ตลาดสมาร์ทโฟน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 27 Nov 2025 10:16:01 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘Apple’ จ่อแซง ‘Samsung’ ขึ้นแท่นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในรอบ 14 ปี และอาจลากยาวไปถึงปี 2029 https://positioningmag.com/1548946 Thu, 27 Nov 2025 07:51:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1548946 เป็นเวลาถึง 14 ปีที่ ซัมซุง (Samsung) ครองแชมป์การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลก ตามรายงานจาก Counterpoint Research แต่ดูเหมือนสถิติดังกล่าวจะถูกพังลงโดย แอปเปิล (Apple) ในปีนี้ และอาจจะลากยาวไปจนถึงปี 2029 เลยทีเดียว

Counterpoint เปิดเผยว่า Apple จะมียอดจัดส่ง iPhone ได้ประมาณ 243 ล้านเครื่องในปีนี้ เทียบกับ Samsung ที่จัดส่งได้ 235 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ Apple จะมีส่วนแบ่ง 19.4% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ขณะที่ส่วนแบ่งของ Samsung จะอยู่ที่ 18.7% ขณะที่ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่เติบโต 3.3% 

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Apple สามารถพลิกแซง Samsung มาจาก iPhone 17 series ที่เปิดตัวในเดือนกันยายน ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 17, 17 Air, 17 Pro และ 17Pro Max โดยยอดขายของ iPhone 17 series ในสหรัฐฯ ในช่วงสี่สัปดาห์แรกหลังเปิดตัว สูงกว่า iPhone 16 series (ไม่รวม iPhone 16e) ถึง 12% ขณะที่ในตลาด จีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของ Apple ยอดขาย iPhone 17 series ในช่วงเวลาเดียวกัน สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 18%

“นอกเหนือจากการตอบรับของตลาดที่เป็นไปในทางบวกอย่างมากสำหรับ iPhone 17 series ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปรับเพิ่มคาดการณ์การจัดส่งคือ รอบการเปลี่ยนเครื่องกำลังมาถึงจุดเปลี่ยน ผู้บริโภคที่ซื้อสมาร์ทโฟนในช่วงที่ COVID-19 ระบาด ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการอัปเกรด” Yang Wang นักวิเคราะห์อาวุโสของ Counterpoint Research กล่าว 

ขณะเดียวกัน Samsung อาจเผชิญกับความท้าทายใน ตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงล่าง จากแบรนด์จีน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความสามารถของยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ในการทวงคืนตำแหน่งสูงสุด

อาจครองแชมป์ยาว 4 ปีซ้อน

ไม่ใช่แค่ปี 2925 แต่ Counterpoint Research คาดการณ์ว่า Apple จะครองตำแหน่งสูงสุดในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกไปจนถึงปี 2029 จากหลายปัจจัย ไดแก่

  • iPhone มือสอง: มี iPhone มือสองจำนวน 358 ล้านเครื่อง ถูกขายไปในช่วงปี 2023 ถึงไตรมาสที่สองของปี 2025 ผู้ใช้เหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะ อัปเกรดเป็น iPhone เครื่องใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ปัจจัยเหล่านี้จะสร้างฐานความต้องการขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยรักษาการเติบโตของการจัดส่ง iPhone ในไตรมาสต่อ ๆ ไป
  • ผลกระทบด้านภาษีที่ต่ำกว่าที่คาด: Apple ได้รับประโยชน์จากผลกระทบด้านภาษีที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน สิ่งนี้ช่วยสนับสนุนซัพพลายเชนที่กว้างขึ้นของ Apple และการเติบโตในบางภูมิภาค เช่น ตลาดเกิดใหม่
  • สภาพเศรษฐกิจ: ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ยังได้รับประโยชน์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น ที่ช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

“ด้วยปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างเหล่านี้ Apple จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะแซงหน้า Samsung ในด้านการจัดส่งประจำปี 2025”

ในขณะเดียวกัน Apple คาดว่าจะเปิดตัว iPhone 17e รุ่นเริ่มต้นในปีหน้า รวมถึง สมาร์ทโฟนแบบพับได้ Counterpoint คาดการณ์ บริษัทวิจัยระบุว่าการปรับปรุงผู้ช่วยเสมือน Siri ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึง “การปรับปรุงดีไซน์ iPhone ครั้งใหญ่” ในปี 2027 ก็จะช่วยหนุนการครองความเป็นเจ้าตลาดของ Apple ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

“ด้วยการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบคลุมระดับราคาที่หลากหลาย รวมถึงซีรีส์ ‘e’ ที่กำลังเติบโต Apple กำลังวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคที่มีความต้องการ โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ และเพื่อเสริมสร้างสถานะในกลุ่มพรีเมียมระดับล่าง ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเร็วกว่าตลาดโดยรวม ด้วยความต้องการระบบนิเวศ iOS ที่เพิ่มขึ้น Apple จะยังคงเป็นผู้นำเหนือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นไปจนถึงสิ้นทศวรรษนี้”

