ไอโฟน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 27 Nov 2025 10:16:01 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘Apple’ จ่อแซง ‘Samsung’ ขึ้นแท่นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนในรอบ 14 ปี และอาจลากยาวไปถึงปี 2029 https://positioningmag.com/1548946 Thu, 27 Nov 2025 07:51:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1548946 เป็นเวลาถึง 14 ปีที่ ซัมซุง (Samsung) ครองแชมป์การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลก ตามรายงานจาก Counterpoint Research แต่ดูเหมือนสถิติดังกล่าวจะถูกพังลงโดย แอปเปิล (Apple) ในปีนี้ และอาจจะลากยาวไปจนถึงปี 2029 เลยทีเดียว

Counterpoint เปิดเผยว่า Apple จะมียอดจัดส่ง iPhone ได้ประมาณ 243 ล้านเครื่องในปีนี้ เทียบกับ Samsung ที่จัดส่งได้ 235 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ Apple จะมีส่วนแบ่ง 19.4% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ขณะที่ส่วนแบ่งของ Samsung จะอยู่ที่ 18.7% ขณะที่ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่เติบโต 3.3% 

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Apple สามารถพลิกแซง Samsung มาจาก iPhone 17 series ที่เปิดตัวในเดือนกันยายน ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 17, 17 Air, 17 Pro และ 17Pro Max โดยยอดขายของ iPhone 17 series ในสหรัฐฯ ในช่วงสี่สัปดาห์แรกหลังเปิดตัว สูงกว่า iPhone 16 series (ไม่รวม iPhone 16e) ถึง 12% ขณะที่ในตลาด จีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของ Apple ยอดขาย iPhone 17 series ในช่วงเวลาเดียวกัน สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 18%

“นอกเหนือจากการตอบรับของตลาดที่เป็นไปในทางบวกอย่างมากสำหรับ iPhone 17 series ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปรับเพิ่มคาดการณ์การจัดส่งคือ รอบการเปลี่ยนเครื่องกำลังมาถึงจุดเปลี่ยน ผู้บริโภคที่ซื้อสมาร์ทโฟนในช่วงที่ COVID-19 ระบาด ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการอัปเกรด” Yang Wang นักวิเคราะห์อาวุโสของ Counterpoint Research กล่าว 

ขณะเดียวกัน Samsung อาจเผชิญกับความท้าทายใน ตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงล่าง จากแบรนด์จีน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความสามารถของยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ในการทวงคืนตำแหน่งสูงสุด

อาจครองแชมป์ยาว 4 ปีซ้อน

ไม่ใช่แค่ปี 2925 แต่ Counterpoint Research คาดการณ์ว่า Apple จะครองตำแหน่งสูงสุดในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกไปจนถึงปี 2029 จากหลายปัจจัย ไดแก่

  • iPhone มือสอง: มี iPhone มือสองจำนวน 358 ล้านเครื่อง ถูกขายไปในช่วงปี 2023 ถึงไตรมาสที่สองของปี 2025 ผู้ใช้เหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะ อัปเกรดเป็น iPhone เครื่องใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ปัจจัยเหล่านี้จะสร้างฐานความต้องการขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยรักษาการเติบโตของการจัดส่ง iPhone ในไตรมาสต่อ ๆ ไป
  • ผลกระทบด้านภาษีที่ต่ำกว่าที่คาด: Apple ได้รับประโยชน์จากผลกระทบด้านภาษีที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน สิ่งนี้ช่วยสนับสนุนซัพพลายเชนที่กว้างขึ้นของ Apple และการเติบโตในบางภูมิภาค เช่น ตลาดเกิดใหม่
  • สภาพเศรษฐกิจ: ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ยังได้รับประโยชน์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น ที่ช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

“ด้วยปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างเหล่านี้ Apple จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะแซงหน้า Samsung ในด้านการจัดส่งประจำปี 2025”

ในขณะเดียวกัน Apple คาดว่าจะเปิดตัว iPhone 17e รุ่นเริ่มต้นในปีหน้า รวมถึง สมาร์ทโฟนแบบพับได้ Counterpoint คาดการณ์ บริษัทวิจัยระบุว่าการปรับปรุงผู้ช่วยเสมือน Siri ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึง “การปรับปรุงดีไซน์ iPhone ครั้งใหญ่” ในปี 2027 ก็จะช่วยหนุนการครองความเป็นเจ้าตลาดของ Apple ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

