แท็กซี่ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 08 Apr 2021 06:18:02 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Bolt เปิดบริการเรียกรถเฉพาะ “คนขับหญิง” อุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย https://positioningmag.com/1327055 Thu, 08 Apr 2021 05:32:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1327055 Bolt เปิดฟีเจอร์ใหม่ “Bolt Ladies” ให้ผู้โดยสารหญิงเลือกเรียกรถเฉพาะ “คนขับหญิง” ได้โดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย อุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหลังเมื่อเดือนก่อนมีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นกับผู้โดยสารหญิง ทั้งนี้ แอปฯ น้องใหม่จากเอสโตเนียรายนี้ยังมีจุดอ่อนคือการไม่มีระบบตรวจประวัติอาชญากรรมคนขับรถ แต่มีจุดแข็งคือราคาถูกสุดในตลาด 

Bolt บริการเรียกรถโดยสาร เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Bolt Ladies” ให้ผู้โดยสารหญิงสามารถเลือกเรียกรถเฉพาะที่เป็น “คนขับหญิง” เท่านั้นได้ โดยราคาโดยสารจะเท่ากับ Bolt ปกติ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ทั้งนี้ Positioning ตรวจสอบพบว่า Bolt มีตัวเลือกบริการที่ถูกที่สุดเรียกว่าแบบ Economy ซึ่งถูกกว่าปกติ 20-30% ทำให้การเลือก Bolt Ladies จะมีราคาสูงกว่าตัวเลือกถูกที่สุดที่แอปฯ Bolt มีให้เลือก

บริการนี้จะเป็นประโยชน์กับฝั่งคนขับหญิงด้วย เพราะถ้าหากคนขับหญิงพบว่าผู้โดยสารที่เรียกรถผ่านฟีเจอร์ Bolt Ladies เป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงจริงตามที่กรอกประวัติ คนขับสามารถปฏิเสธงานได้โดยไม่เสียค่าปรับ

ตัวอย่างราคาโดยสาร Bolt ประเภทต่างๆ

นอกจากนี้ Bolt ยังนำเสนอฟังก์ชัน ‘Share my ETA’ ในแอปพลิเคชันให้ผู้โดยสารกดคัดลอกลิงก์ส่งไปยังเพื่อนหรือญาติสนิท เพื่อให้บุคคลที่ไว้ใจติดตามการเดินทางของผู้โดยสารได้แบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพื่อสร้างความสบายใจให้ผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว

การเปิดฟีเจอร์ Bolt Ladies ครั้งนี้ เป็นไปได้ว่าเกิดจากแรงกดดันหลังผู้โดยสาร Bolt แจ้งความดำเนินคดีข่มขืนกับคนขับ Bolt ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม Positioning ได้สอบถามไปยังบริษัท Bolt ซึ่งระบุว่าบริษัททราบกรณีดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างการสืบสวนพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ และจะไม่อดทนต่อพฤติกรรมของคนขับในกรณีเช่นนี้

เหตุการณ์คดีข่มขืนดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงประมาณวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 และมีผู้ใช้ทวิตเตอร์เล่าเหตุการณ์ในวันที่ 21 มีนาคม 2564 ทำให้เกิดกระแสฮือฮาในอินเทอร์เน็ตว่าบริการ Bolt อาจไม่ปลอดภัย หลายคนแสดงความกังวลและระบุว่าจะเลิกใช้แอปฯ นี้ (อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้จาก BrightTV)

บางส่วนจากข้อความบนทวิตเตอร์ ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุด

Positioning จึงสอบถาม Bolt เพิ่มเติมเพื่อขอทราบขั้นตอนการตรวจสอบคนขับรถ โดยเฉพาะการตรวจประวัติอาชญากรรม ซึ่งบริษัท Bolt ชี้แจงมีการตรวจสอบเอกสารผู้สมัครขับรถ ได้แก่ ใบขับขี่ ข้อมูลทะเบียนรถ และบัตรประชาชน จากนั้นจะมีการอบรมมาตรฐานการขับขี่ โดยไม่ได้แจ้งว่ามีการตรวจประวัติอาชญากรรม

สำหรับ Bolt เข้ามาเปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ปัจจุบันมีบริการอย่างเป็นทางการ 2 เมืองคือ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และ เชียงใหม่ ชูจุดเด่นราคาถูกกว่าบริการเรียกรถอื่น 20% บางกรณีอาจถูกกว่าแท็กซี่ปกติด้วย รวมถึงระยะแรกยังไม่เก็บค่าคอมมิชชันจากคนขับรถ ขณะที่ระยะต่อไปจะเก็บเพียง 10-20% ซึ่งน้อยกว่าบริการเรียกรถอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม การไม่มีระบบตรวจประวัติอาชญากรรมอาจเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่ไว้วางใจ เมื่อเทียบกับบริการอื่น เช่น Grab ซึ่งจะตรวจประวัติอาชญากรรมย้อนหลัง 7 ปี หากมีคดีร้ายแรงติดตัว เช่น ฆาตกรรม ข่มขืน ปล้นทรัพย์ เมาสุราขณะขับรถ ยาเสพติด ฯลฯ จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ผ่านเกณฑ์ร่วมขับขี่ หรือแท็กซี่ปกติที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกก็จะต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรมเช่นกัน

Bolt นั้นเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเอสโตเนีย ปัจจุบันบริการอยู่ใน 40 ประเทศทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เปิดตัวในยุโรปและแอฟริกา ส่วนทวีปเอเชียนั้นมีบริการในไทย ศรีลังกา คาซัคสถาน อิรัก เลบานอน และซาอุดีอาระเบีย

]]>
1327055
Amazon เผยโฉม Zoox รถแท็กซี่ไฟฟ้าอัตโนมัติ ชาร์จครั้งเดียววิ่งเองทั้งคืน https://positioningmag.com/1311213 Fri, 18 Dec 2020 16:12:28 +0000 https://positioningmag.com/?p=1311213 บริษัทซูกซ์ (Zoox) ในเครืออะเมซอน (Amazon) เปิดตัวรถแท็กซี่ขับเคลื่อนตัวเองอัตโนมัติหรือที่เรียกกันว่าโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) รุ่นใหม่ล่าสุดของตัวเอง ความพิเศษคือการเป็นรถ 4 ล้อพลังงานไฟฟ้าที่สามารถขับขี่ตัวเองได้อัตโนมัติแบบไร้คนขับ บริษัทย้ำกำลังทดสอบรถต้นแบบในแคลิฟอร์เนีย และเนวาดา