*การจัดส่ง (Shipments) หมายถึงจำนวนอุปกรณ์ที่ผู้ค้าจัดส่งไปยังช่องทางค้าปลีก และไม่เท่ากับยอดขายโดยตรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการและความคาดหวังด้านยอดขายจากผู้ผลิต    สมาร์ทโฟน

]]>
1548946
มองอนาคต ‘มือถือ AI’ จะเป็นเทรนด์ที่มาสร้างสีสัน หรือกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดสมาร์ทโฟน? https://positioningmag.com/1507953 Fri, 24 Jan 2025 04:41:29 +0000 https://positioningmag.com/?p=1507953 ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งการเปิดศักราชของ สมาร์ทโฟน AI ที่นำโดย Samsung Galaxy S24 Series ซึ่งได้รับการตอบรับจากทั้งในตลาดไทยและตลาดทั่วโลก ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา หลายแบรนด์จึงได้เริ่มใส่ AI เข้ามาในสมาร์ทโฟนเพื่อแข่งขัน คำถามคือ จะมาแค่เป็นกระแสหรือเปล่า

เพราะตลาดอิ่มตัว AI จึงเป็นตัวเพิ่มมูลค่า

ต้องยอมรับว่าตลาดสมาร์ทโฟน อยู่ในจุด อิ่มตัว มาสักระยะ โดยในปี 2023 ถือเป็นปีที่หดตัวมากที่สุดในรอบ 10 ปี และเพิ่งจะมาฟื้นในปี 2024 ซึ่งหลายคนมองว่าเกิดมาจากการมาของ สมาร์ทโฟน AI เพราะต้องยอมรับว่าในฝั่งของ ฮาร์ดแวร์ หรือตัวเครื่องเป็นอะไรที่อาจไม่ได้สร้าง ความแตกต่าง ชัดเจนมากนัก จะเห็นก็แต่การทำ สมาร์ทโฟนจอพับ ซึ่งก็ไม่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้สักเท่าไหร่ แม้แต่ผู้นำอย่าง ซัมซุง (Samsung) ยังต้องออกมาลดการผลิต เพื่อเน้นไปที่ S Series แทน

‘ซัมซุง’ หั่นเป้ายอดขาย ‘มือถือจอพับ’ หลังยอดขายเริ่มร่วง หันไปดัน ‘S series’ รุ่นเรือธงแทน

ด้วยความที่ตลาดอยู่ในภาวะอิ่มตัว ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะเน้นไปที่กลุ่ม พรีเมียม เพื่อเพิ่มรายได้ต่อเครื่อง มากกว่าจำนวนปริมาณ แต่การชูจุดขายในฝั่งฮาร์ดแวร์อาจจะกระตุ้นให้ผู้ใช้ อัปเกรด ไม่ได้ขนาดนั้น การสร้างความแตกต่างจึงกลายเป็นฝั่งซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะ ฟีเจอร์ GenAI

Samsung Galaxy S25 Series

GenAI จะเป็นมาตรฐานสมาร์ทโฟน

ทางด้าน Canalys ที่ประเมินว่า แบรนด์สมาร์ทโฟนจะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์มากขึ้น โดยเฉพาะ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผ่าน GenAI ท่ามกลางความผันผวนของอุปสงค์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกันกับ Counterpoint Research ประเมินว่า การเติบโตของ ปริมาณสมาร์ทโฟน ในตลาดจะไม่ยังไม่ไปแตะถึงระดับสูงสุดที่เห็นในช่วงก่อนโควิด แต่ผู้บริโภค ยอมจ่ายแพง เพื่ออัพเกรดสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ดังนั้น ในปี 2025 คาดว่าการเติบโตของมูลค่าตลาดจะยังคงแซงหน้าการเติบโตของปริมาณ โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้น +8% เมื่อเทียบกับการเติบโตของปริมาณ +4%

และในอนาคต Counterpoint Research เชื่อว่า GenAI จะกลายเป็นบรรทัดฐานสําหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง ภายในปี 2028 โดย 90% ของสมาร์ทโฟนที่มีราคาสูงกว่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 บาท) จะมีความสามารถ GenAI จากที่เทคโนโลยีดังกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในสมาร์ทโฟนกลุ่มพรีเมียมที่มีราคาสูงกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35,000 บาท)