“ด้วยการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบคลุมระดับราคาที่หลากหลาย รวมถึงซีรีส์ ‘e’ ที่กำลังเติบโต Apple กำลังวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคที่มีความต้องการ โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ และเพื่อเสริมสร้างสถานะในกลุ่มพรีเมียมระดับล่าง ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเร็วกว่าตลาดโดยรวม ด้วยความต้องการระบบนิเวศ iOS ที่เพิ่มขึ้น Apple จะยังคงเป็นผู้นำเหนือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นไปจนถึงสิ้นทศวรรษนี้”

*การจัดส่ง (Shipments) หมายถึงจำนวนอุปกรณ์ที่ผู้ค้าจัดส่งไปยังช่องทางค้าปลีก และไม่เท่ากับยอดขายโดยตรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการและความคาดหวังด้านยอดขายจากผู้ผลิต    สมาร์ทโฟน

]]>
1548946
‘Apple’ ขึ้นแท่นแบรนด์ที่มียอดขายสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของโลก โค่น ‘Samsung’ ที่ครองแชมป์นาน 12 ปี! https://positioningmag.com/1459136 Wed, 17 Jan 2024 03:36:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1459136 ครั้งสุดท้ายที่ ซัมซุง (Samsung) หลุดแชมป์ เบอร์ 1 ตลาดสมาร์ทโฟน ต้องย้อนไปถึงปี 2010 หรือ 12 ปีที่ผ่านมา และในปี 2023 ซัมซุงก็ได้เสียแชมป์ให้กับ Apple ขึ้นเป็น แบรนด์ที่มียอดขายสมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกของ Apple ด้วย

iPhone ของ Apple กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่มียอดขายมากที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก หลังจากที่แข่งขันกับ Samsung ที่ครองตำแหน่งผู้นำมาเป็นเวลา 12 ปี ตามข้อมูลจาก International Data Corporation หรือ IDC โดย Apple สามารถโค่นแชมป์เก่าได้ด้วยยอดขายกว่า 234.6 ล้านเครื่อง เทียบกับ Samsung ที่ทำได้ 226.6 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ Apple ครองส่วนแบ่งตลาด 20.1% มากกว่า Samsung ที่มีส่วนแบ่ง 19.4%

นักวิเคราะห์มองว่า การเติบโตของยอดขาย iPhone ของ Apple มาจากความต้องการของกลุ่มพรีเมียมที่ปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 20% ของส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนที่ระบบปฏิบัติการ Android ก็มีความกระจัดกระจายมากขึ้น ทำให้ Samsung ต้องเจอกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์จีนที่ส่งทั้งสมาร์ทโฟนจอพับมาแข่งขัน นอกจากนี้ การกลับมาของ Huawei ในประเทศจีนก็ส่งผลต่อยอดขายของ Samsung ที่ลดลงเช่นกัน

“เราเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งจากผู้เล่น Android ระดับล่างอย่าง Transsion และ Xiaomi ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดเกิดใหม่ แต่ Apple ถือเป็นแบรนด์ที่กำชัยชนะเพียงแบรนด์เดียว เพราะถือเป็นเพียงแบรนด์เดียวในกลุ่ม Top3 ที่มีการเติบโตทุกปี”

ทั้งนี้ ในปี 2023 ที่ผ่านมา การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง -3.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ 1.17 พันล้านเครื่อง โดยถือเป็นจำนวนต่ำสุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 4/2023 ตลาดมีการเติบโต +8.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี และมีการจัดส่ง 326.1 ล้านเครื่อง ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เติบโต 7.3% ทำให้ภาพรวมในปี 2024 ตลาดอาจฟื้นตัวดีขึ้น

คงต้องรอดูว่า Samsung จะกลับมาได้ไหมในปีนี้ โดยแบรนด์กำลังจะเปิดตัว Samsung Galaxy S24 Series ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของแบรนด์ในช่วงสิ้นเดือนมกราคมนี้ ขณะเดียวกัน Apple ก็เพิ่งลดราคาสินค้าในจีนเป็นครั้งแรกในช่วงต้นปีเพื่อกระตุ้นยอดขาย