Zoox นั้นเป็นบริษัทพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองที่ Amazon เพิ่งซื้อกิจการมาในเดือนมิถุนายน 2020 ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวรถไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว เบื้องต้นบริษัทตั้งชื่อรถอัจฉริยะนี้ว่า Zoox ตามชื่อของบริษัทที่มีอายุเกิน 6 ปีแล้วในวันนี้

รถ Zoox ใช้รูปแบบ carriage ทรงรถม้า ตัวรถสามารถขับเคลื่อนตัวเองได้แบบอิสระ รองรับผู้โดยสารได้ 4 คน สีเบื้องต้นของรถคือสีเขียวมินต์ ตัวรถกะทัดรัดด้วยความยาว 3.63 เมตร สามารถเคลื่อนไหวแบบ bidirectional สองทิศทาง มาพร้อมกับชุดแบตเตอรี่ 2 ก้อนที่ให้พลังงานเพียงพอสำหรับรถวิ่งเป็นเวลา 16 ชั่วโมงก่อนการชาร์จครั้งต่อไป

ภายในรถ Zoox มีม้านั่งสองแถว ตัวรถไม่มีพวงมาลัย สามารถแล่นด้วยความเร็วสูงสุด 75 ไมล์ต่อชั่วโมง ระหว่างเดินทางผู้โดยสารสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายได้ รวมถึงฟังเพลงผ่านแผงควบคุมส่วนตัวที่สามารถตั้งค่าเพลงและเครื่องปรับอากาศในรถ

ตามข้อมูลจากบริษัท รถ Zoox ยังมีหน้าจอสัมผัสติดไว้ประจำแต่ละที่นั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารตรวจสอบเวลาที่มาถึง สถานที่ปลายทาง และเส้นทางที่เดินทางได้แบบปลอดภัย จุดนี้ Zoox ย้ำว่ารถอัจฉริยะสามารถจัดการกับความท้าทายบนท้องถนนที่หลากหลาย เช่น การหลบเบี่ยงรถที่จอดริมทาง การชะลอเพื่อผ่านทางแคบ รวมถึงการยูเทิร์นที่ไม่ปกติ

ปัจจุบัน Zoox ระบุว่า กำลังทดสอบรถต้นแบบในซานฟรานซิสโก และฟอสเตอร์ซิตีในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงในลาสเวกัส รัฐเนวาดาด้วย เป็นการทดสอบแบบไร้คนขับที่รถขับเคลื่อนตัวเองเต็มรูปแบบ เบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการทำตลาดเชิงพาณิชย์ในขณะนี้ ถือเป็นการล่าช้ากว่าจีนที่เริ่มทดลองให้บริการโรโบแท็กซี่ไปแล้วตั้งแต่กันยายน 2020

Source

]]>
1311213
ชินคังเซ็ง เครื่องบิน แท็กซี่ในญี่ปุ่นปรับแผน หันมาขน “สินค้า” ชดเชยรายได้ช่วง COVID-19 https://positioningmag.com/1299312 Wed, 30 Sep 2020 05:54:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1299312 บริษัทคมนาคมของญี่ปุ่นทั้งรถไฟ สายการบิน รวมถึงรถแท็กซี่ผันตัวมาขนส่งสินค้า เพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากผู้โดยสารที่ลดจำนวนลง เพราะการระบาดของไวรัส COVID-19

รถไฟความเร็วสูง “ชินคังเซ็ง” และรถไฟด่วนสายต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อขนส่งอาหาร ผัก ผลไม้และผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

การขนส่งเที่ยวแรกในวันที่ 10 ก.ย. ได้นำองุ่น 10 กล่องจากเมืองซูซากะ จังหวัดนางาโนะ มายังกรุงโตเกียว การขนส่งสินค้าผ่านรถไฟความเร็วสูงรวดเร็วกว่ารถบรรทุก และยังมีเที่ยวรถไฟจำนวนมาก ช่วยให้ขนส่งได้รวดเร็วและสะดวกในการบริหารจัดการเวลา

ยูจิ ฟูกาซาวะ ประธานบริษัทเจอาร์ อีสต์ ระบุว่า ปริมาณผู้โดยสารจะไม่กลับคืนสู่ระดับปกติจนกว่าการระบาดของโรค COVID-19 จะจบสิ้นลง ทางบริษัทจึงต้องหารายได้ด้วยการรับขนส่งสินค้าต่าง ๆ และจะเร่งทำสัญญาเพื่อขนส่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นระบุว่า จำนวนผู้โดยสารรถไฟด่วนชินคังเซ็งในเส้นทางโทโฮกุ, โจเอ็ตสึ และโฮกุริกุ ลดลงมากถึง 74% ในช่วงวันหยุดยาวเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สายการบิน 17 สายที่มีเส้นทางบินภายในประเทศญี่ปุ่นก็พบความยากลำบากเช่นกัน ผู้โดยสารลดลงมากถึง 70% ขณะที่เส้นทางต่างประเทศ ผู้โดยสารแทบจะไม่มี ลดลงถึง 97% ในเดือนสิงหาคม

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ZIPAIR สายการบินต้นทุนต่ำของญี่ปุ่นในเครือเจแปนแอร์ไลน์ ที่เคยตั้งเป้าจะเปิดเที่ยวบินราคาประหยัดระหว่างสนามบินนาริตะ-กรุงเทพฯ ก็ต้องเปลี่ยนมารับขนส่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แทน

เส้นทางบินนี้เดิมมีกำหนดให้บริการในเดือนพฤษภาคม แต่ต้องเลื่อนออกไปเพราะการระบาดของไวรัส โดยตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2561 ยังไม่เคยรับผู้โดยสารเลยแม้แต่คนเดียว