สมาร์ทโฟนเอไอจะโตต่อเนื่องไปอีก 5 ปี

ขณะที่ IDC เชื่อว่า การจัดส่งสมาร์ทโฟนที่มี GenAI ทั่วโลกในปี 2025 จะเพิ่มขึ้น +73.1% เมื่อเทียบกับปี 2024 ซึ่งสามารถเติบโตได้เกินสามหลัก และเชื่อว่าสมาร์ทโฟน AI จะมี อัตราการเติบโตสองหลัก 4 ปีติดต่อกัน โดยจะมีการเติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 2024-2028 ที่ +78.4% โดยการจัดส่งสมาร์ทโฟน GenAI ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 912 ล้านเครื่อง ภายในปี 2028

อย่างไรก็ตาม IDC มองว่า แม้ว่า GenAI จะมาเป็นตัวปฏิวัติประสบการณ์ผู้ใช้ในอนาคต แต่แบรนด์จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภค และแนะนำฟีเจอร์ที่ผู้บริโภครู้สึกว่า ต้องมี ที่จะเร่งผู้บริโภคอัปเกรด และมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกับ Counterpoint Research ว่า สมาร์ทโฟนที่มี GenAI จะมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ โดย IDC ประเมินว่า สมาร์ทโฟน AI จะมีสัดส่วนเป็น 70% ของตลาดสมาร์ทโฟน ภายในปี 2028

ต้องยอมรับว่าความเร็ว แรง ลื่น กล้องสวย หรือจอพับ อาจไม่ใช่อะไรที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคมากเหมือนในอดีต แต่เป็นฟีเจอร์เอไอที่มาเปลี่ยนวิธีการใช้เทคโนโลยีและการใช้ชีวิตพื้นฐานของผู้บริโภค ดังนั้น การเพิ่มความสามารถเอไอบนสมาร์ทโฟนจะขับเคลื่อนการอัปเกรดและเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับทั้งผู้ขายและผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน

canalys / chinadaily / idc / counterpointresearch

]]>
1507953
‘Xiaomi’ ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนที่เติบโตมากที่สุดในกลุ่ม Top5 ส่วน ‘OPPO’ หดตัวมากที่สุด -8% https://positioningmag.com/1506377 Tue, 14 Jan 2025 07:45:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1506377 หลังจากที่ตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ในช่วงหดตัวต่อเนื่องมา 2 ปี และในปี 2023 ยังเป็นปีที่ตลาดหดตัวมากที่สุดในรอบ 10 ปี ในที่สุดตลาดปี 2024 ก็สามารถเติบโตได้ +4% โดย ซัมซุง (Samsung) และ แอปเปิล (Apple) ยังคงเป็น 2 ผู้นำในกลุ่ม Top 5 แบรนด์ชั้นนำ

Counterpoint Research เปิดเผยว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2024 เพิ่มขึ้น +4% เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้นกว่าปีก่อน โดย Tarun Pathak ผู้อํานวยการฝ่ายวิจัย มองว่า สมาร์ทโฟนยังคงเป็นสินค้าจําเป็นในการใช้ชีวิตประจําวันของผู้คน และในขณะที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคอ่อนลง ตลาดเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ Q4/2023 จนสามารถเติบโตได้ 5 ไตรมาสติดต่อกันในเกือบทุกตลาดนําโดย ยุโรป จีน และละตินอเมริกา

สำหรับ 2 แบรนด์ผู้นำยังคงเป็น Samsung (+1) และ Apple (-2%) ซึ่งผลประกอบการค่อนข้างทรงตัว มีเพียง เสียวหมี่ (Xiaomi) ที่สามารถเติบโตเร็วที่สุด (+12%) ครองตำแหน่ง เบอร์ 3 ส่วน ออปโป้ (OPPO) หดตัวมากที่สุด (-8%) โดยยังคงครองเบอร์ 4 ของตลาด ส่วน วีโว่ (Vivo) สามารถเติบโตได้ (+9%)

สำหรับ Samsung ยังคงครองเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 19% ความแข็งแกร่งจากผลิตภัณฑ์ S24 series และ A-series โดยเฉพาะ S24 ที่เป็นโทรศัพท์ รุ่นแรก ที่มี AI โดยได้รับการตอบรับที่ดีเป็นพิเศษในยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา ส่วนเบอร์ 2 อย่าง Apple ด้วยส่วนแบ่ง 18% ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีจาก iPhone 16 อย่างไรก็ตาม Apple ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดที่ไม่ใช่ตลาดหลัก เช่น ละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก-อื่น ๆ

Xiaomi เติบโตเร็วที่สุดเนื่องจากการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ โดยเน้นไปที่กลุ่มพรีเมียม ส่วน Vivo ก็เติบโตได้ดีจากตลาดอินเดีย และจีน ด้าน OPPO ต้องสูญเสียส่วนแบ่งบางส่วนจากการแข่งขันที่ดุเดือดจาก Huawei, HONOR และ Motorola ซึ่งเป็น OEM ที่เติบโตเร็วที่สุดใน 10 อันดับแรกของแบรนด์ทั้งหมด

