ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยา กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเมืองท่องเที่ยวและไนท์ไลฟ์ สู่ทำเลบ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติ ทั้งกลุ่มที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ EEC และผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยมีจุดขายด้านวิวทะเล บรรยากาศสงบ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการอยู่อาศัยระยะยาว
ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในจังหวัดชลบุรี 15,928 หน่วย เพิ่มขึ้น 15% YoY คิดเป็นมูลค่า 39,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY
ขณะที่ ตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่พัทยา-นาจอมเทียน ไตรมาส 2 ปีนี้ มียอดขายใหม่ (New Sale) สูงสุดในจังหวัดชลบุรี จำนวน 1,340 หน่วย เพิ่มขึ้น 54.6% YoY ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติทำเลดังกล่าวในช่วงเดียวกัน พบว่า 5 สัญชาติที่มียอดโอนฯสูงสุด ได้แก่
1.รัสเซีย เพิ่มขึ้น 158%
2.จีน เพิ่มขึ้น 0.0%
3.สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 114%
4.ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 366%
5.เยอรมนี เพิ่มขึ้น 120%

รัสเซียซื้อเพื่อลงทุน ญี่ปุ่นเน้นอยู่อาศัย
เอ็มเจ - อุรดี กุลกีรติยุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลูนิค เรียลเอสเตท จำกัด กล่าวว่า จากอินไซต์ลูกค้าของบริษัทในโซนพัทยา พบว่าชาวรัสเซียเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลัก รองลงมาคือชาวญี่ปุ่น โดยมีพฤติกรรมการซื้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ชาวรัสเซียส่วนใหญ่ซื้อเพื่อการลงทุน ขณะที่ชาวญี่ปุ่นเน้นซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานในเขต EEC ซึ่งต้องการคอนโดมิเนียมวิวทะเล อยู่ใกล้สถานพยาบาล และมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ
ขณะที่ อีกฐานลูกค้าสำคัญ คือ กลุ่มเตรียมเกษียณอายุ เป็นผู้ซื้ออายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป และผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังที่สองริมทะเล
โดยจอมเทียนมีจุดเด่นจากชายหาดยาวประมาณ 6 กิโลเมตร บรรยากาศสงบ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง อีกทั้งยังเชื่อมต่อแหล่งงานใน EEC ได้สะดวก และมีโรงพยาบาล ร้านค้า ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ลูนิคปักหมุดจอมเทียน เปิดคอนโดเวลเนส 4,800 ล้านบาท
เพื่อตอบรับดีมานด์ดังกล่าว ลูนิค เรียลเอสเตท เปิดตัวโครงการ “Lucean Bay Jomtien Pattaya” คอนโดมิเนียมเวลเนสมูลค่า 4,800 ล้านบาท บนถนนจอมเทียนสาย 2 ห่างจากหาดจอมเทียนเพียง 200 เมตร ภายใต้แนวคิด Wellness-Led Living ที่ผสานการอยู่อาศัยริมทะเลเข้ากับพื้นที่ส่วนกลางและบริการดูแลสุขภาพ
โครงการเป็นอาคาร High Rise สูง 60 ชั้น (สูงสุดในพัทยา) จำนวน 588 ยูนิต บนพื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา ทุกยูนิตออกแบบให้เห็นวิวทะเล มีห้องชุดตั้งแต่ 1 ห้องนอน ขนาด 29.64-37.04 ตารางเมตร ไปจนถึงเพนต์เฮาส์ขนาด 121.42-130.10 ตารางเมตร ซึ่งมีเพียง 3 ยูนิตบนชั้นบนสุด
ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.9 ล้านบาท สำหรับลูกค้าชาวไทย ส่วนลูกค้าต่างชาติเริ่มต้นประมาณ 5-6 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 150,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนราคาสูงสุดคือกลุ่มเพนต์เฮ้าส์ราว 30 ล้านบาท

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการจัดพื้นที่ส่วนกลางกว่า 4,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 4 ชั้น ประกอบด้วยสวนธรรมชาติ แปลงผักและสมุนไพรออร์แกนิก Wellness Lounge ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำกรอง ออนเซ็นแยกชาย-หญิง ซาวน่า สตูดิโอพิลาทิสและโยคะ รวมถึงสระว่ายน้ำวิวทะเลพาโนรามาบนชั้น 50 สกายเลานจ์ และพื้นที่พักผ่อนบนดาดฟ้า
นอกจากนี้ ลูนิคยังจับมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มอบสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพแก่เจ้าของห้องชุดทุกยูนิตเป็นเวลา 5 ปี ครอบคลุมการตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนลดค่ารักษาพยาบาล และบริการรถพยาบาลรับ-ส่งระหว่างโครงการกับโรงพยาบาล ส่วนห้องชุดบางประเภทได้รับบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์และจัดส่งยาเพิ่มเติม
อีกจุดหนึ่งคือการพัฒนาโครงการในรูปแบบ Pet-friendly รองรับสัตว์เลี้ยงน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม พร้อมพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่าง Pet Lagoon ชั้น G และ Pet Garden ชั้น 5

เปิดพรีเซล 1 ปี เจาะคนวางแผนซื้อบ้านล่วงหน้า
ด้านกลยุทธ์การขาย ลูนิควางแผนเปิดพรีเซลประมาณ 1 ปี เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ต้องการย้ายเข้าอยู่ทันที แต่เริ่มวางแผนซื้อบ้านหลังที่สองหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า
แม้ซัพพลายคอนโดมิเนียมในจอมเทียนเพิ่มขึ้น แต่บริษัทมองว่ายังมีช่องว่างสำหรับโครงการที่สร้างความแตกต่างด้านคุณภาพการอยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมวิวทะเลที่มีบริการสุขภาพรองรับ
ขณะเดียวกัน พัทยายังมีโอกาสเติบโตด้านราคาเมื่อเทียบกับภูเก็ตที่ระดับราคาขยับขึ้นมาค่อนข้างสูงแล้ว จึงเป็นอีกทางเลือกของผู้ซื้อที่ต้องการคอนโดมิเนียมใกล้ทะเลในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า
ปัจจุบัน Lucean Bay มียอดจองแล้ว 139 ยูนิต โดยโครงการผ่านการอนุมัติ EIA เรียบร้อยแล้ว เตรียมเปิดห้องตัวอย่างและพรีเซลในเดือนธันวาคม 2569 เริ่มก่อสร้างไตรมาส 1 ปี 2571 และมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2574