Strategic Move

ถอดเกมรุก Heil Trailer Asia จากผู้ผลิตรถขนส่งสู่ Global Solutions Partner ปักหมุดไทยบุกตลาดโลก ตั้งเป้าโต 10–15% ใน 3 ปี

40083.jpg

เจาะ 3 Strategic Moves ของไฮล์ เทรลเลอร์ เอเชีย เมื่อมรดกวิศวกรรม 125 ปี ต้องต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ ทั้ง Defense, Aviation และ Data Center พร้อมสร้างรายได้ระยะยาวจากบริการหลังการขาย

ในโลกธุรกิจที่ความได้เปรียบในอดีตอาจไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จในอนาคต คำถามสำคัญขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานจึงไม่ใช่เพียงว่าจะรักษาตำแหน่งในตลาดได้อย่างไร แต่คือจะนำจุดแข็งที่มีอยู่ไปสร้างโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ได้อย่างไร

นี่คือโจทย์ที่ ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเชีย (Heil Trailer Asia) ผู้ผลิตแท็งก์และรถกึ่งพ่วงขนส่งเฉพาะทางภายใต้กลุ่ม EnTrans International กำลังขับเคลื่อน ผ่านการปรับกลยุทธ์จากธุรกิจการผลิตแบบดั้งเดิม ไปสู่โมเดลธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เทคโนโลยีวิศวกรรม และบริการตลอดอายุการใช้งาน

ในวาระครบรอบ 125 ปีแห่งมรดกวิศวกรรมระดับโลก และ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทประกาศแผนการเติบโตระยะ 3 ปี ตั้งเป้าขยายธุรกิจ 10–15% ในช่วงปี 2570–2572 พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้มากกว่า 50% ของรายได้รวม

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าตัวเลขเป้าหมาย คือวิธีคิดเบื้องหลังการเปลี่ยนเกมธุรกิจครั้งนี้ Positioning ชวนเจาะมุมมองของ เจค แรดิช (Jake Radish) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ EnTrans International และ นิโคลัส หลิง (Nicholas Ling) ประธาน Heil Trailer Asia ถึงยุทธศาสตร์ที่จะนำพาธุรกิจจากความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมขนส่ง ไปสู่โอกาสการเติบโตในตลาดโลก

40084.jpg

Strategic Move 1: จากธุรกิจดั้งเดิม สู่ตลาดใหม่ที่ใช้ความเชี่ยวชาญเป็นแต้มต่อ

หากมองย้อนกลับไป ธุรกิจหลักของ Heil Trailer Asia เติบโตจากการผลิตแท็งก์และรถกึ่งพ่วงสำหรับการขนส่งน้ำมัน ก๊าซ เคมีภัณฑ์ และสินค้าเฉพาะทาง ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและมาตรฐานความปลอดภัยสูง แต่ในวันที่ตลาดเปลี่ยนไป บริษัทกำลังเลือกใช้กลยุทธ์ Diversification หรือการกระจายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ โดยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ใช้ความสามารถเดิมเป็นฐานในการขยายโอกาส

นิโคลัส หลิง มองว่าการเติบโตในระยะต่อไปจะมาจากทั้งการขยายตลาดต่างประเทศและการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดทางเทคนิคสูง เช่น อุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศ (Defense), การบิน (Aviation) และระบบสนับสนุนสำหรับ Data Center

หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองคือ Defense Industry ซึ่ง EnTrans International มีประสบการณ์ในการผลิตอุปกรณ์ขนส่งเชื้อเพลิงสำหรับกองทัพในสหรัฐอเมริกา และสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางในภูมิภาคเอเชีย

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เฉพาะทางกลุ่มนี้ในเอเชียมีการเติบโตประมาณ 7–8% สะท้อนโอกาสสำหรับผู้ผลิตที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิต ขณะเดียวกัน การลงทุนด้านสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานการบินในหลายประเทศยังเปิดโอกาสให้บริษัทขยายธุรกิจอุปกรณ์ขนส่งและระบบเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน

ส่วนการเติบโตของ Data Center ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่บริษัทมองเห็นโอกาสในการต่อยอดผลิตภัณฑ์และระบบสนับสนุนเฉพาะทาง หัวใจของกลยุทธ์นี้คือการเปลี่ยนจากการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เดิม ไปสู่ตลาดที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

เพราะในอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและมาตรฐานวิศวกรรมสูง ความสามารถในการออกแบบและผลิตให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า อาจสร้างความแตกต่างได้มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ บริษัทยังมองว่าความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยง แต่สามารถสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ผลิตที่มีความยืดหยุ่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Heil Trailer Asia กำลังใช้ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเป็นจังหวะในการขยายขอบเขตธุรกิจของตนเอง

40085.jpg

Strategic Move 2: ใช้ประเทศไทยเป็น Global Manufacturing Hub ขยายตลาดส่งออกเกิน 50%

อีกหนึ่งหมากสำคัญของ Heil Trailer Asia คือการวางบทบาทประเทศไทยให้เป็นฐานยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและวิศวกรรม เพื่อรองรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศ

บริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2539 โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดส่งออกที่มีมาตรฐานและข้อกำหนดแตกต่างกัน

ในช่วง 3 ปีข้างหน้า Heil Trailer Asia เตรียมขยายฐานลูกค้าในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และยุโรป พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มเติมในแอฟริกาและยุโรป

เป้าหมายคือการผลักดันสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้มากกว่า 50% ของรายได้รวม

นิโคลัสมองว่าความได้เปรียบของบริษัทไม่ได้อยู่ที่กำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมระดับโลกเข้ากับความสามารถในการผลิตและความเข้าใจตลาดที่สั่งสมในประเทศไทย

ปัจจุบัน โรงงานอยุธยามีศักยภาพการผลิตสูงสุด 80 คันต่อวัน ภายใต้เงื่อนไขการผลิตผลิตภัณฑ์รุ่นเดียวกันอย่างต่อเนื่องด้วยการดำเนินงาน 2 กะ ขณะที่บริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนา

ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดส่งออกถึง 85 ประเทศ ความสามารถในการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ADR หรือ DOT จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขยายตลาด

แต่โจทย์ของการเป็นฐานการผลิตระดับโลกไม่ได้จบลงที่การผลิตได้มากขึ้น

Heil Trailer Asia ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหนักเบา การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุ และการควบคุมต้นทุนผ่านนวัตกรรมวิศวกรรม

ตัวอย่างคือ APEX SERIES 2027 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำมาจัดแสดงในงานครบรอบ 125 ปี โดยได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนการผลิต พร้อมราคาเริ่มต้น 1.45 ล้านบาท

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการสร้างความสามารถในการแข่งขันผ่านการออกแบบและเทคโนโลยี แทนการพึ่งพาความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว

ในมุมของกลยุทธ์ การวางประเทศไทยเป็นฐานผลิตสำหรับตลาดโลกจึงมีความหมายมากกว่าการส่งออกสินค้า แต่เป็นการใช้ฐานความเชี่ยวชาญในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรองรับความต้องการของลูกค้าระดับนานาชาติ

40081.jpg

Strategic Move 3: จาก One-time Sales สู่ Lifetime Customer Value สร้างรายได้ใหม่ผ่านบริการหลังการขาย

หากสองกลยุทธ์แรกเป็นการขยายโอกาสทางการตลาด กลยุทธ์ที่สามคือการเปลี่ยนวิธีสร้างรายได้และความสัมพันธ์กับลูกค้า

ที่ผ่านมา ธุรกิจผู้ผลิตอุปกรณ์ขนส่งมักมีรายได้หลักจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ แต่ Heil Trailer Asia กำลังขยายบทบาทจากการเป็นผู้ผลิต ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์

บริษัทได้ลงทุนประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการพัฒนาศูนย์อะไหล่ บริการ และซ่อมบำรุงศรีราชา หรือ Parts, Service and Repair Center (PSRC) ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว เพื่อรองรับลูกค้าในพื้นที่ EEC และเขตอุตสาหกรรมใกล้เคียง ศูนย์ดังกล่าวให้บริการทั้งอะไหล่ การตรวจเช็ก และการซ่อมบำรุง โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ของ Heil Trailer Asia แต่ยังสามารถรองรับอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่น

สำหรับเจค แรดิช การลงทุนด้านบริการหลังการขายสะท้อนความเข้าใจว่าลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงอุปกรณ์ขนส่งที่มีคุณภาพ แต่ต้องการความมั่นใจว่าอุปกรณ์จะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพราะในธุรกิจขนส่ง การหยุดใช้งานของอุปกรณ์ย่อมส่งผลต่อต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