ทั้งนี้ ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งการนำ GenAI มาสู่สมาร์ทโฟน ซึ่งกลายเป็นเทคโนโลยีที่อาจปฏิวัติวงการ แม้ว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีดังกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในสมาร์ทโฟนกลุ่ม พรีเมียม แต่คาดว่า GenAI จะกลายเป็นบรรทัดฐานสําหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางภายในปี 2028 โดย 90% ของสมาร์ทโฟนที่มีราคาสูงกว่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 บาท)จะมีความสามารถ GenAI

อย่างไรก็ตาม ทาง Counterpoint Research มองว่า ปริมาณสมาร์ทโฟนในตลาดจะไม่ยังไม่ไปแตะถึงระดับสูงสุดที่เห็นในช่วงก่อนโควิด ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะเน้นเจาะไปที่กลุ่มพรีเมียมเพื่อเพิ่มรายได้ต่อเครื่อง โดยจะเห็นได้จากปี 2024 ที่ยอดขายสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มี ราคาสูงกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35,000 บาท) เติบโตเร็วที่สุดในปี 2024 เนื่องจากผู้บริโภคแสดงความชอบใช้จ่ายมากขึ้นสําหรับสมาร์ทโฟนรุ่นต่อไป ดังนั้น ในปี 2025 คาดว่าการเติบโตของมูลค่าตลาดจะยังคงแซงหน้าการเติบโตของปริมาณ โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้น +8% เมื่อเทียบกับการเติบโตของปริมาณ +4%

Source

]]>
1506377
‘ออปโป้’ เตรียม “ปิดแผนกพัฒนาชิป” หลังยอดขายดิ่ง แถมตลาดยังซบเซา https://positioningmag.com/1430581 Mon, 15 May 2023 11:26:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1430581 ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกปี 2023 ไตรมาสแรกปิดที่ 269.8 ล้านเครื่อง ลดลง 13% โดยแบรนด์อันดับ 4 ของโลกอย่าง ออปโป้ (Oppo) ยอดขายลดลง 8% โดนล่าสุด บริษัทก็ตัดสินใจปิดแผนกพัฒนาชิป เนื่องจากการเติบโตที่หดตัว

ท็อป 5 สมาร์ทโฟนยอดตกหมด มีเพียง Apple ที่เติบโตสวนทาง แม้จะมีการรคาดการณ์ว่าตลาดจะเริ่มฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง แต่ ออปโป้ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีน เลือกที่จะ ปิดแผนกพัฒนาชิป ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2019 โดยเกิดเป็นชิปประมวลผลภาพถ่าย MariSilicon X ที่อยู่ในซีรีส์ Find X และ Reno กับชิปประมวลผลเสียง MariSilicon Y ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี เนื่องจากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน

“เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน เราจึงต้องปรับเปลี่ยนอย่างยากลำบากเพื่อการพัฒนาในระยะยาว”

ปัจจุบัน ตลาดสมาร์ทโฟนของจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังพยายามเพื่อฟื้นตัวจากการตกต่ำครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากผู้บริโภคเลือกจะยังรัดเข็มขัด แม้ประเทศได้ยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดแล้วก็ตาม โดยในปี 2022 ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนในจีนลดลง 14% และยอดจัดส่งรวม ต่ำกว่า 300 ล้านเครื่องเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

ขณะที่ ช่วงไตรมาสแรกปี 2023 ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนในจีนลดลง 11% เมื่อเทียบเป็นรายปี เหลือ 67.2 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นยอดรวมรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 อ้างอิงข้อมูงจากบริษัทวิจัย Canalys

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ออปโป้ได้ลงทุนไปกับแผนกพัฒนาชิปเป็นเงินกว่า 1,400 ล้านบาท และจริง ๆ แล้วไม่ได้มีแค่ออปโป้ที่จัดตั้งหน่วงงานออกแบบชิปภายในองค์กร แต่คู่แข่งในจีนอย่าง เสียวหมี่ (Xiaomi) เองก็ได้จัดตั้งหน่วยงานออกแบบชิปภายในองค์กรด้วยเช่นกัน เนื่องจากแบรนด์จากจีนกลัวจะเจอปัญหาเดียวกับหัวเว่ย

]]>
1430581
กำไร ‘ซัมซุง’ Q4 ลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ปี เนื่องจากตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกซบเซา https://positioningmag.com/1417309 Tue, 31 Jan 2023 09:09:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1417309 ตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ถือเป็นไตรมาสที่ตลาดแย่สุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ ซัมซุง (Samsung) เบอร์ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนโลกยังเสียแชมป์ให้กับ iPhone ที่ครองแชมป์สมาร์ทโฟนขายดีประจำไตรมาสดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่กำไรของซัมซุงในไตรมาสนี้จะแย่สุดในรอบ 8 ปี

