เศรษฐกิจสร้างสรรค์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Sat, 17 Jan 2026 17:05:10 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Creative Economy น่าสนใจแค่ไหน? ทำไมถึงเป็น New S Curve ทางเศรษฐกิจ https://positioningmag.com/1555296 Thu, 15 Jan 2026 09:05:16 +0000 https://positioningmag.com/?p=1555296 ด้วยความท้าทายจากหลายปัจจัย อาทิ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ ฯลฯ ทำให้ GDP ของประเทศมีการเติบโตในอัตราถดถอย จึงเกิดคำถามว่า จากนี้ประเทศไทยจะมีทิศทางเติบโตอย่างไร? และ Creative Economy หรือ ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ เป็นหนึ่งใน New S Curve ที่หลายคนมองว่า คือ ‘คำตอบ’ สำหรับสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคใหม่

แล้ว Creative Economy มีความน่าสนใจอย่างไร?

‘สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ (CEA) ได้ให้ข้อมูลเพื่อฉายให้เห็นภาพในเรื่องนี้ว่า Creative Economy เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมที่ทางธนาคารโลกวางให้เป็น ‘อุตสาหกรรมแห่งอนาคต’ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและการผลิตสีเขียว, อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล, อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยั่งยืนและสุขภาพ

นอกจากนี้ Creative Economy ยังมีการเติบโตของมูลค่าเพิ่ม (GVA: Gross Value Added) อยู่ในขาขึ้น สวนทางกับ GDP ที่อยู่ในขาลง

สำหรับภาพรวมของ Creative Economy

ระดับโลก : มีมูลค่ารวม 71.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 3.1% ของ GDP โลก, มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์อยู่ที่ 65.6 ล้านล้านบาท, สร้างการจ้างงาน 50 ล้านตำแหน่งทั่วโลก คิดเป็น 6.2% ของแรงงานทั้งหมด

ในไทย : Creative Economy มี GVA 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8.01% ของ GDP ประเทศ, มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์  3.91 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.1% ของมูลค่าการส่งออก, มีกลุ่มแรงงานสร้างสรรค์ 989,330 ล้านคน

ส่วนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้ไทยมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 แฟชั่น          236,274 ล้านบาท
อันดับ 2 โฆษณา        214,972 ล้านบาท
อันดับ 3 ดีไซน์           87,312 ล้านบาท

ตั้งเป้าดันไทยสู่ Creative Nation

CEA ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและขับเคลื่อนให้ Creative Economy เกิดขึ้นจริง ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่ Creative Nation เพื่อสร้างความได้เปรียบ และกลายเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ทดแทนภาพของเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการแข่งขันด้วยแรงงาน ‘ราคาถูก’ หรือ ‘ปริมาณการผลิต’

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ประสบผลสำเร็จ จะต้องคำนึงถึง 6 เทรนด์ที่จะส่งผล กระทบต่ออุตสาหกรรม ประกอบด้วย

  • Tech & AI Acceleration – พลิกโฉมการสร้างสรรค์ด้วย AI
  • Platform Power – โอกาสไร้พรมแดนบนแพลตฟอร์ม
  • Creator Economy – เศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยที่มูลค่าสูงถึง 4.5 หมื่นล้านบาท
  • Regional Rising – พลังท้องถิ่นพุ่งแซงเมืองหลวง
  • New Consumerism – ตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้บริโภคยุคใหม่
  • High-Value IP – เพิ่มมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP)
โดยกลยุทธ์ของ CEA ในปี 2569 จะดำเนินผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
  1. พัฒนาคนด้วย AI และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การยกระดับสู่ New TCDC ไปทุกภูมิภาค และติดอาวุธทักษะ AI ให้คนทำงาน
  2. ยกระดับเมืองสู่เวทีโลก เช่น การสร้าง City Branding เพื่อให้เมืองมีจุดขายที่ชัดเจน
  3. เปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นทรัพย์สิน ที่บ่มเพาะผลงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ
  4. ขยายธุรกิจด้วยแพลตฟอร์ม เช่น การจัดงาน Bangkok International Content Market (BICM) ภายใต้งาน Thailand International Content IP Expo (TICIP) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อให้ขายงานได้จริง

เป้าหมาย เพื่อสร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีก 300,000 ราย, สร้างผลงาน New IP ใหม่มากกว่า 350 รายการเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์, ผลักดันรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30%  และผลักดัน GVA ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต 5%

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ได้อยู่ที่การ ‘กำหนดนโยบาย’ ทว่าคือ การสร้าง Ecosystem ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ในอนาคต

]]>
1555296
CEA เปิดตลาดกลาง “Content Project Market” จับคู่นายทุนช้อปคอนเทนต์จากคนสร้างหนัง https://positioningmag.com/1495293 Thu, 24 Oct 2024 09:21:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1495293 CEA ผุดตลาดกลาง “Content Project Market” เปิดโอกาสจับคู่ระหว่างนายทุนกับนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน เพื่อดีลลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์ส่งคอนเทนต์เข้าโรงภาพยนตร์-สตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ปีนี้มีคอนเทนต์ผ่านการคัดเลือก 59 เรื่อง ดึงนักลงทุนเข้าร่วมได้ 64 บริษัททั้งจากในไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และเกาหลีใต้

2567 เป็นปีที่ 2 ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เปิดโครงการ “Content Lab” ขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ชาวไทย จัดแคมป์บ่มเพาะบุคลากรในสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน เช่น ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักเขียนบท

แคมป์ Content Lab จะแบ่งตามระดับความเชี่ยวชาญของนักสร้างสรรค์ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Newcomers), ระดับกลาง (Mid-Career) และขั้นสูง (Advanced) โดยแคมป์เหล่านี้มีการจัดอบรมกันมาตลอดทั้งปี 2567 จนมาถึงโค้งสุดท้ายคือขั้นตอนการนำเสนอไอเดีย เนื้อหา และคอนเซ็ปต์ของคอนเทนต์เพื่อการซื้อขาย (Pitch Deck)

Content Project Market

“ดร.ชาคริต พิชญางกูร” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า CEA มีการจัดงาน “Content Project Market” ขึ้นเพื่อต่อยอดผลักดันให้คอนเทนต์ของไทยมีโอกาสได้รับการลงทุนสร้างเป็นสื่อเชิงพาณิชย์ได้จริง เป็นพื้นที่การพบปะพูดคุยและนำเสนอระหว่างนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ (sellers) และกลุ่มนักลงทุน (buyers)

ในปีนี้กลุ่มนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการให้เข้าสู่ตลาดกลาง Content Project Market มีทั้งหมด 59 โปรเจ็กต์ โดยแบ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่เกิดจากบ่มเพาะใน Content Lab 2024 ทั้งหมด 37 โปรเจ็กต์ และมาจากการเปิดรับสมัครเพิ่ม (Open Call) อีก 22 โปรเจ็กต์

ฟากฝั่งนักลงทุนที่ตอบรับคำเชิญมารับฟังเวที Pitch Deck และการจับคู่ทางธุรกิจแบบตัวต่อตัวมีทั้งหมด 64 บริษัท มีทั้งค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์/ซีรีส์และกลุ่มสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มที่ต้องการลงทุนออริจินอลคอนเทนต์ เช่น บริษัท เนรมิตหนัง ฟิล์ม จำกัด, บริษัท ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ จำกัด, บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด, บริษัท ไอ-ฉีอี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ฯลฯ ในจำนวนนี้มี 3 บริษัทที่เป็นนักลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาร่วมงานด้วย ได้แก่ Skyline Media Group จากเวียดนาม, Mocha Chai Laboratories จากสิงคโปร์ และ Barunson E&A จากเกาหลีใต้

ดร.ชาคริตกล่าวต่อว่า งานครั้งนี้มีการจัดนัดจับคู่ทางธุรกิจล่วงหน้า (Pre-matching) มาแล้วกว่า 300 คู่ ซึ่งทาง CEA คาดหวังว่าจะมีคู่ที่สามารถตกลงทางธุรกิจได้สำเร็จไม่ต่ำกว่า 10-20% ของทั้งหมด นำไปสู่การสร้างคอนเทนต์จริงเพื่อจัดฉายต่อไปไม่ว่าจะในโรงภาพยนตร์หรือสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม

ด้าน “หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล” ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ กล่าวว่า การจัด Content Project Market จับคู่ระหว่างนักลงทุนคอนเทนต์กับนักสร้างสรรค์ในลักษณะนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีในอุตสาหกรรมคอนเทนต์เมืองไทย จากที่ผ่านมานักสร้างสรรค์คอนเทนต์จะต้องหาทางเข้าหานักลงทุนด้วยตนเองหากต้องการ Pitch ไอเดีย

“Content Project Market จะเป็นต้นน้ำในการเชื่อมโปรเจ็กต์เข้ากับเงินทุนที่มีในตลาด และวางเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนมากขึ้น” หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรีกล่าว “ต่อไปเราควรจะผลักดันให้เป็นตลาดประจำปีที่มีนักลงทุนจากทั่วโลกบินเข้ามาช้อปคอนเทนต์ เหมือนอย่างงาน FILMART ของฮ่องกง หรืองาน ATF สิงคโปร์”

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี กล่าวด้วยว่า โครงการ Content Project Market มองอนาคตจะต่อยอดเป็นตัวกลางในการสร้างดาต้าเบสเก็บข้อมูลคอนเทนต์ทุกเรื่องที่เข้ามาในตลาดไว้ เพราะถึงแม้โปรเจ็กต์นั้นๆ อาจจะยังไม่ได้นักลงทุนในปีแรกที่เข้าสู่ตลาด แต่ในปีต่อๆ ไปอาจจะมีนักลงทุนมาเลือกช้อปและนำไปผลิตได้

 

อุตฯ คอนเทนต์ไทยยังติดเรื่องการ “Pitch” ให้ถึงเครื่อง

ในแง่ความต้องการคอนเทนต์ไทยในตลาดนั้น หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรีมองว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาคอนเทนต์ไทยถือว่ากำลังเข้าสู่ยุคทอง เพราะพิสูจน์แล้วว่าได้รับเสียงตอบรับในตลาดสากลสูงขึ้นเรื่อยๆ ภาพยนตร์มีโอกาสได้ฉายโรงต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น “หลานม่า” ที่ได้ฉายในหลายประเทศจนกวาดรายได้รวมไปมากกว่า 1,500 ล้านบาท หรือ “สัปเหร่อ” ที่ได้จัดจำหน่ายฉายในประเทศญี่ปุ่นสำเร็จ บนสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มเองคอนเทนต์ไทยก็ได้รับการยอมรับ เช่น “สืบสันดาน” ขึ้นสู่ Top 10 ซีรีส์ภาษาต่างประเทศที่มียอดเข้าชมบน Netflix สูงที่สุดทั่วโลก

บรรยากาศอุตสาหกรรมคอนเทนต์ในประเทศไทยเองก็มีการปรับตัวจากเดิมที่เดินในแนวทางของตนเอง มาเป็นการร่วมมือกันทำงานและพัฒนาด้วยกันมากขึ้น ส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรร่วมกันในวงการ

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรีกล่าวว่า ในแง่บุคลากรในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยยังมีหลายตำแหน่งที่ขาดแคลนมาก เช่น โปรดิวเซอร์ ผู้ช่วยผู้กำกับ ทีมอาร์ต และหนึ่งในบุคลากรที่ขาดรุนแรงในอุตสาหกรรมนี้คือ “Pitch Team” ในประเทศไทยมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ไม่เกิน 40 คน ซึ่งทำให้เกิดคอขวดในการนำเสนอไอเดียเรียกความสนใจจากนายทุน ยิ่งเป็นนายทุนจากต่างประเทศยิ่งยากลำบากมากขึ้นเพราะเพิ่มอุปสรรคด้านภาษาทับซ้อนเข้าไปอีก

งาน Content Project Market จึงน่าจะช่วยยกระดับทักษะการ Pitching ของคนทำคอนเทนต์ไทยไปอีกระดับ สร้างบุคลากรกลุ่มที่จะเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ดึงเม็ดเงินทุนสร้างเข้ามาได้มากขึ้น

]]>
1495293