บริษัทรถแท็กซี่ก็หันมาให้บริการเดลิเวอรี่นำอาหารจากร้านไปส่งตามบ้านเรือนเช่นกัน หลังจากกระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นออกมาตรการพิเศษยกเว้นข้อจำกัดให้บริษัทรถสำหรับผู้โดยสารทำธุรกิจขนส่งสินค้าได้ด้วยตั้งแต่เดือนเมษายน โดยมีบริษัทรถแท็กซี่กว่า 1,700 แห่งหันมาขนสินค้า ทางกระทรวงคมนาคมจะยกเลิกข้อจำกัดอย่างถาวรในเดือนตุลาคม ทำให้รถแท็กซี่สามารถรับผู้โดยสารและขนส่งสินค้าได้ด้วย

ประธานบริษัทแท็กซี่ในจังหวัดชิซูโอกะกล่าวว่า จำนวนผู้โดยสารขณะนี้มีเพียง 60% ของช่วงปกติ จึงจำเป็นต้องหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ

ด้านบริษัทขนส่งสินค้าต่าง ๆ ก็ให้ความสำคัญกับการขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้าไปพร้อม ๆ กัน เพราะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคขนส่ง นอกจากนี้ ยังลดเวลาในการจัดส่งสินค้า การขนส่งทั้งคนและของยังช่วยเพิ่มรายได้ ทำให้บริษัทรถบัสในเส้นทางที่ประชากรน้อยสามารถให้บริการต่อไปได้

Source

]]>
1299312
“ไป่ตู้” เปิดตัวบริการ Apollo Go “แท็กซี่ไร้คนขับ” เริ่มวิ่งรับส่งในปักกิ่ง https://positioningmag.com/1296647 Fri, 11 Sep 2020 14:52:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1296647 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อไม่นานนี้ ไป่ตู้ (Baidu) ยักษ์ใหญ่วงการอินเทอร์เน็ตจีน ได้เปิดตัวบริการรถแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ “อพอลโล โก” (Apollo Go) ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน โดยมีรถแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติเริ่มให้บริการในระยะทดลอง จำนวน 40 คัน

ไป่ตู้ อพอลโล (Baidu Apollo) แพลตฟอร์มแบบเปิดที่ไป่ตู้เปิดตัวเมื่อปี 2017 ซึ่งมุ่งผสานความพยายามข้ามภาคธุรกิจในด้านการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบุว่าผู้โดยสารสามารถเรียกรถแท็กซี่อัจฉริยะผ่านเว็บไซต์อพอลโลด็อตออโต (apollo.auto) และแอปพลิเคชันไป่ตู้ แมป (Baidu Map)

รถแท็กซี่เหล่านี้จะให้บริการในพื้นที่ทดลอง คิดเป็นระยะทางรวม 700 กิโลเมตร ครอบคลุมย่านชุมชนและธุรกิจขนาดใหญ่ในเขตอี้จวง ไห่เตี้ยน และซุ่นอี้ของปักกิ่ง

บริการแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือที่มักเรียกกันว่าโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) สามารถให้บริการภายใต้สภาพการจราจรที่ซับซ้อน เช่น ปัจจุบันสามารถเลี้ยวซ้ายได้โดยไม่ต้องมีไฟจราจรและป้ายบอก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ

หลี่เจิ้นอวี่ รองประธานของไป่ตู้ ระบุว่า ไป่ตู้ อพอลโล จะเดินหน้าสนับสนุนการใช้การขับเคลื่อนอัตโนมัติเชิงพาณิชย์ และมีส่วนร่วมในการขนส่งอัจฉริยะของปักกิ่งต่อไป

ปักกิ่งในฐานะหนึ่งในกลุ่มเมืองแรกของจีน ที่วางแผนและวางกฎเกณฑ์สำหรับพื้นที่ทดลองยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยตนเอง กำลังมีบทบาทนำในด้านปริมาณของยานพาหนะที่ใช้ทดสอบและประเภทของสภาพการจราจรที่ใช้ทดสอบ

นอกจากนั้นปักกิ่งยังใช้นโยบายที่เข้มงวดที่สุดในการประกันความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ ไป่ตู้ได้เปิดตัวบริการอพอลโล โก ที่นครฉางซา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน และเมืองชางโจว มณฑล เหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน

]]>
1296647
ศาลแคลิฟอร์เนียสั่ง Uber ให้เปลี่ยนสถานะคนขับจาก “ผู้รับจ้างอิสระ” เป็น “พนักงาน” https://positioningmag.com/1292275 Thu, 13 Aug 2020 04:38:48 +0000 https://positioningmag.com/?p=1292275 ศาลแคลิฟอร์เนียมีคำตัดสินให้ Uber และ Lyft สองผู้ให้บริการแพลตฟอร์มร่วมขับขี่ (ride-sharing) รายใหญ่ ปรับสถานะคนขับที่ทำงานให้แพลตฟอร์มเป็น “พนักงาน” ในบริษัท ซึ่งจะทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาและสวัสดิการสุขภาพตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองยังมีเวลาอีก 10 วันในการยื่นอุทธรณ์ก่อนที่คำตัดสินนี้จะถูกบังคับใช้

อีธาน ชูลแมน ผู้พิพากษาศาลสูงแห่งซานฟรานซิสโก ได้ให้คำตัดสินเบื้องต้นต่อคดีที่ ฮาเวียร์ บีเซอร์รา อัยการรัฐแคลิฟอร์เนียฟ้องร้อง Uber และ Lyft โดยมีคำสั่ง “ไม่ให้” ทั้งสองบริษัทจัดสถานะคนขับรถในแพลตฟอร์มเป็น “ผู้รับจ้างอิสระ” ในระหว่างที่ศาลจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม คำสั่งนี้จะมีผลภายใน 10 วัน แต่ระหว่างช่วงเวลานี้ทั้งสองบริษัทสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินได้ และทั้งสองบริษัทออกแถลงการณ์แล้วว่าจะยื่นอุทธรณ์ในทันที

ข้อกล่าวหาที่มีต่อ Uber และ Lyft นั้นฟ้องร้องตามข้อกฎหมายที่ชื่อว่า Assembly Bill 5 เป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้ในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2018 มีชื่อเล่นว่า “กฎหมายฟรีแลนซ์” เพราะจุดประสงค์หลักของกฎหมายต้องการขีดเส้นแบ่งแยกผู้ที่ทำงานให้กับบริษัทว่าเป็น “ผู้รับจ้างอิสระ” หรือ “พนักงาน”

กฎหมายนี้ได้กำหนดว่า ถ้าหากบุคคลผู้นั้นทำงานให้บริษัทในสิ่งที่ไม่ใช่แกนหลักของธุรกิจ เป็นอิสระจากการควบคุมและทิศทางนโยบายของบริษัท รวมถึงมีการรับจ้างทำงานลักษณะเดียวกันแก่องค์กรอื่นด้วย จึงจะถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้รับจ้างอิสระหรือฟรีแลนซ์

Lyft อีกหนึ่งบริษัท ride-sharing สำคัญของสหรัฐฯ (Photo : Shutterstock)

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากบริษัทใดๆ รวมถึง Uber และ Lyft ถูกตัดสินให้เปลี่ยนสถานะผู้รับจ้างงานเป็นพนักงานในบริษัท บริษัทจะต้องจ่ายเงินค่าล่วงเวลา สวัสดิการสุขภาพ และสวัสดิการอื่นๆ ที่จำเป็นให้พนักงานตามกฎหมาย

ในกรณีของบริษัท ride-sharing ปัจจุบัน “ผู้รับจ้างอิสระ” หรือที่มักเรียกกันว่าพาร์ตเนอร์คนขับ ต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิงและบำรุงรักษารถยนต์ด้วยตนเอง ซึ่งอาจจะต้องกลายเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทแทนในอนาคต เป็นเหตุให้แพลตฟอร์ม ride-sharing เหล่านี้คัดค้านกฎหมายฟรีแลนซ์มาโดยตลอด เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นทั้งที่ยังไม่เริ่มทำกำไรเลย

 

บริษัทค้าน : “คนขับ” ก็ไม่อยากเป็น “พนักงาน”

มาฟังมุมมองของฝั่งแพลตฟอร์มกันบ้าง ทั้ง Uber และ Lyft ต่างออกแถลงการณ์ว่าจริงๆ แล้วคนขับรถเองก็ต้องการจะเป็นฟรีแลนซ์มากกว่าเป็นพนักงานในเครือ เพราะคนขับจำนวนมากไม่สะดวกเข้าเป็นพนักงานเต็มเวลา

แถลงการณ์ของ Uber ยังโจมตีกลับฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐด้วยว่า “เมื่อคนแคลิฟอร์เนียมากกว่า 3 ล้านคนไม่มีงานทำ ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งของเราควรจะมุ่งเน้นกับการสร้างงานสร้างอาชีพ ไม่ใช่พยายามทำลายอุตสาหกรรมท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้”

“ดารา โคสโรว์ชาฮี” ซีอีโอ Uber

“ดารา โคสโรว์ชาฮี” ซีอีโอ Uber ยังพยายามหาทางออกให้กับประเด็นนี้มาตั้งแต่ต้นปี โดยเขามองว่าเรื่องนี้ควรจะมี “ทางเลือกที่สาม” ให้กับคนขับ ทำให้ผู้รับจ้างอิสระยังคงมีอิสระและยืดหยุ่นในอาชีพการงาน พร้อมๆ กับได้รับสวัสดิการและการปกป้องทางกฎหมายที่มากขึ้น

ทางเลือกที่สามที่เขาเสนอคือ บริษัทจะตั้งกองทุนสวัสดิการที่จ่ายให้ในสัดส่วนสอดคล้องกับจำนวนชั่วโมงที่ผู้รับจ้างอิสระทำงานให้กับบริษัท เขายังระบุว่าถ้าหากมีโมเดลนี้เกิดขึ้นจริงใน 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา Uber จะจ่ายเข้ากองทุนนี้ไปแล้ว 655 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเฉพาะปี 2019 เท่านั้น

สำหรับความเห็นของผู้พิพากษาชูลแมนมองว่า ในยามนี้ที่ไวรัสโคโรนาระบาดหนัก ทำให้ความต้องการใช้บริการของ Uber และ Lyft ลดลงอย่างรุนแรง ในภาวะที่จำนวนการใช้บริการลดลงต่ำที่สุด อาจจะเป็น ‘เวลาที่ดีที่สุด’ ที่จำเลยจะต้องเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยไม่ให้เกิดผลกระทบข้างเคียงเป็นวงกว้างแก่คนขับของตนเอง

Source: Forbes, CNBC

]]>
1292275
แท็กซี่มีหนาว! CABB ขอบุกตลาด ต้นแบบลอนดอนแท็กซี่-เรียกผ่านแอป นำร่องที่ “เดอะมอลล์” https://positioningmag.com/1291448 Thu, 06 Aug 2020 16:59:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1291448 งานนี้รถแท็กซี่เริ่มมีสะเทือน “เอเชีย แค็บ” ส่ง CABB แท็กซี่มาตรฐานใหม่ โดยใช้ต้นแบบลอนดอนแท็กซี่ ใช้งานโดยเรียกผ่านแอปพลิเคชัน นำร่องที่กลุ่มเดอะมอลล์ 7 แห่ง จับมือ “กลุ่มเดอะมอลล์”

“เอเชีย แค็บ” เกิดมาเพื่อผลิตแท็กซี่

ถ้าย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วงการรถแท็กซี่เริ่มมีสีสันมากขึ้น มีการเข้ามาของแอปพลิเคชันเรียกรถอย่าง Uber และ Grab รวมถึง “นครชัยแอร์” ที่เคยส่งบริการ All Thai Taxi ลงมาบุกตลาดแท็กซี่เช่นกัน แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก

ตอนนี้เมืองไทยได้มีแท็กซี่รูปแบบใหม่กำเนิดอีกแล้ว ในชื่อ CABB หรือแค็บบ์ เป็นรถแท็กซี่ที่มีต้นแบบรถจาก “ลอนดอนแท็กซี่” มีสีน้ำเงินโดดเด่น เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ

ซึ่งต้องบอกว่า CABB เกิดมาเพื่อเป็นรถแท็กซี่จริงๆ ไม่ได้นำรถยนต์ รถเก๋งยี่ห้อต่างๆ มาดัดแปลง บริหารงานโดย “บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด” เป็นบริษัทสัญชาติไทยแท้ ต่างชาติไม่ได้เข้ามาทำตลาดแต่อย่างใด แม้ชื่อเอเชีย แค็บ จะดูใหม่ แต่ถ้าพูดชื่อผู้ก่อตั้งคงจะต้องร้องอ๋อแน่นอน

เอเชีย แค็บได้ก่อตั้งโดย “กลุ่ม ซี.เอ.เอส” ซึ่งมีบริษัทในเครือมากมาย ทั้งบริษัท เจริญอักษร จำกัด ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ และบริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ทำตลาดถุงยางอนามัย ONETOUCH และ Playboy ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมรถยนต์มาก่อนเลย แต่ “สมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์” ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม ซี.เอ.เอส และประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด อยากเห็นจุดเปลี่ยนของแท็กซี่ จึงกำเนิดเป็นเอเชีย แค็บ

ที่บอกว่า CABB เกิดมาเป็นรถแท็กซี่โดยเฉพาะนั้น ก็เพราะว่าทางเอเชีย แค็บได้ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์เอง ได้ร่วมมือกับบริษัท Zhejiang Geely New Energy Commercial Vehicle Group (GCV) ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน เปิดฐานการผลิตรถยนต์แบรนด์ ASIA CAB รุ่น AS4 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน โดยคงรูปทรงคลาสสิก และเปี่ยมด้วยนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของรถลอนดอนแท็กซี่ รุ่น TX4 ที่เป็นโมเดลต้นแบบ มีความสวยงาม โอ่โถง โปร่งสบาย

โดยได้ซื้อลิขสิทธิ์ลอนดอนแท็กซี่มาจากอังกฤษ เพราะมองว่าลอนดอนแท็กซี่เหมาะกับการเป็นรถแท็กซี่มากที่สุดแล้ว

มีฉากใสกั้น คนขับไม่ต้องชวนคุย!

หลายคนที่ขึ้นรถแท็กซี่อาจจะเจอปัญหาแตกต่างกันออกไป บางคนไม่ชอบรถอับ เบาะผ้า หรือคนขับที่ชอบชวนคุยเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องของตัวเอง ยาวไปถึงเรื่องการเมืองก็มี

แต่ CABB ได้เอามาตรฐานของลอนดอนแท็กซี่มาใช้ มีจุดเด่นหลายอย่าง

  • มีการแยกส่วนระหว่างห้องคนขับและห้องโดยสารด้วยฉากกั้นใส (Partition screen)
  • ระบบแอร์แยกส่วน
  • ใช้ระบบอินเตอร์คอม (Intercom) ในการสื่อสารกับพนักงานขับรถ
  • ไม่ใช้เบาะผ้าเพื่อลดการสะสมของฝุ่น และสิ่งปนเปื้อน
  • มีมาตรการทำความสะอาดฆ่าเชื้อทั้งก่อน และหลังรับผู้โดยสาร
  • รองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 ที่นั่ง มีทางลาดสำหรับรถวีลแชร์ ราวจับในห้องโดยสาร 7 จุด
  • ผู้โดยสารปรับอุณหภูมิแอร์เองได้ตามต้องการ
  • มีที่ชาร์จ USB และ Wi-fi ฟรีตลอดการเดินทาง
  • มีปุ่ม SOS ในกรณีฉุกเฉิน กล้องบันทึกภาพ และระบบ GPS

เรียกผ่านแอปฯ ราคาเริ่มต้น 60 บาท ไม่รับเงินสด

การใช้งานของ CABB จะเป็นการเรียกผ่านแอปพลิเคชันที่ได้พัฒนาขึ้นมาเอง

  • ค่าโดยสารเริ่มต้น 60 บาท
  • กิโลเมตรต่อไป 6-8 บาท/กิโลเมตร (ตามช่วงเวลา)
  • กรณีรถติด 2.5 บาท/นาที
  • ไปสนามบิน +50 บาท
  • ค่าโดยสารขั้นต่ำ 70 บาท
  • ไม่มีค่าเรียกเพิ่ม

ระบบการชำระเงินของ CABB จะไม่รับเงินสด เป็น Cashless Society รับบัตรเครดิต และคิวอาร์โค้ด

การันตีรายได้คนขับ 20,000 บาท

โมเดลของ CABB ต้องการให้คนขับเป็นผู้ประกอบการ จะมีโมเดลรายได้ 2 แบบ ทั้งมีส่วนแบ่งรายได้กัน และคิดค่าเช่ารายวันกับคนขับ เปิดรับคนขับทั้งชาย และหญิง ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 23-70 ปี และมีใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลอย่างน้อย 1 ปี

โดยที่มาตรฐานคนขับต้องผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ ผ่านการตรวจสุขภาพ ประวัติอาชญากร และอื่นๆ รวมถึงการเข้าอบรมตามหลักสูตรของบริษัท เอเชีย แค็บ ก่อนให้บริการครั้งแรก อาทิ การเรียนรู้เส้นทาง การปฐม พยาบาลเบื้องต้น มารยาทการให้บริการ เป็นต้น

สิทธิประโยชน์คนขับ CABB

  • การันตีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน
  • เงินรายได้เข้าบัญชีทุกวัน
  • ฟรีค่าธรรมเนียมเปิดบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ
  • ดูแลค่าซ่อมบำรุงรถให้
  • ขับ 6 วัน ฟรี 1 วัน
  • ขับครบ 2 ปี ฟรี ประกันสุขภาพ
  • ขับครบ 7 ปี และ 8 ปี รับโบนัสปีละ 100,000 บาท
  • ขับครบ 9 ปี รับสิทธิ์เป็นเจ้าของรถสไตล์อังกฤษได้เลย

ทดลองระบบ นำร่องที่เครือเดอะมอลล์

ตอนนี้ CABB ได้เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ โดยจะแบ่งการบริการออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การจองรถล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน CABB หรือ คอลเซ็นเตอร์ 02-026-8888

แรกเริ่มจะให้บริการที่จุดจอดรถแท็กซี่ของห้างสรรพสินค้าที่เป็นพันธมิตรกับ เอเชีย แค็บ ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์เป็นรายแรก เพื่อนำ CABB จำนวน 30 คัน ออกให้บริการลูกค้าของห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ 7 แห่ง ได้แก่ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เดอะมอลล์ สาขารามคำแหง ท่าพระ งามวงศ์วาน บางกะปิ และบางแค

]]>
1291448
เราจะรอดไปด้วยกัน! “หมูทอดเจ๊จง” เปิดรับ “พี่วิน-ลุงแท็กซี่” ขนข้าวกล่องขายตามหมู่บ้าน https://positioningmag.com/1274063 Fri, 17 Apr 2020 15:49:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1274063 ร้านอาหารก็ห้ามนั่ง คนก็ไม่ออกจากบ้าน พี่วิน-ลุงแท็กซี่ก็ขาดรายได้ ทำให้โครงการ Chefs for Chance ชวน “หมูทอดเจ๊จง” ร่วมสร้างอาชีพยามวิกฤต COVID-19 เปิดรับวินมอเตอร์ไซค์และคนขับแท็กซี่ขนข้าวกล่องไปขายตามหมู่บ้าน กำไรกล่องละ 7 บาท แถมวิธีสมัครแบบ “ใจแลกใจ” รับไปขายก่อน มาจ่ายทีหลัง!

ร้าน หมูทอดเจ๊จง ร่วมโครงการ Chefs for Chance เปิดโครงการให้วินมอเตอร์ไซค์และคนขับแท็กซี่เข้ามารับข้าวหมูทอดของเจ๊จงไปเร่ขายตามสถานที่ต่างๆ โดยร้านระบุชัดๆ “กำไรกล่องละ 7 บาท” พร้อมสอนเทคนิคการขายสำหรับมือใหม่ให้ด้วย โดยเริ่มมีพี่วินและลุงแท็กซี่เข้ามารับของไปขายแล้ว

(Photo: Facebook@JehJong)

Positioning ต่อสายคุยกับ “ดร.ศิริกุล เลากัยกุล” ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย Sustainable Brands Thailand ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการ Chefs for Chance เธอเล่าว่าโครงการและหมูทอดเจ๊จงมีการร่วมงานกันมาก่อนแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ตัวโครงการมีจุดประสงค์หลักเพื่อรวบรวมเชฟที่มีชื่อเสียง มีแบรนด์เป็นของตัวเอง มาร่วมกันทำโครงการจิตอาสา ต่างๆ เริ่มแรกเป็นโครงการสอนนักโทษในเรือนจำทำอาหารเพื่อเป็นอาชีพ โดยถ้าหากนักโทษพ้นโทษแล้ว อนุญาตให้ใช้สูตรของเชฟไปอ้างอิงในการสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ ซึ่งหมูทอดเจ๊จงคือหนึ่งในเหล่าเชฟที่ร่วมโครงการนี้

หลังจากนั้นได้เกิดสถานการณ์ COVID-19 ระบาด ทำให้โครงการร่วมกับหมูทอดเจ๊จงทำข้าวกล่องเพื่อแจกบุคลากรการแพทย์ต่อด้วยแหล่งชุมชนที่ขาดแคลนต่างๆ 21 แห่ง โดยมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินหรือวัตถุดิบเข้ามา ดังที่เราได้เห็นตามข่าวก่อนหน้านี้

หมูทอดเจ๊จง เปิดให้วินมอเตอร์ไซค์-แท็กซี่รับข้าวกล่องขายนอกสถานที่ (Photo: Facebook@JehJong)

“แต่เราก็ต้องการทำตามศาสตร์พระราชา คือไม่ได้ให้แค่ปลา แต่ต้องสอนเขาจับปลาด้วย” ดร.ศิริกุลกล่าว โดยมองว่าขณะนี้วินมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่มีความลำบากมาก ขณะที่ข้าวหมูทอดเจ๊จงมีชื่อเสียงและเป็นสิ่งที่คนทุกระดับรับประทานได้ ประกอบกับคนส่วนใหญ่หยุดงานอยู่บ้านในช่วงนี้ จึงชักชวนให้หมูทอดเจ๊จงมาทำงานนี้ด้วยกัน

โมเดลคือให้พี่วินหรือลุงแท็กซี่ที่สนใจ มารับข้าวกล่องไปตระเวนขายตามสถานที่ต่างๆ เนื่องจากอาชีพเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญเส้นทางและรู้จักแหล่งชุมชนอยู่แล้ว โดยเปิดเผยชัดเจนว่า พี่วิน-ลุงแท็กซี่รับกำไร 7 บาท ร้านรับกำไร 3 บาท ร้านไม่รับกำไรมากแต่ขอให้อยู่ได้เพื่อความยั่งยืนของทุกฝ่าย

และยังใช้ระบบ “ใจแลกใจ” ขอแค่ความซื่อสัตย์และตั้งใจก็พอ เพราะร้านจะขอแค่ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พูดคุยสัมภาษณ์ความตั้งใจจริงพร้อมสอนเทคนิคการขายให้ จากนั้นรับข้าวกล่องไปขายได้เลย แล้วค่อยนำเงินที่ได้มาจ่ายคืนต้นทุน ทำให้ไม่ต้องมีทุนตั้งต้นก็ทำได้ แต่ถ้าไม่ซื่อสัตย์ก็จะรับของไปขายเพิ่มอีกไม่ได้

ด้าน “จงใจ กิจแสวง” หรือเจ๊จง เจ้าของร้านหมูทอดเจ๊จง บอกกับเราสั้นๆ ว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มเปิดโครงการ ยังมีพี่วิน-ลุงแท็กซี่เข้ามาสมัครไม่มาก อาจจะต้องรอให้ข่าวกระจายออกไปก่อน โดยถ้าต้องการขายขอให้มาเจอหน้าเจอตัวที่ร้านหลักสาขาโลตัส พระราม 4 ก่อน เพราะต้องการคนตั้งใจจริง หลังจากนั้นรอบที่ 2 เป็นต้นไปสามารถไปรับของที่สาขาอื่นๆ ได้เลย

ผู้ที่สนใจหรืออยากแนะนำใคร โทรฯ หาร้านหมูทอดเจ๊จงได้เลยที่เบอร์ 097-156-3629 !

]]>
1274063
เปลี่ยนแท็กซี่เป็น Kerry ชั่วคราว ส่งพัสดุหารายได้พิเศษ แถมแก้เกมกองพัสดุเยอะ https://positioningmag.com/1272848 Sun, 12 Apr 2020 08:09:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1272848 กลายเป็นการจับคู่ที่ Win-Win ในการปรับตัวในช่วงถานการณ์ตอนนี้ได้อย่างดี เมื่อ สมาร์ทแท็กซี่เห็นกองพัสดุเคอรี่ เอ็กซ์เพรสเท่าภูเขา ตัดสินใจพูดคุยขอนำแท็กซี่ส่งพัสดุด้วย สบช่องช่วงที่ตีรถเปล่า รายได้ลด มาส่งพัสดุตามบ้านหารายได้พิเศษ

เฟซบุ๊ก Smart Taxi.,Ltd ของ บริษัท สมาร์ทแท็กซี่ จำกัด ระบุว่า ได้ร่วมกับ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) นำรถแท็กซี่ของบริษัทฯ มาให้บริการส่งพัสดุของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ให้กับลูกค้าตามสถานที่ที่ระบุบนหน้ากล่อง

ก่อนหน้านี้ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ได้ประสบปัญหาพัสดุเต็มคลังสินค้า เนื่องมาจากการประกาศ พ...ฉุกเฉิน ทำให้ปริมาณความต้องการของลูกค้าในการส่งพัสดุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้จำนวนพัสดุเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากการจัดส่งในช่วงเวลาปกติ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดลำดับเส้นทางการจัดส่งพัสดุ อีกทั้งมาตรการควบคุมการคมนาคมในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้รถส่งสินค้าต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง

โดยแอดมินเพจชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า การเปลี่ยนรถแท็กซี่จากส่งคนมาเป็นส่งของนั้น สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ประชาชนไม่ออกจากบ้าน ส่งผลทำให้รายได้ของโชเฟอร์รถแท็กซี่ลดลงเหลือเพียง 500-600 บาทต่อวัน

 

ขณะที่ เคอรี่ เอ็กซ์เพรสประสบปัญหาพัสดุเต็มคลังสินค้า เนื่องจากรถขนส่งพัสดุตอนนี้วิ่งไม่ทัน จากก่อนหน้านี้มีปริมาณพัสดุ 1 ล้านชิ้นต่อวัน แต่เมื่อประชาชนนิยมสั่งสินค้าออนไลน์ ทำให้มีพัสดุมากถึง 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน

ขณะที่แท็กซี่ทุกวันนี้ตีรถเปล่า ตนเห็นปัญหาดังกล่าวแล้วจึงมีแนวคิดที่จะนำแท็กซี่มาส่งพัสดุ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ จึงติดต่อทางคอลเซ็นเตอร์ และได้เข้าไปพูดคุยกับทางสำนักงานใหญ่ ซึ่งความร่วมมือเป็นไปได้ด้วยดี โดยได้พูดคุยถึงความร่วมมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน

เบื้องต้นจะนำรถแท็กซี่ที่ติดตั้งระบบของสมาร์ทแท็กซี่ ประกอบด้วย ระบบจีพีเอส (GPS) กล้องภายในรถ และระบบยืนยันตัวตนกับคนขับ จำนวน 60 คัน และเปิดรับแท็กซี่ระบบอื่นที่ยังไม่หมดอายุเข้าร่วมช่วยงานไปก่อน แต่ระยะยาวจะให้ใช้ระบบของสมาร์ทแท็กซี่เพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการ

ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า คลังสินค้าคลองส่งน้ำสมุทรปราการมีความต้องการมากที่สุด รองลงมาคือ มีนบุรี และนนทบุรี ของที่จะส่งมีทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ โดยมีการคัดแยกพื้นที่จัดส่งในรัศมีใกล้กับคลังสินค้ามาแล้วระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้ขับแท็กซี่จะใช้ช่วงเวลา 11.00-15.00 . ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้รถน้อยเข้ามาให้บริการส่งของ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และจะได้รับเงิน (หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย) หลังเคลียร์งานเสร็จภายในเวลา 20.00 . ของทุกวัน โดยรับเป็นเงินสด

การประกาศรับสมัครแท็กซี่ที่จะเข้าไปวิ่งรับส่งพัสดุกับเคอรี่ เอ็กซ์เพรส จะประกาศในเฟซบุ๊กเพจ “Smart Taxi.,Ltd” ผู้สนใจจะต้องเป็นผู้ขับรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุ โดยนำหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบขับขี่สาธารณะ สำเนาทะเบียนรถยนต์ แต่งกายสุภาพ กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น สวมหน้ากาก มาลงทะเบียนที่หน้างาน บริเวณคลังสินค้าเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ที่จะประกาศแบบวันต่อวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า เป็นต้นไป

]]>
1272848
ไฟเขียวแล้ว! ให้แท็กซี่สนามบินเก็บค่าขนกระเป๋าใบละ 20 บาท ดีเดย์ 18 พ.ย. นี้ https://positioningmag.com/1253005 Fri, 08 Nov 2019 13:39:43 +0000 https://positioningmag.com/?p=1253005 ศักดิ์สยาม” รับข้อเรียกร้องแท็กซี่ ตัวแทนสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยไฟเขียว เก็บค่าขนกระเป๋าใบละ 20 บาท แท็กซี่สนามบิน เริ่ม 18 .. พร้อมสั่ง ขบทบทวนกฎกระทรวง จำกัดอายุ เสนอใน 29 ..