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสัญชาติเกาหลีใต้อย่าง ซัมซุง ได้รายงานผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2022 อยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 69% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยรายได้รวม ลดลง 8% เหลือเพียง 5.73 แสนล้านดอลลาร์ โดยผลกำไรในไตรมาสดังกล่าวนับเป็นไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดของบริษัท นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2014

“สภาพแวดล้อมทางธุรกิจแย่ลงอย่างมากในไตรมาสที่ 4 เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก” ซัมซุงระบุ

นักวิเคราะห์มองว่า ไม่ใช่แค่ความต้องการของตลาดสมาร์ทโฟนที่ลดลง แต่ตลาดไอทีโดยรวมนั้นลดลงทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อชิปเพื่อผลิตสินค้าลดลง นอกจากนี้ ราคาชิปหน่วยความจำก็ปรับตัวลดลงกว่าช่วงที่ขาดแคลน

ซัมซุง คาดว่า ปัญหาเหล่านี้จะยังไม่หมดไป โดยจะยังส่งผลต่อเนื่องในอีกหลายเดือน เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าคาดว่าอุปสงค์โดยรวมจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีก็ตาม ขณะที่ นักวิเคราะห์ คาดว่า ผลกำไรของซัมซุงในไตรมาส 1/2023 จะลดลงอีกครั้ง เนื่องจากราคาชิปหน่วยความจำที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

“ความต้องการสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มลดลงอีกครั้งในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคหลัก”

จากผลประกอบการดังกล่าว ส่งผลให้ หุ้นของซัมซุงลดลง 3% อย่างไรก็ตาม หากดูภาพรวมทั้งปี ซัมซุงยังถือว่าเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยมีรายได้รวม 2.45 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 2.27 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2021 และสูงเป็นประวัติการณ์

Source

]]>
1417309
ยอดขาย ‘สมาร์ทโฟน’ ลดต่ำสุดในรอบ 9 ปี เหตุผู้บริโภคเน้นใช้เงินกับ ‘สิ่งจำเป็น’ https://positioningmag.com/1405542 Wed, 26 Oct 2022 04:46:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1405542 ก่อนที่จะเกิดการระบาดใหญ่ ตลาดสมาร์ทโฟนก็อยู่ในภาวะทรงตัว จนเมื่อเกิดการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้ความต้องการอุปกรณ์ไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงตามไปด้วย จนปัจจุบันทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนชิป อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากการระบาดบวกกับปัญหาสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ ก็ตามมา

บริษัทวิจัย Canalys ระบุว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนในไตรมาสที่ 3/2022 ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งแตะระดับต่ำสุดที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ปี 2014 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่แย่ลงทั่วโลก ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกจะใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นมากกว่าอัปเกรดสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด

“แนวโน้มเศรษฐกิจที่ย้ำแย่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์และจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ”

แม้ว่ายอดขายสมาร์ทโฟนปรับตัวดีขึ้นในเดือนกันยายน แต่ก็มาจากส่วนลดและโปรโมชันที่รุนแรง โดย Sanyam Chaurasia นักวิเคราะห์ของ Canalys คาดว่า ช่วงสิ้นปีจะยิ่งดุเดือด เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ผู้คนจะหาซื้อของขวัญ โดยผู้บริโภคเลือกจะรอโปรโมชันส่วนลดสำหรับอุปกรณ์รุ่นเก่า

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช่วงสิ้นปีภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนอาจจะกลับมาดีขึ้น แต่ก็เป็นเพราะโปรโมชัน ดังนั้น ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ จะยังทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนในปี 2023 ยังลดลงต่อเนื่อง ดังนั้น ในฝั่งของร้านค้าและผู้ค้าส่วนใหญ่ควรเริ่มกลับมาดูการสต็อกสินค้า เนื่องจากความต้องการที่ลดลง และสินค้าที่เหลือราคาตก เนื่องจากขายไม่ออก

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมตลาดจะตกลง แต่ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกของ Apple เพิ่มขึ้นเป็น 18% ในไตรมาสล่าสุด เทียบกับ 15% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะที่เบอร์ 1 อย่าง Samsung มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 1% เป็น 22% โดย Angelo Zino นักวิเคราะห์ของ CFRA มองว่า ที่ Apple ยังเติบโตได้ท่ามกลางความต้องการสมาร์ทโฟนที่ลดลง เป็นเพราะจับกลุ่มบนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม Apple เองก็ต้องมีกลยุทธ์การกำหนดราคาของผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงแรงผลักดันที่สำคัญจากผู้บริโภคที่ตอนนี้มักจะอ่อนไหวต่อการขึ้นราคา นอกจากนี้ Apple ยังยกเลิกการผลิต iPhone 14 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไปเนื่องจากความต้องการที่ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้

