่งขันจนเต็มความจุสนามต่อเนื่อง 50 สัปดาห์ นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 สะท้อนความสนใจทั้งจากแฟนมวยชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อัดงบ 100 ล้าน อัปเกรดประสบการณ์ชมมวยไทย
เพื่อรองรับการเติบโต RWS ลงทุนเพิ่มเติมกว่า 100 ล้านบาทในช่วงต้นปี 2569 เพื่อยกระดับประสบการณ์ภายในสนาม โดยปรับปรุงเทคโนโลยี Immersive Technology ครั้งใหญ่ พร้อมติดตั้งโปรเจกเตอร์รุ่นใหม่และเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตภาพและงานวิชวล เพื่อผสานการแข่งขันมวยไทยเข้ากับความบันเทิงสมัยใหม่
นอกจากการพัฒนาประสบการณ์ในสนาม RWS ยังต่อยอดความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก เช่น Mastercard ซึ่งใช้เวทีราชดำเนินเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญ Priceless เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย
กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนการขยายมูลค่าของเวทีมวย จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและเปิดโอกาสให้แบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาทำการตลาดร่วมกัน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการต้อนรับผู้เข้าชม 1 ล้านคนในปี 2571

จัดแข่ง 360 รายการต่อปี ปั้นมวยไทยเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ
อีกหนึ่งจุดแข็งของเวทีราชดำเนินคือการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับโปรโมเตอร์มวยไทยชั้นนำ จัดการแข่งขันรวมกว่า 360 รายการต่อปี ครอบคลุมตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้สนามเป็นพื้นที่สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตลอดทั้งปี
การจัดการแข่งขันเปิดโอกาสให้นักมวยหมุนเวียนขึ้นเวทีมากกว่า 5,000 คน พร้อมสร้างงานและรายได้ให้กับเทรนเนอร์ ค่ายมวย ทีมจัดการแข่งขัน รวมถึงธุรกิจผลิตและถ่ายทอดสด
โดย RWS คาดการณ์ว่าเม็ดเงินค่าตัวและเงินรางวัลนักมวยจากความร่วมมือดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นแตะกว่า 1,000 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้
ขณะเดียวกัน การดึงนักท่องเที่ยวเข้าชมการแข่งขันยังสร้างโอกาสทางรายได้ให้ธุรกิจโรงแรม การเดินทาง และผู้ประกอบการในพื้นที่โดยรอบ ทำให้การเติบโตของเวทีราชดำเนินเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวในวงกว้าง

ถ่ายทอดสดกว่า 200 ประเทศ ยอดรับชมโซเชียลทะลุ 5 พันล้านครั้ง
ในด้านการขยายฐานผู้ชมระดับนานาชาติ รายการ RWS ซึ่งเป็นรายการมวยไทยหลักของเวทีราชดำเนิน เปิดโอกาสให้นักมวยจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันและสร้างชื่อในระดับสากล ปัจจุบันมีแชมป์โลกที่ครองตำแหน่งอยู่ 15 คน โดยประมาณหนึ่งในสามเป็นนักชกต่างชาติ
หลังจัดการแข่งขันครบ 200 อีเวนต์ RWS ยังคงขยายการเข้าถึงผู้ชมผ่าน DAZN และผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและเขตปกครองพิเศษทั่วโลก โดยมีผู้ชมติดตามการแข่งขันหลายล้านคนในทุกวันเสาร์

ส่วนช่องทางโซเชียลมีเดีย คอนเทนต์ของเวทีราชดำเนินและ RWS มียอดรับชมรวมมากกว่า 5 พันล้านครั้ง ช่วยเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับมวยไทยในกลุ่มผู้ชมต่างประเทศ และต่อยอดกระแสความสนใจให้กลายเป็นการเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงในสนาม
ความนิยมดังกล่าวยังสะท้อนผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยว โดยเวทีราชดำเนินได้รับการจัดอันดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1 บน GetYourGuide อันดับ 4 บน Trip.com และ Klook และอันดับ 9 บน Tripadvisor
"จากนี้ RWS ตั้งเป้าพัฒนาเวทีราชดำเนินให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและวัฒนธรรมชั้นนำของไทย โดยใช้การแข่งขันตลอดทั้งปี เทคโนโลยีความบันเทิง และการขยายฐานผู้ชมต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อผลักดันจำนวนผู้เข้าชมสู่ 1 ล้านคนในปี 2571 พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทั้งวงการมวยไทยและธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง"