อนุพนธ์ นิธิยานันท์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 19 Dec 2025 12:55:03 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 GAGA ขึ้นแท่นแบรนด์ Unicorn ของไมเนอร์ ฟู้ด อาวุธลับในการขยายสาขา พร้อมขึ้นเป็นอินเตอร์แบรนด์ https://positioningmag.com/1552563 Fri, 19 Dec 2025 08:54:07 +0000 https://positioningmag.com/?p=1552563
  • GAGA แบรนด์เครื่องดื่มในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ปัจจุบันครบรอบ 7 ปีแล้ว พร้อมอัดกลยุทธ์ในการขยายสาขาด้วยโมเดลแฟรนไชส์
  • ไมเนอร์ ฟู้ดดันให้เป็นแบรนด์ Unicorn เป็นแบรนด์ที่ติดสปีดในการขยายสาขา
  • นอกจากเปิดโมเดลแฟรนไชส์ ยังเตรียมขึ้นเป็นแบรนด์อินเตอร์ ปัจจุบันได้ขยายไปที่อินโดนีเซีย และเวียงจันทน์แล้ว
  • เป็นแบรนด์ Unicorn ติดสปีดขยายสาขา

    ถ้าพูดถึงธุรกิจดาวรุ่งในประเทศไทย คงจะไม่พูดถึงธุรกิจ “ชานมไข่มุก” ไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะผ่านกี่ยุคกี่สมัยชานมไข่มุกยังเป็นที่นิยมของคนไทย อีกทั้งยังเกิดแบรนด์ใหม่ๆ มากมาย แบรนด์เดิมที่เคยทำตลาดก็กลับมาทำตลาดอีกครั้ง

    GAGA (กาก้า) เป็นหนึ่งในแบรนด์ชานมไข่มุกที่ประสบความสำเร็จอีกแบรนด์หนึ่ง เพราะทำตลาดจนไปเตะตาโดนใจเชนร้านอาหารเบอร์ใหญ่อย่าง “ไมเนอร์ ฟู้ด” ได้เข้าซื้อกิจการเมื่อปลายปี 2565 ด้วยการเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 50.1% ในบริษัท กาก้า เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย)

    จนถึงวันนี้ GAGA ได้อายุครบ 7 ปี โดยที่อยู่กับครอบครัวไมเนอร์ ฟู้ดได้ 2-3 ปีแล้ว เรียกได้ว่าปีนี้เป็นบิ๊กมูฟครั้งใหญ่ของแบรนด์ในการสยายปีกให้ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การเปิดโมเดลแฟรนไชส์ การบุกตลาดต่างประเทศ 

    อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด ได้เริ่มเล่าว่า

    “ตอนนี้พร้อมที่จะดันแบรนด์ GAGA ขึ้นมาเป็นแบรนด์ยูนิคอร์นของไมเนอร์ เป็นอาวุธที่เปิดสาขาอย่างรวดเร็วด้วยโมเดลแฟรนไชส์ และไปต่างประเทศมากขึ้น โดยมองว่า 3 ปีที่อยู่กับไมเนอร์ได้พิสูจน์แล้วว่าอยู่ได้ จากนี้ไปจะขยายสเกลมากขึ้น”  

    คำว่าแบรนด์ยูนิคอร์นในความหมายของอนุพนธ์ก็คือ แบรนด์ที่มีการขยายสาขาได้รวดเร็ว อย่างก่อนหน้านี้ได้เห็นการขยายสาขาของ The Pizza Company และสเวนเซ่นส์ ด้วยโมเดลแฟรนไชส์มาแล้ว GAGA ก็สาขาขยายสาขาแบบติดสปีดได้เช่นกัน

    ในปีนี้เปิดสาขาไปแล้ว 20 แห่ง เป็นแฟรนไชส์ทั้งหมด โดยที่คนให้ความสนใจแฟรนไชส์เยอะ ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้นที่ 8 แสนบาท มีค่ากิจการ ค่าเครื่อง ค่าตกแต่งร้านเบ็ดเสร็จไม่เกิน 2.5 ล้านบาท สัญญา 6 ปี พื้นที่เฉลี่ย 25-30 ตารางเมตร

    โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี มีสาขารวม 400 สาขา ปัจจุบันมี 80 สาขา 

    7 ปี อัปเกรด 7 อย่าง

    ในปีนี้ถือโอกาสที่แบรนด์ฉลองครบ 7 ปี จึงเป็นช่วงเวลาอันดีที่จะอัปเกรดแบรนด์ มีความน่าสนใจ 7 อย่างด้วยกัน ได้แก่

    1. New Store Design : เป็น GAGA ที่โตขึ้น มีความประณีต จากการเลือกใช้วัสดุและเส้นแสง แต่ยังคงรักษา DNA ความสนุกและความตื่นเต้นไว้ ตามคอนเซ็ปต์ “The Modern Tea Atelier” เน้นการผสมผสานระหว่าง ความพิถีพิถันในการชงชา กับ เทคโนโลยีและความทันสมัย

    2. New Smart Equipment : การนำระบบชงชาอัตโนมัติมาตรฐานระดับโลกมาใช้ เพื่อยกระดับความแม่นยำ ทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับคุณภาพที่สม่ำเสมอแบบเดียวกันทุกสาขา

    3. New Packaging : ดีไซน์ใหม่ที่เน้นการใช้ซ้ำได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เน้นฟีเจอร์ที่ “ใช้งานได้จริง” เช่น ทนร้อน–ทนเย็น ปิดสนิท และออกแบบให้ดูพรีเมียมเมื่อถือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Premium Identity ที่มาพร้อม Purpose

    4. New Flavors : กลุ่ม Specialty Tea & Tea Latte ชาพรีเมียมชงสด 6 เบลนด์ใหม่ เพื่อเป็นผู้นำในตลาดชาพรีเมียม ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พัฒนาจาก Insight ว่าผู้บริโภคเริ่มมองหา ชาคุณภาพสูงกว่า mainstream โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียด เช่น Origin, Flavor Profile, และ Craftsmanship โดยที่ระดับราคาอยู่ที่ 65-100 บาท สำหรับชาใส และ 80-115 บาท สำหรับชานม Tea Latte

    5. New Channel (QR Ordering) : สร้างประสบการณ์ที่เร็วขึ้นและราบรื่น ลูกค้าใช้เวลาน้อยลง แต่ได้ประสบการณ์ที่ดีขึ้น

    6. New Merchandise : การเปลี่ยนจากแบรนด์เครื่องดื่มสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้าง Community ของแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การขายเครื่องดื่ม

    7. New Territory : การเตรียมพร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาคือจุดเริ่มต้น และจากนี้คือการออกสู่ตลาดโลก

    พร้อมแล้วกับการเป็นอินเตอร์แบรนด์

    ปัจจุบัน GAGA ไม่ได้มีสาขาอยู่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ตอนนี้มี 30 สาขาที่อินโดนีเซีย เป็นโมเดลที่ไมเนอร์ ฟู้ดลงทุนเอง และ 1 สาขาที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว เป็นโมเดลแฟรนไชส์ เริ่มเปิดได้ราว 1 ปี

    โดยที่เป้าหมายของ GAGA อยากก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ชั้นนำทั่วภูมิภาคเอเชีย และตะวันออกกลาง กำลังมองหาโอกาสในเมืองหลักที่มีกำลังซื้อสูงและการท่องเที่ยวแข็งแกร่ง เช่น ดูไบ, ริยาด และบาห์เรน เพื่อตอบสนองความต้องการคอนเซ็ปต์เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์พรีเมียม

    สำหรับความท้าทายที่สุดในตลาดตอนนี้ อนุพนธ์บอกว่า ตลาดชาไข่มุกเป็นตลาดที่ Super Red Ocean มากๆ มีคู่แข่งเยอะมากๆ แต่มั่นใจในศักยภาพของแบรนด์ พร้อมกับปัจจุบันผู้บริโภคมีความใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เทรนด์น้ำตาลน้อย ทำให้ชาใส และชาพรีเมียมมีการเติบโตอย่างมาก แต่เมนูอื่นๆ GAGA ก็ยังทำได้ดี ยังเป็นผู้นำตลาดในการครีเอตเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ

    อ่านเพิ่มเติม

    ]]>
    1552563
    “ไมเนอร์” ปั้น Hey Gusto บุตลาดอาหารอิตาเลียน พรีเมียม รับเทรนด์คนไทยเบื่อง่าย ห้างใหม่เกิดเยอะ https://positioningmag.com/1544136 Fri, 24 Oct 2025 09:58:39 +0000 https://positioningmag.com/?p=1544136 “คนไทยเบื่อง่าย เปลี่ยนเร็ว ศูนย์การค้าใหม่เกิดขึ้นเยอะ” กลายเป็นโจทย์ใหม่ของวงการร้านอาหารที่การขยายสาขาของแบรนด์เดิมอาจจะไม่เซ็กซี่มากพอ เราจึงได้เห็นเชนร้านอาหารใหญ่ๆ ในไทยต่างผุดแบรนด์ใหม่ขึ้นมาแบบรายเดือน

    “ไมเนอร์ ฟู้ด” หนึ่งในเชนร้านอาหารยักษ์ใหญ่ในไทยก็ขอเกาะขบวนนี้ไปด้วย ล่าสุดปั้นแบรนด์ใหม่ Hey Gusto (เฮย์ กุสโต) บุกตลาดอาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียมครั้งแรก เปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์

    เติมเต็มพอร์ตร้านอาหารตะวันตกให้ครบลูป

    ถึงแม้ว่าร้านอาหารอิตาเลียนจะไม่ใช่ตลาดใหม่สำหรับเมืองไทย และไม่ใช่ตลาดใหม่ของไมเนอร์ ฟู้ดเองก็ตาม แต่ตลาดนี้ยังมีช่องว่าง และโอกาสการเติบโตอีกมาก ซึ่งผู้บริโภคจะคุ้นเคยกับอาหารกลุ่มพิซซ่าที่กลายเป็น Generic ของอาหารอิตาเลียนไปแล้ว ซึ่งไมเนอร์ก็มี The Pizza Company ที่เป็นพิซซ่าระดับแมสจับตลาดกลุ่มนี้อยู่แล้ว

    HEY GUSTO

    ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าตลาดร้านอาหารในไทยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2025 สัดส่วนร้านอาหารอิตาเลียนประมาณ 11% ในหมวดหมู่พาสต้า และพิซซ่า ซึ่งถือเป็นส่วนที่ได้รับความนิยมในตลาดอาหารต่างชาติ ในกรุงเทพฯ มีร้านอาหารอิตาเลียนกว่า 400 ร้าน ทั้งระดับ Fine Dining, Casual และอื่นๆ ส่วนร้านระดับพรีเมียมที่อยู่ตามย่านสีลม สุขุมวิท พระราม 4 หรือซอยเล็กๆ จะมีเชฟอิตาเลียนต้นตำรับ และบรรยากาศร้านดีๆ

    ไมเนอร์จึงสบโอกาสนี้ในการเจาะร้านอาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียม โดยจับโลเคชั่นในศูนย์การค้าเพื่อความเข้าถึงง่าย ได้ทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางสะดวก

    Hey Gusto จึงเปิดตัวในคอนเซ็ปต์ Italian Premium Dine-in Experience ตอบโจทย์ทั้งรสชาติ ความเข้าถึงง่าย และบรรยากาศที่อบอุ่น ซึ่งเป็นร้านที่พัฒนาเอง ไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์เข้ามา แต่ได้แรงบันดาลใจมาจากร้าน Vicletto Osteria ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านของเครือไมเนอร์ฟู้ดเช่นกัน โดยมีการปรับเมนูให้เข้ากับปากคนไทย 

    HEY GUSTO

    อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า

    “ทั้งเทรนด์การเติบโตของตลาดอิตาเลียนพรีเมียม และความต้องการของผู้บริโภคที่อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เราจึงตัดสินใจพัฒนาคอนเซ็ปต์ของ Hey Gusto ขึ้นมาเอง โดยอิงแรงบันดาลใจจากร้าน Vicletto Osteria แต่ปรับให้เข้ากับบริบทของคนไทยมากขึ้น และมีการเปลี่ยนชื่อ เพราะชื่อเดิมเรียกยาก สำหรับคนไทยแล้วชื่อร้านไม่ควรเกิน 3 พยางค์ โดยรวมแล้วใช้เวลาพัฒนาแบรนด์ 6 เดือน เราได้ส่งเชฟและทีมงานไปเทรนที่สิงคโปร์ เพื่อเรียนรู้ทั้งในเรื่องของ Store design, Plate presentation และเมนูอาหาร จากนั้นจึงนำกลับมาปรับใช้ให้เหมาะกับรสนิยมของคนไทย”

    สำหรับ Hey Gusto จะเข้ามาช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่ม Premium Western ของไมเนอร์ฟู้ด แต่เดิมยังไม่มีเซ็กเมนต์นี้ในพอร์ต การบุกตลาดนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้เครือมากขึ้น

    จุดเด่นของร้าน Hey Gusto ก็คืออาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมคุก 

    • เลือก Burrata ซึ่งเป็น Appetizer ชื่อดังของอิตาลี มาเป็นจานนำ เพื่อสร้างจุดจำให้ลูกค้า จากส่วนใหญ่ร้านอิตาเลียนมักนำด้วยพาสต้า หรือพิซซ่า
    • พาสต้ามีความหลากหลายของชนิดเส้น ให้ลูกค้าเลือกได้เอง
    • ขนมหวานอย่าง Tiramisu ทำสดใหม่ทุกวัน และเสิร์ฟในสไตล์ Fine Dining
    • พิซซ่าใช้แป้ง Focaccia ที่ให้สัมผัสนุ่ม ฟู เบา พรีเมียมมากกว่าแป้งพิซซ่าทั่วไป โดย ท็อปปิ้งจะเน้นเมนูยอดนิยมในตลาด และแตกต่างจาก The Pizza Company ที่อยู่ในเครือ

    คนเบื่อง่าย เปลี่ยนเร็ว รีเทลเปิดใหม่

    อนุพนธ์เสริมอีกว่า ตลาดร้านอาหารในปัจจุบัน เจอความท้าทายรอบด้าน ทั้งด้านผู้บริโภคเองเบื่อง่าย พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงเร็ว ตลาดมีทางเลือกเยอะ รวมไปถึงทางฝั่งของรีเทล หรือผู้ให้เช่าพื้นที่ก็เปิดใหม่เยอะ แล้วต้องการร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า การขยายร้านแบบเดิมๆ ไม่ได้ผลแล้ว จึงต้องสรรหาคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เข้ามาเสิร์ฟตลาด

    HEY GUSTO

    “แบรนด์ใหม่ๆ ตอบโจทย์เรื่องการขยายสาขาของรีเทลได้ มีกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการพรีเมียม บางแบรนด์ไม่เซ็กซี่สำหรับรีเทล ทุกคนมองหาของใหม่หมด” 

    Hey Gusto สาขาแรกจึงเลือกโลเคชั่นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลือกเปิดในไพร์มโลเคชั่น มีที่จอดรถสะดวก    มีทั้งคนโลคอล และนักท่องเที่ยว ร้านนี้มีผู้จัดการที่ไม่ใช่คนไทยเป็นคนแรกของไมเนอร์ฟู้ด เพราะต้องการคนสื่อสารภาษาได้ ดูแลลูกค้าได้ และให้ความรู้เรื่องเส้นพาสต้าที่แตกต่าง รวมถึงแนะนำไวน์ แพร์ริ่งให้เข้ากับอาหารได้ด้วย 

    บทพิสูจน์แบรนด์ปั้นใหม่ ไม่แพ้แฟรนไชส์

    สำหรับ Hey Gusto เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการได้ 1 เดือน แต่ต้องดูผลตอบรับก่อนประมาณ 6 เดือน ถึงจะประเมินว่าแบรนด์จะได้ไปต่อหรือไม่ หรือจะมีการขยายสาขาไปที่ไหนเพิ่ม แต่อนุพนธ์บอกว่าดูจากผลตอบรับในเดือนแรกมียอดขายที่ดีกว่าแบรนด์เดิม (Poulet) 100% ถือว่าเป็นการตอบรับที่ดี 

    ปัจจุบันไมเนอร์ ฟู้ดมีแบรนด์ร้านอาหารที่ปั้นใหม่ 3 แบรนด์ ได้แก่ The Steak & More, Sandwich Society และ Hey Gusto ก่อนหน้านี้มีแบรนด์ใหม่เข้ามาอย่าง Riverside Grilled Fish แบรนด์หม่าล่าสไตล์เสฉวน และ Poulet แต่ได้โบกมือลากตลาดไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

    HEY GUSTO

    ซึ่งแบรนด์ที่ปั้นใหม่อย่าง The Steak & More ก็พิสูจน์ว่าสามารถยืนหยัดในตลาดได้ ภายใน 1 ปีจะมีสาขาครบ 10 แห่งแล้ว ส่วนแบรนด์เดิมที่มีอยู่ในตลาดก็ต้องสร้างความแตกต่าง และแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

    แบรนด์ที่ทำยอดขายสูงสุดของไมเนอร์ฟู้ดยังคงเป็น The Pizza Company, Sizzler และ Swensens มีสัดส่วนยอดขายเกิน 50% ของพอร์ต

    ]]>
    1544136