Source

]]>
1405542
‘Samsung-Apple’ กอดคอ “ลดการผลิตสมาร์ทโฟน” เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา https://positioningmag.com/1387037 Mon, 30 May 2022 06:36:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1387037 ดูเหมือนตลาดสมาร์ทโฟนในปีนี้จะไม่ค่อยสดใสนัก เพราะแค่ไตรมาสแรกของปีการจัดส่งสินค้าก็ลดลงถึง 11% ซึ่งถึงเป็นการชะลอตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เบอร์ 1 และ 2 ของตลาดอย่าง ‘ซัมซุง’ (SAMSUNG) และ ‘แอปเปิล’ (Apple) ได้ลดกำลังการผลิตสมาร์ทโฟนลง

Strategy Analytics คาดการณ์ว่า ภาพรวมทั้งการขนส่งสมาร์ทโฟนปีนี้จะลดตัวลง 2% โดยยอดจำหน่ายที่ลดลงนั้น เป็นผลพวงมาจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 10 ปี รวมถึงภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาซัพพลายเชนที่มีปัญหาตั้งแต่ช่วงการที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตสมาร์ทโฟน

ด้วยปัญหาดังกล่าว มีรายงานว่าแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 1 อย่าง ซัมซุง กำลังลดจำนวนการผลิตที่วางแผนไว้ จาก 310 ล้านเครื่อง เหลือ 280 ล้านเครื่อง โดยเป้าหมายการผลิตที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อโทรศัพท์ในทุกกลุ่ม ตั้งแต่รุ่นต่ำสุดไปจนถึงรุ่นเรือธง

“ผู้บริโภคอาจยังไม่ต้องการซื้อเครื่องใหม่เว้นแต่จำเป็นจริง ๆ เพื่อเป็นการประหยัดเงิน ส่วนผู้ที่มีโทรศัพท์ระดับไฮเอนด์อาจจะยังไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยน โดยยังสามารถใช้ได้อีก 1-2 ปี”

ไม่ใช่แค่ซัมซุง แต่ Apple ก็คาดว่ายอดขายสมาร์ทโฟนในปีนี้ค่อนข้างซบเซา รวมถึงปัญหากำลังการผลิตที่ล่าช้า เนื่องจากการล็อกดาวน์ในจีนที่ส่งผลให้บริษัทสูญรายได้ราว 4-8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทมีแผนจะปรับลดจำนวนการผลิตให้อยู่ในปริมาณใกล้เคียงกับปี 2021 ที่ผ่านมา โดยจะอยู่ที่ 220 ล้านเครื่อง จากเป้าเดิมที่ 240 ล้านเครื่อง แม้ว่า iPhone 14 นี้จะมีแนวโน้มที่จะเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ก็ตาม

Source

]]>
1387037
‘Realme’ ปักเป้าขึ้นเบอร์ 3 สมาร์ทโฟนไทยปีหน้า ชูกลยุทธ์ ‘1+5+T’ มัดใจลูกค้ายุค 5G https://positioningmag.com/1367795 Mon, 20 Dec 2021 09:30:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1367795 แม้ ‘Realme’ (เรียลมี) จะไม่ถึงกับเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนหน้าใหม่ในตลาดขนาดนั้น เพราะก่อตั้งแบรนด์มาแล้วตั้งแต่ปี 2561 แต่กลับเป็นม้ามืดที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในตลาดโลกและตลาดประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการมาของ 5G รวมไปถึงการสะดุดของ Huawei (หัวเว่ย) ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของสมาร์ทโฟนหน้าใหม่จะผงาดขึ้นมา ซึ่งเรียลมีเองก็เร่งเครื่องหวังขึ้นเป็นเบอร์ 3 ในตลาดไทยให้ได้

ย้อนรอย Realme

Realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนจากประเทศจีน เริ่มก่อตั้งในเดือนพฤษภาคม 2561 โดย Sky Li อดีตทีมผู้บริหารสมาร์ทโฟน Oppo แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี โดยหลายคนมักจะพูดว่า Realme ก็คือแบรนด์ลูกของ Oppo ซึ่งทาง Realme ก็ออกมาบอกว่าทาง Oppo เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าให้เท่านั้น แต่ทีมบริหารภายใน Realme ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง

ตลอด 3 ปีที่ Realme ทำตลาด ปัจจุบันมียอดขายทั่วโลกครบ 100 ล้านเครื่อง โดยในปี 2021 มีอัตราการเติบโต 149% ขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 6 โดยตลาดที่ค่อนข้างโดดเด่นก็คือ อินเดีย ที่สามารถขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในตลาด และสำหรับประเทศไทย Realme อยู่อันดับที่ 5 ในตลาด แต่ภายในปีหน้า Realme ต้องการขึ้นเป็น Top 3 หรือมีส่วนแบ่งตลาด 14%

กลยุทธ์ 1+5+T

ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยช่วงไตรมาส 2 เสียวหมี่ (Xiaomi) ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21% ตามมาด้วย Oppo, Samsung และ Vivo ตามลำดับ ส่วน Realme อยู่อันดับที่ 5 ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 9%

โดย ศิรศร เบญจาธิกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ เรียลมี ประเทศไทย กล่าวว่า Realme ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 3 ภายในปีหน้าโดยจะใช้กลยุทธ์ 1+5+T เพื่อสร้าง Realme Ecosystem ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคอย่างเต็มตัว โดย

  • 1 แทน สมาร์ตโฟนที่จะเป็นศูนย์กลางการควบคุม Ecosystem ทั้งหมด
  • 5 แทนหมวดหมู่หลักของอุปกรณ์ AIoT ทั้งหมด ได้แก่ 1. อุปกรณ์หูฟังไร้สาย 2. อุปกรณ์สวมใส่ 3. โทรทัศน์ 4. แท็บเล็ต และ 5. แล็ปท็อป
  • T ย่อมาจากแบนด์ TechLife ซึ่งทั้งหมดนี้จะมี realme Link แอปพลิเคชันเชื่อมต่อกัน และสร้างเป็น AIoT ecosystem เพื่อให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์ realme สามารถใช้งานร่วมได้อย่างเต็มรูปแบบ

“เรารู้ว่าคู่แข่งเราก็มีสินค้าเหมือนกับเรา แต่จุดอ่อนเขาคือการสั่งงานผ่านแอปต่าง ๆ แยกกัน แต่ของเราสั่งผ่านแอป Realme Link จบที่เดียวไม่ว่าจะมีกี่อุปกรณ์ และเราจะทำราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด โดยปีหน้าคาดว่าจะมีสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มอีกอย่างน้อย 20 Item”

ในส่วนของสมาร์ทโฟน Realme จะโฟกัสที่ตลาด Hi-end โดยเฉพาะ GT Series ราคาอยู่ที่ 13,990-19,990 บาท นอกจากนี้จะเน้นไปที่สมาร์ทโฟน 5G โดยในปี 65 สมาร์ทโฟน 70% จะเป็นรุ่น 5G ซึ่ง Realme เห็นศักยภาพของตลาด 5G ไทยที่ไปพร้อม โดยเชื่อว่าในปีหน้าราคาสมาร์ทโฟน 5G จะเริ่มที่ 6,990 บาท ซึ่งยิ่งทำให้จับต้องง่าย ดังนั้นเชื่อว่า สัดส่วนยอดขายสมาร์ทโฟน 5G ของตลาดสมาร์ทโฟนไทยจะอยู่ที่ 30-40%

“ตลาดมือถือยังเติบโตได้อยู่ เพราะคนขาดมือถือไม่ได้ ยิ่งการที่ 5G ดีขึ้น การมาของเกมออนไลน์ที่เติบโตขึ้น คนที่เขาก็อยากเปลี่ยนสมาร์ทโฟน โดยตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 8-9 เดือนสำหรับกลุ่มล่าง ส่วนกลุ่มบนประมาณ 1 ปีเปลี่ยน”

ไม่หวั่นปัญหาชิปขาดแคลน พร้อมเพิ่มหน้าร้านเท่าตัว

ในปีหน้า Realme จะเพิ่มหน้าร้านจาก 75 แห่งเป็น 120 แห่ง เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะกับสินค้ากลุ่ม AIoT เพราะพนักงานจะช่วยแนะนำสินค้าให้ลูกค้ารู้จักได้ ขณะที่ตลาดออนไลน์ที่กำลังเติบโต บริษัทก็จะเน้นไปที่การทำโปรโมชันต่าง ๆ พร้อมออกสินค้า Excursive เพื่อกระตุ้นตลาด

“ที่ผ่านมาเรามีบางรุ่นที่ขายเฉพาะออนไลน์ รวมทั้งทำแฟลชเซลล์ในวัน 12.12 โดยสามารถขายได้ถึง 500 เครื่องในไม่กี่นาที”

ปัญหาชิปขาดตลาดที่ผ่านมาส่งผลให้ยอดส่งมอบสินค้าในไทยไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เปลี่ยนซัพพลายเออร์ชิปเจ้าใหม่เป็น UNISOC และมีการจองซัพพลายล่วงหน้า ทั้งนี้ การที่แบรนด์เน้นทำตลาดกลุ่ม Hi-end ก็จะช่วยให้บริษัทมีรายได้มากขึ้น แม้จะขายสินค้าได้น้อยลงก็ตาม

