ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 121% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีจึงมีแรงส่งมากขึ้น โดยเฉพาะเซกเมนต์ "Branded Residences"
ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกวิจัยตลาดและประชาสัมพันธ์ ซาวิลล์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ข้อมูลจาก Savills Global Residential Development Consultancy ระบุว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของตลาด Branded Residences โลก
ปัจจุบันมีโครงการสร้างเสร็จแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 23% ของทั้งโลก มากเป็นอันดับ 2 รองจากภูมิภาคที่เป็นผู้นำตลาด
ขณะที่คาดว่าจะมีโครงการทยอยส่งมอบเพิ่มอีก 187 โครงการภายในปี 2575 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 97%

ไทยขึ้นแท่นตลาด Branded Residences ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก
ในบรรดาตลาดเอเชียแปซิฟิก "ประเทศไทย" ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในแง่จำนวนโครงการ Branded Residences ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยมีอุปทานสะสมประมาณ 18,801 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมราว 220,000 ล้านบาท และยังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีแผนพัฒนาโครงการในอนาคตแข็งแกร่งที่สุดของภูมิภาค
Savills คาดการณ์ว่า จำนวนโครงการ Branded Residences ในไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 152% ภายในปี 2575 อีกทั้งไทยยังติด 1 ใน 10 ประเทศของโลกที่มีจำนวนโครงการอยู่ระหว่างวางแผนพัฒนาหรือเตรียมเปิดตัวมากที่สุด
สำหรับปี 2569 คาดว่าจะมีอุปทาน Branded Residences ในไทยเปิดขายใหม่ประมาณ 650 ยูนิต เพิ่มขึ้นราว 32% จากปีก่อน (YoY)

โดย 'กรุงเทพฯ' และ 'ภูเก็ต' ยังเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่ตลาดยังขยายความสนใจไปยังเมืองท่องเที่ยวอย่างชลบุรีและหัวหิน
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) และผู้มีความมั่งคั่งสูงมาก (UHNWIs) รวมถึงความต้องการซื้อจากกลุ่มลูกค้าภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเอง (Intra-Asian Buyers) ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ช่วยขยายฐานลูกค้าและลดการพึ่งพากำลังซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่อยู่นอกภูมิภาค

แบรนด์ระดับโลกช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
โจทย์ของตลาด Branded Residences วันนี้ไม่ได้จบแค่การนำแบรนด์โรงแรมหรือไลฟ์สไตล์ระดับโลกมาเป็นจุดขาย แต่ต้องทำให้แบรนด์กลายเป็นมูลค่าเพิ่มที่ผู้ซื้อสัมผัสได้จริง ทั้งคุณภาพการออกแบบ ทำเล ความเป็นส่วนตัว และมาตรฐานบริการที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมหรูทั่วไป
ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยรูปแบบ Branded Residences สามารถกำหนดราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์ระดับหรูที่ไม่มีแบรนด์ประมาณ 31% สะท้อนโอกาสสร้าง Price Premium จากชื่อเสียงแบรนด์และประสบการณ์การอยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม ระดับราคายังขึ้นอยู่กับทำเล คุณภาพโครงการ และกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย
ปัจจุบันตลาด Branded Residences ไทยยังมีอุปทานกระจุกตัวใน 2 กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่ม High-end ระดับราคา 150,000-249,999 บาทต่อตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วน 42% ของตลาด
2.กลุ่ม Upscale ระดับราคา 100,000-149,999 บาทต่อตารางเมตร สัดส่วน 23%
แต่ภาพการแข่งขันกำลังขยับขึ้นสู่ตลาด Ultimate Class และ Ultra Luxury ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีข้อจำกัดด้านที่ดินและมีโครงการระดับบนให้เลือกจำกัด
Branded Residences แบรนด์ใหญ่ แห่ชิงตลาด Ultra Luxury ในกรุงเทพ คาดคอนโดระดับ Ultimate Class ราคาทะลุ 1 ล้านบาท/ตร.ม. เร็ว ๆ นี้

หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือ SC Asset ร่วมกับ Tokyo Tatemono Group พัฒนา Rosewood Residences Bangkok ที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ Rosewood Residences บนที่ดินเดิมของอาคารศรีเฟื่องฟุ้ง ย่านสารสิน ขนาด 2-1-87 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 37 ชั้น จำนวนจำกัดเพียง 85 ยูนิต
ที่ดินแปลงดังกล่าวมีรายงานว่าซื้อขายกันในปี 2567 ที่ราคาสูงกว่า 3.5 ล้านบาทต่อตารางวา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท ขณะที่ Savills ประเมินว่าราคาขายโครงการอาจสูงกว่า 550,000 บาทต่อตารางเมตร
การพัฒนาโครงการนี้สะท้อนกลยุทธ์ของผู้ประกอบการที่เลือกเจาะตลาดบนด้วยจำนวนยูนิตจำกัด ทำเลระดับ Prime Location และแบรนด์ที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเจาะกลุ่มผู้ซื้อที่มองหาที่อยู่อาศัยระดับ Ultimate Class
ขณะเดียวกัน ตลาดกรุงเทพฯ ยังมีแรงส่งจากโครงการ Branded Residences ที่สร้างความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

โดย Upper House Residences Bangkok ซึ่งเป็น Branded Residences แห่งแรกของโลกภายใต้แบรนด์ Upper House ทำยอดขายรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ภายใน 6 เดือนนับจากเปิดขาย และมีบางยูนิตราคาสูงกว่า 850,000 บาทต่อตารางเมตร
ส่วน InterContinental Residences Bangkok Asoke ที่พัฒนาโดย CG Capital ร่วมกับ IHG Hotels & Resorts และเปิดตัวช่วงปลายปี 2568 ยังคงได้รับความสนใจจากตลาดและมีอัตราการขายแข็งแกร่ง ที่ดินหายาก หนุนลุมพินี-หลังสวน-สารสิน ลุ้นคอนโดฯ ทะลุ 1 ล้านบาท/ตร.ม.
การเปิดตัวโครงการระดับลักชัวรีและอัลตราลักชัวรีในย่านลุมพินี พระราม 4 หลังสวน และสารสิน ประกอบกับการกลับมาเปิดขายอีกครั้งของ NIMIT Lumpini Park North และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาในย่านหลังสวน รวมถึง Capella Residences และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีบนที่ดินย่านสารสิน กำลังเพิ่มความโดดเด่นให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน

ปัจจัยสำคัญคือที่ดินในทำเลใจกลางเมืองชั้นในมีจำกัด ขณะที่ต้นทุนที่ดินระดับสูงทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ต้องสร้างความแตกต่างมากขึ้น ทั้งแบรนด์ สถาปัตยกรรม คุณภาพการออกแบบ และบริการที่ผสานมาตรฐานโรงแรมเข้ากับการอยู่อาศัย
"ราคาคอนโดมิเนียมระดับ Ultimate Class ในทำเลศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ อาจขยับขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางเมตรในระยะอันใกล้"
อย่างไรก็ตาม การยืนราคาในระดับดังกล่าวได้อย่างยั่งยืนยังขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อที่แท้จริง ความสามารถในการดูดซับอุปทาน และกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย