โดยบริษัท ’ซิโนแวค ไบโอเทค’ เอกชนผู้ผลิตยารายใหญ่ในจีน เดินหน้าขยายฐานการผลิต เตรียมเปิดโรงงานบรรจุและปิดผนึกวัคซีนในประเทศโซนลาตินอเมริกาอย่าง ‘ชิลี’ ด้วยเงินลงทุนราว 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,983 ล้านบาท)
ชิลี เป็นประเทศสามารถกระจายฉีดวัคซีนให้ประชาชน ‘เร็วที่สุด’ แห่งหนึ่งของโลก ส่วนใหญ่ใช้วัคซีน CoronaVac ของซิโนเเวค ที่จัดส่งไปแล้วกว่า 19.6 ล้านโดส โดยขณะนี้มีประชากรมากกว่า 60% ที่ฉีดวัคซีนแล้ว จากประชากรทั้งประเทศราว 19 ล้านคนเเต่ก็ยังมียอดติดเชื้ออยู่ในระดับสูง
โดยโรงงานเเห่งใหม่นี้ จะตั้งอยู่ใกล้เขตซันติอาโก เมืองหลวงของชิลี คาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า นอกจากนี้ ซิโนแวคยังมีแผนสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา ที่เมืองอันโตฟากัสตา ทางตอนเหนือของชิลีด้วย
ที่ผ่านมา ผู้บริหารซิโนเเวคได้ลงพื้นที่ในชิลีเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนหลากหลายชนิด ทั้งวัคซีนโควิด-19 วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ
รัฐบาลชิลี ‘เดิมพัน’ กับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนแวคไว้สูงมาก อย่างการให้ทุนบางส่วนกับธุรกิจในท้องถิ่นที่ร่วมทดลองใช้วัคซีน CoronaVac เเละมีเเผนจัดซื้อวัคซีนต่อเนื่องอีก 60 ล้านโดสในช่วง 3 ปีข้างหน้า
กระทรวงสาธารณสุขชิลี ยังระบุด้วยว่า กำลังมีการพิจารณาที่จะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือ ‘Booster Shots’ เพื่อต่อสู้กับไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ ’เดลตา’ ที่กำลังเร่งอัตราการติดเชื้อทั่วโลก
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยรัฐบาลชิลี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า วัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค มีประสิทธิภาพที่ 58.5% ในการป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการในประชาชนชาวชิลีที่ได้รับวัคซีน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม ขณะที่วัคซีนของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพ 87.7% และแอสตร้าเซนเนก้า มีประสิทธิภาพ 68.7%
การศึกษาของชิลีครั้งนี้ เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในกลุ่มประชากรต่างๆ ที่ทั้งได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ได้รับ 1 เข็ม หรือยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยกลุ่มประชากรที่ศึกษาฉีดซิโนแวค 8.6 ล้านคน ฉีดไฟเซอร์/ไบออนเทค 4.5 ล้านคน และฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2.3 ล้านคน
ที่มา : Reuters (1) (2) , SCMP
]]>
นายเเพทย์ Michael Ryan อำนวยการเหตุฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ทวีปอเมริกาใต้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดเเห่งใหม่ของ COVID-19 แล้ว และประเทศที่อยู่ในขั้นวิกฤตคือ “บราซิล” ที่มียอดผู้เสียชีวิตเกิน 2 หมื่นราย มีผู้ติดเชื้อสะสมเเล้วกว่า 3.3 เเสนราย ขณะที่เม็กซิโกและเปรู ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกัน
โดยล่าสุดบราซิล เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และรัสเซีย ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ พุ่งสูงเกือบ 5.5 เเสนราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกตอนนี้เกือบแตะ 5.2 ล้านรายเเล้ว
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ช่วงอายุของผู้เสียชีวิตเเละผู้ป่วย COVID-19 ในบราซิลเเตกต่างจากหลายประเทศที่จัดให้กลุ่มผู้สูงอายุเเละคนที่มีโรคประจำตัวเป็นกลุ่มเสี่ยง เเต่ผู้เสียชีวิตเเละติดเชื้อในบราซิล ส่วนใหญ่กลับเป็นคนหนุ่มสาว
นายเเพทย์ Ryan วิเคราะห์ว่า สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นปัญหาในหลายปัจจัย ทั้งระบบสาธารณสุขเเละระบบเศรษฐกิจที่ “กดดัน” ให้ประชาชนยังคงต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพ ท่ามกลางภาวะเสี่ยงของโรคระบาด
สุสานฟอร์โมซาในนครเซาเปาโล เมืองใหญ่ที่สุดในบราซิล กำลังเร่งขุดหลุมฝังศพเพิ่ม เพื่อให้เพียงพอกับการเสียชีวิตของผู้ป่วย COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คนงานของสุสานแห่งหนึ่งบอกว่า พวกเขาต้องฝังศพวันละ 12 ชั่วโมงติดต่อกันมาหลายวันแล้ว
สำหรับพิธีฝังศพนั้น รัฐบาลอนุญาตให้เฉพาะสมาชิกครอบครัวเท่านั้นที่สามารถเข้าไปภายในสุสานได้ โดยบุคคลอื่นที่มาร่วมไว้อาลัยต้องรอด้านนอก
ขณะที่ประธานาธิบดี Jair Bolsonaro เเห่งบราซิลกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องการรับมือ COVID-19 ที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยในช่วงเเรกของโรคระบาด เขาเคยกล่าวว่านี่เป็นเพียง “ไข้หวัดธรรมดา” เเละร่วมสนับสนุนผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านคำสั่งล็อกดาวน์ด้วย
นอกจากโซนลาตินอเมริกาที่สถานการณ์กำลังน่าเป็นห่วงเเล้ว “ทวีปเเอฟริกา” ก็กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤต โดยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมเเล้วกว่า 1 เเสนราย ใน 54 ประเทศ เเต่ตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับต่ำราว 3 พันราย อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากการระบาดยังไม่ถึงจุดสูงสุด โดยประเทศที่มีความเสี่ยงสูงคือประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ไม่มีประสิทธิภาพเเละมีความขัดเเย้งภายใน อย่างโซมาเลียเเละซูดานใต้ ซึ่งขณะนี้กำลังมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ที่มา : AFP, euronews , Reuters
]]>