“ปีหน้าทุกแบรนด์จะงัดทุกทางที่จะมาสร้างความแตกต่างเพื่อดึงลูกค้า เราเองก็มั่นใจว่าสินค้าเราครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม แต่ละซีรีส์มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน เช่น C Series เน้นผู้สูงอายุ และใช้เป็นเครื่องที่สอง ส่วนไฮเอนด์จะเน้นวัยรุ่นชอบเล่นเกม ซึ่งไฮเอนด์ถือเป็นความท้าทายที่เรายังเข้าไม่ถึง ดังนั้น จึงเป็นกลุ่มที่เราอยากจะไปในปีหน้า”

]]>
1367795
IDC มอง ‘ตลาดสมาร์ทโฟน’ 2021 ส่งมอบเพิ่ม 7.4% ผู้บริโภคซื้อเพื่ออัพเกรด ใช้ 5G มากขึ้น https://positioningmag.com/1349493 Tue, 31 Aug 2021 12:40:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1349493 IDC ประเมินภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2021 เเม้มีปัญหาเรื่องซัพพลายเชน เเต่มีเเนวโน้มดีขึ้น ด้วยอานิสงส์เทคโนโลยี 5G ขายดีในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ผู้บริโภคยังอยากอัพเกรดเป็นระดับพรีเมียมมากขึ้น

บริษัทวิจัยตลาด International Data Corporation (IDC) เผยรายงานประเมินธุรกิจสมาร์ทโฟน ในปี 2021 โดยคาดว่า

การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลก ตลอดปีนี้ จะเพิ่มขึ้นราว 7.4% คิดเป็นส่งจำนวน 1.37 พันล้านเครื่อง และคาดว่าจะเติบโต 3.4% ในปี 2022-23

โดยการเติบโต 7.4% นั้น มาจากการเติบโตอย่างเเข็งเเกร่งของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ที่เพิ่มขึ้นถึง 13.8% สองเท่าของ Android ซึ่งอยู่ที่ 6.2% 

ขณะที่ ตลาดใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง จีน สหรัฐอเมริกา และยุโรปตะวันตก เติบโตได้ในระดับช่วงก่อนโควิด (ปี 2019) เเต่ตลาดเกิดใหม่อย่าง อินเดีย ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง เเละแอฟริกา กลับมีการเติบโตที่สูงมาก

บรรดาแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มีการรับมือในการจัดการซัพพลายเชนได้ดีขึ้น หลังปีที่ผ่านมาต้องเผลิญสารพัดปัญหาจากวิกฤตโรคระบาด ทำให้ไทม์ไลน์การเปิดตัวสินค้าบางอย่างต้องถูกเลื่อนออกไป ซึ่งมีปีนี้ หลายเเบรนด์กลับมาเดินหน้าผลิตสินค้าตามเเผนต่อไป

ส่วนการกระจายวัคซีนที่ได้ผลดีในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสล่าสุด มีการฟื้นตัวต่อเนื่อง

Photo : International Data Corporation (IDC)

นอกจากนี้ การมาของเทคโนโลยี 5G’ ก็ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้ได้เป็นอย่างดี เหล่าผู้ผลิตเเละผู้จัดจำหน่ายต่างมุ่งไปที่การขายสมาร์ทโฟน 5G ที่มีราคาเฉลี่ยต่ออุปกรณ์ (ASP) สูงกว่าอุปกรณ์ 4G รุ่นเก่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2020 อยู่ที่ 634 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนราคาของสมาร์ทโฟน 4G ก็มีการลดราคาลงครั้งใหญ่เหลือราว 206 ดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลงเกือบ 30% จากปีที่แล้ว (277 ดอลลาร์สหรัฐ)

IDC ประเมินว่า การจัดส่งสมาร์ทโฟน  5G ทั่วโลก จะอยู่ที่ราว 570 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 123% จากปีที่เเล้ว โดยประเทศจีน ยังผู้นำตลาดต่อไปด้วยส่วนแบ่งตลาด 5G ทั่วโลกถึง 47.1% ตามมาด้วยสหรัฐฯ 16% อินเดีย 6.1% และญี่ปุ่น 4.1%

ทั้งนี้ คาดว่า ภายในสิ้นปี 2021 อุปกรณ์ 5G จะขึ้นครองส่วนเเบ่งสมาร์ทโฟนใหม่ในตลาดถึง 54.1% 

ด้านความสนใจของผู้บริโภค เเม้จะเผชิญกับระบาดใหญ่และไวรัสโควิดกลายพันธุ์  เหล่าผู้บริโภคยังคงมีความต้องการจะอัพเกรดเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม (ราคาตั้งเเต่ 1,000 ดอลลาร์ขึ้นไป) มากขึ้นในปีนี้ เเละมีเเนวโน้มว่าผู้ซื้อจะเปลี่ยนอุปกรณ์ไปเป็นรุ่น 5G ที่มีราคาแพงกว่าเครื่องเดิมที่มีอยู่

 

ที่มา : IDC 

 

]]>
1349493