ปัจจัยหลักที่ทำให้เทรนด์นี้มาแรง มาจากความสะดวกสบายของระบบ Bike Sharing จักรยานสาธารณะที่ไม่ต้องซื้อเอง แค่สแกนปลดล็อกผ่านแอปฯ ในราคาเริ่มต้นเพียง 10–20 บาท ก็เริ่มหรือจบทริปได้ตามจุดจอดทั่วเมือง
นอกจากนี้ ยังเป็นได้ออกกำลังกาย และเป็นกิจกรรมที่ได้พบปะเพื่อนฝูง เสพ Vibe ดี ๆ ของเมืองยามค่ำคืน รวมถึงตอบโจทย์การเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ
ความร้อนแรงของเทรนด์นี้ สะท้อนชัดเจนจากสถิติจากโครงการ Bike Sharing ของกรุงเทพมหานคร ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 โดยมีผู้ใช้งานเพียง 1,700 เที่ยว/เดือน แต่หลังจากการขยายจุดบริการและการเข้าถึงที่สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน ตัวเลขก็ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ
• ม.ค. 2569 - 45,645 เที่ยว
• มิ.ย. 2569 - 82,285 เที่ยว
• ส.ค. 2569 - 116,438 เที่ยว
• และล่าสุด ต.ค. 2569 - พุ่งกระฉูดถึง 171,492 เที่ยว/เดือน ซึ่งเพียงเดือนเดียวเพิ่มขึ้นกว่า 64,000 เที่ยว เติบโตขึ้นกว่า 60% และเติบโตขึ้นมากกว่า 100 เท่าในเวลาไม่ถึง 3 ปี จนบางคืนเกิดปรากฏการณ์คนต่อคิวรอใช้จักรยานหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร จนต้องเร่งประสานผู้ให้บริการนำรถมาเติมกันแทบไม่ทัน
เมื่อกระแสเติบโตอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานครได้เดินหน้าขยายเครือข่ายจุดจอด Bike Sharing ครอบคลุมแล้วกว่า 719 จุด ใน 35 เขต
นอกจากนี้ ยังกระจายจักรยานกว่า 4,000 คัน เจาะลึกทั้งย่านธุรกิจ สถานศึกษา และเมืองเก่า โดยเฉพาะจุดจอดยอดฮิตอย่าง MRT สนามไชย, ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า), MRT สามยอด, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนเทพศิรินทร์พร้อมทั้งเตรียมเพิ่มโครงจอดจักรยานส่วนบุคคลอีก 850 ชุด เพื่อรองรับการเติบโตของคอมมูนิตี้คนรักจักรยานในอนาคต
แม้กระแส Night Ride และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Bike Sharing ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่า กรุงเทพมหานครกำลังขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เพราะจักรยานสาธารณะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ Feeder ที่ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการลดมลพิษบนท้องถนน ลดการใช้พลังงาน และคืนสุขภาพที่ดีให้กับคนเมือง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะลืมใม่ได้ คือ การขับขี่จักรยานอย่างปลอดภัย โดยจักรยาน 1 คัน สำหรับผู้ขับขี่ 1 คนเท่านั้น ห้ามซ้อนท้าย ไม่ยืนบริเวณส่วนท้าย ไม่นั่งบนตะกร้าหน้า และไม่นั่งบนบังโคลนจักรยาน น้ำหนักรวมไม่ควร 100 กิโลกรัม และไม่ควรบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่หรือหนักเกินไป
ต้องควบคุมความเร็วให้เหมาะสม มีสมาธิมองเส้นทางข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ปั่นแข่ง หยอกล้อ หรือเล่นกันขณะขับขี่ สำคัญที่สุด ต้องเคารพกฎจราจร เอื้อเฟื้อต่อผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน และจอดจักรยานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยในจุดที่กำหนด ทั้งในยามแวะพักและหลังจบทริปเท่านั้น