พัลลภ ฉายิธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานรถยนต์นั่งสาธารณะ (รถแท็กซี่) ผู้ให้บริการรถแท็กซี่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมประชุมหารือกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม พบว่าทางกระทรวงคมนาคมมีมติเห็นชอบให้ขึ้นสัมภาระเป็น 20 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

โดยผู้ประกอบการยินยอมที่จะชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร และค่าเซอร์ชาร์จต่อไปอีกจนกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น พร้อมทั้งให้การเยียวยาคนขับรถแท็กซี่ด้วยการขยายเวลาอายุการใช้งานรถจากเดิม 9 ปี เป็น 12 ปี และยอมทบทวนการบังคับใช้ Taxi OK ตามความสมัครใจ พร้อมทั้งพิจารณาแก้ไขการจดทะเบียนให้รถยนต์นั่งสาธารณะ 7 ที่นั่ง รถส่วนบุคคลที่จดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน 3 ปี สามารถจดทะเบียนรถ Taxi VIP ได้ตามที่ TDRI เสนอมา

สำหรับรถแท็กซี่ภายในท่าอากาศยานจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร และต้นทุนจากการวิ่งรถเปล่าจากตัวเมืองไปสนามบิน และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้สนามบิน จึงกำหนดค่าเซอร์ชาร์จ เพิ่มจาก 50 บาท เป็นรถขนาดเล็กไม่เกิน 70 บาท รถขนาดใหญ่ไม่เกิน 90 บาท ส่วนค่าสัมภาระขนาดเกิน 26 นิ้ว จะบริการฟรี 2 ชิ้นแรก ชิ้นที่ 3 เป็นต้นไปเก็บชิ้นละ 20 บาท

ทั้งนี้แท็กซี่ได้มายื่นข้อเรียกร้อง โดยขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ได้แก่

  1. การพิจารณาอัตราค่าโดยสาร ค่า Surcharge ค่าสัมภาระ เฉพาะรถแท็กซี่ที่ให้บริการ
  2. ขอให้ทบทวนการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์จาก 9 ปี เป็น 12 ปี ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบันที่รถยนต์ราคาสูงขึ้น เพื่อเป็นการเยียวยาผู้ประกอบการ
  3. พิจารณาแก้ไขจดทะเบียนให้รถยนต์นั่งสาธารณะ 7 ที่นั่ง รถส่วนบุคคลที่จดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน 3 ปี สามารถจดทะเบียนเป็นรถ TAXI VIP ได้ตามที่ TDRI เสนอมา
  4. ขอให้ทบทวนการบังคับใช้ระบบ TAXI OK เนื่องจากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการ และต้องเสียค่าใช้บริการรายเดือน เดือนละ 350 – 400 บาท เป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับคนขับรถแท็กซี่ โดยขอให้กลับไปใช้แบบสมัครใจ (รถแท็กซี่ส่วนบุคคลแบบสมัครใจ)

ศักดิ์สยามกล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พิจารณาทบทวนกฎกระทรวง หาแนวทางแก้ไขปัญหาการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์ รวมทั้งแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนรถยนต์นั่งสาธารณะให้สามารถจดทะเบียนเป็นรถ TAXI VIP และปัญหาการบังคับใช้ระบบ TAXI OK ให้แล้วเสร็จ และส่งให้กระทรวงคมนาคมภายในวันที่ 29 .. 2562 ส่วนการแก้ไขปัญหาค่าโดยสารให้แล้วเสร็จเสนอกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์หน้า

Source

]]>
1253005
“แท็กซี่ญี่ปุ่น” สุดยอดบริการ แต่แพงอันดับ 2 ของโลก “ไทย” ติด Top 3 ค่าโดยสารถูกสุด https://positioningmag.com/1237416 Wed, 03 Jul 2019 12:59:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1237416 รถแท็กซี่ของญี่ปุ่นที่สะอาดเอี่ยม ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร คนขับรถสุภาพ สวมสูทและถุงมือสีขาว สร้างความประทับใจให้ผู้โดยสารจำนวนมาก แต่บริการชั้นเยี่ยมนี้ก็แลกมาด้วยค่าโดยสารที่แพงติดอันดับที่ 2 ของโลก ขณะที่เมืองไทยติดอันดับค่าโดยสารถูกที่สุด

ผลการสำรวจของเว็บไซต์ taxi2airport.com ซึ่งรวบรวมค่าโดยสารรถแท็กซี่ทั่วโลกเพื่อเปรียบเทียบโดยใช้ค่าเงินยูโร พบว่า ค่าโดยสารรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นแพงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก อัตรา 5 กิโลเมตรแรกอยู่ที่ 1,920 เยน หรือราว 15.64 ยูโร ตามหลังสวิตเซอร์แลนด์ ที่อยู่ที่ 22.68 ยูโร ส่วนอันดับที่ 3 คือ เยอรมนี ค่าโดยสาร 5 กม.อยู่ที่ 13.8 ยูโร

ค่าโดยสารแท็กซี่ที่ถูกที่สุดคืออียิปต์ อยู่ที่ 0.84 ยูโร ตามมาด้วยอินเดีย ประเทศไทย มาเลเซีย เม็กซิโก ซึ่งล้วนมีค่าโดยสารระยะ 5 กิโลเมตรต่ำกว่า 2 ยูโร

เว็บไซต์แห่งนี้ยังระบุว่าหากนั่งแท็กซี่จากสถานีโตเกียว ไปยังสถานีทากาซากิในจังหวัดกุนมะ จะมีค่าโดยสารเกือบเท่าค่าโดยสารรถไฟซินกันเซ็นชั้นเฟิร์สคลาส แต่แท็กซีก็ยังเป็นพาหนะที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกระเป๋าเดินทาง หรือผู้ที่พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้าย

นอกจากนี้บริการแท็กซี่ส่วนบุคคลที่แพร่หลายในหลายประเทศ ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแท็กซี่ในญี่ปุ่นมากนัก โดยในญี่ปุ่นมีผู้ในบริการ 2 รายใหญ่คือ Notteco และ Uber เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีข้อจำกัดบางอย่าง

เช่น Notteco จะจับคู่คนขับแท็กซี่ที่ลงทะเบียนไว้กับผู้โดยสารที่อยู่ในเส้นทางของรถอยู่แล้ว ขณะที่ Uber จะให้บริการให้พื้นที่ห่างไกล ที่ไม่ค่อยมีบริการรถแท็กซี่ทั่วไป นอกจากนี้ Uber ยังมีบริการ Uber Black ซึ่งเป็นแท็กซี่แบบหรูหรา ด้วยคนขับรถมืออาชีพ

Source

]]>
1237416