การเข้าถึงอะไหล่ที่เหมาะสม การซ่อมบำรุงตามมาตรฐาน และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน จึงเป็นบริการที่ช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าได้มากกว่าการขายผลิตภัณฑ์เพียงครั้งเดียว Heil Trailer Asia มีแผนขยายเครือข่าย PSRC ไปยังภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย พร้อมส่งเสริมให้พันธมิตรในต่างประเทศนำรูปแบบศูนย์บริการดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอด

บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจบริการหลังการขายในระดับประมาณ 30–40% ซึ่งสะท้อนศักยภาพของบริการในการเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ในอนาคต

นี่คือการเปลี่ยนเกมจากการขายผลิตภัณฑ์เป็นครั้ง ๆ ไปสู่การสร้างคุณค่าจากลูกค้าตลอดระยะเวลาการใช้งาน หรือ Lifetime Customer Value

ในมุมของการบริหารธุรกิจ กลยุทธ์นี้มีความสำคัญอย่างน้อยสองด้าน

ด้านแรกคือการสร้างโอกาสรายได้ต่อเนื่องจากบริการ อะไหล่ และการซ่อมบำรุง ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้

อีกด้านคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เพราะเมื่อผู้ผลิตสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ทางธุรกิจก็มีโอกาสพัฒนาไปไกลกว่าการซื้อขายสินค้า

40080.jpg

จุดนี้อาจกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญในระยะยาว โดยเฉพาะในตลาด

อุตสาหกรรมที่ความน่าเชื่อถือและความพร้อมในการให้บริการมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า จาก Heritage สู่ Future Growth เมื่อ 125 ปีไม่ใช่แค่เรื่องอดีต

แม้ Heil Trailer Asia จะมีรากฐานจากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมที่สั่งสมมายาวนาน แต่การขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตไม่ได้อาศัยเพียงประวัติศาสตร์ของแบรนด์

เจค แรดิช มองว่าการผสานองค์ความรู้ระดับโลกของ EnTrans International เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและความเข้าใจตลาดของ Heil Trailer Asia เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและชิ้นส่วนระดับโลก เช่น Shanghai Easy Aluminum Industry, Hendrickson, BPW, Fuwa, OPW, Liquip และ Deseinor ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านวัสดุน้ำหนักเบา ระบบช่วงล่าง ระบบความปลอดภัย และประสิทธิภาพการขนส่ง สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีวงจรการใช้งานผลิตภัณฑ์ยาวนาน ความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญจึงเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ยังมีความท้าทาย ทั้งการเข้าสู่ตลาดที่มีข้อกำหนดแตกต่างกัน การสร้างเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ และการขยายธุรกิจบริการให้สามารถรองรับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุป Strategic Move: เปลี่ยนจุดแข็งเดิมให้กลายเป็น New Growth Engine

หากถอดบทเรียนจากยุทธศาสตร์ของ Heil Trailer Asia จะเห็นว่าองค์กรไม่ได้เลือกทิ้งธุรกิจเดิมเพื่อไล่ตามโอกาสใหม่ แต่กำลังใช้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่เป็นรากฐานในการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตชุดใหม่

จากผู้ผลิตแท็งก์และรถกึ่งพ่วงขนส่งเฉพาะทาง สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมใหม่ จากฐานการผลิตในประเทศไทย สู่ศูนย์กลางการผลิตและวิศวกรรมสำหรับตลาดต่างประเทศ และจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ สู่โอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องผ่านบริการหลังการขาย ทั้งหมดนี้สะท้อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Market Diversification, Global Expansion และ Service-led Growth ซึ่งกำลังถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อสร้างโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น

ภายใต้แนวคิด “Built in Asia, Trusted Globally” Heil Trailer Asia กำลังพยายามเปลี่ยนความแข็งแกร่งที่สั่งสมมา 125 ปี ให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับอนาคต และคำถามสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้าคงไม่ใช่เพียงว่าบริษัทจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10–15% หรือไม่

แต่คือ Heil Trailer Asia จะสามารถเปลี่ยนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ขนส่งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชันและบริการสำหรับลูกค้าระดับโลกได้สำเร็จเพียงใด เพราะในโลกธุรกิจยุคใหม่ ความแข็งแกร่งขององค์กรไม่ได้วัดจากระยะเวลาที่อยู่ในตลาดเท่านั้น แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำจุดแข็งเดิมมาสร้างการเติบโตครั้งต่อไป