Source

]]>
1459136
พลัง Apple Store สาขาแรก ดัน ‘อินเดีย’ ขึ้นแท่น Top5 ประเทศที่มียอดขาย iPhone สูงสุดของ Apple https://positioningmag.com/1438208 Wed, 19 Jul 2023 07:30:49 +0000 https://positioningmag.com/?p=1438208 หลังจากที่ทั้งขยายฐานการผลิตและไปเปิด Apple BKC ซึ่งถือเป็น Apple Store แห่งแรกของอินเดียในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย Tim Cook ก็เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานด้วยตัวเองเลยทีเดียว ซึ่งทั้งการลงทุนลงแรงก็ไม่ได้สูญเปล่า เพราะในช่วง Q2/2023 ที่ผ่านมา อินเดีย ได้กลายเป็นตลาด Top 5  ที่มียอดขายสูงสุดของ Apple

อินเดีย ถือเป็น ตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ขณะที่ยอดขาย iPhone ในอินเดียก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง Q1/2023 ยอดขายของ Apple ในอินเดียทำสถิติสูงสุดใหม่ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ Apple จะไปเปิด Apple Store เพื่อแสดงให้เห็นว่าอินเดียมีความสำคัญต่อปัจจุบันและอนาคตของบริษัทมากขนาดไหน

จากข้อมูลของ Counterpoint Research เปิดเผยว่า หลังจากเปิด Apple Store ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ยอดขาย iPhone ในอินเดียช่วง Q2/2023 ก็เติบโตจนขึ้นเป็น Top5 ประเทศที่มียอดขาย iPhone สูงสุด แซงหน้าเยอรมนีและฝรั่งเศส โดยตามหลังเพียง สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา

โดยในช่วง Q2/2023 ยอดขาย iPhone ของอินเดียคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 4% ของยอดขาย iPhone ทั่วโลกในไตรมาสที่สอง โดยมีการเติบโตถึง +50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 ปัจจุบัน iPhone มีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนอินเดีย 5.1% เติบโตขึ้นจาก 3.4% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

Counterpoint Research มองว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ iPhone ในอินเดียเกิดจากการที่ Apple เปิด Apple Store แห่งแรกในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่เมืองหลวงของเดลี ก่อนจะเปิดอีกสาขาที่เมืองมุมไบ โดยทั้ง 2 เมืองถือเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิต iPhone ในประเทศก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

อ่าน >>> มองโอกาสมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ของ ‘Apple’ หลังเปิด ‘Apple Store’ แห่งแรกในอินเดีย

ปัจจุบันแบรนด์ที่ครองตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดอินเดียก็คือ เสียวหมี่ (Xiaomi) จากจีน ตามมาด้วย ซัมซุง (Samsung) คู่แข่งสําคัญของ Apple อย่างไรก็ตาม ตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มพรีเมียม ของอินเดีย (ราคา 14,000 บาทขึ้นไป) มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 10% ของตลาด จากในช่วงก่อนการระบาดของโควิดมีสัดส่วนเพียง 4% โดย iPhone ครองส่วนแบ่งถึง 65% ในกลุ่มสมาร์ทโฟนพรีเมียมของอินเดีย

ทั้งนี้ Counterpoint Research มองว่า Apple มีโอกาสที่จะสร้างรายได้จากตลาดอินเดียถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 10 ปีข้างหน้า เนื่องจากประชากรเกือบ 700 ล้านคน ของอินเดีย ยังไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งหมายความว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตสูงมาก

Source

]]>
1438208
ไม่ง้อจีนแล้ว! ‘Apple’ เล็งเพิ่มกำลังการผลิต ‘iPhone’ ใน ‘อินเดีย’ เป็น 25% https://positioningmag.com/1416486 Tue, 24 Jan 2023 08:40:12 +0000 https://positioningmag.com/?p=1416486 แม้ว่า จีน จะกลับมาเปิดประเทศและยกเลิกมาตรการ Zero Covid แต่ดูเหมือนแบรนด์ที่ไปทั่วโลกจะไม่ได้อยากกลับไปพึ่งพาจีนอีกแล้ว โดยเฉพาะ Apple ที่ต้องการจะเพิ่มสัดส่วนการผลิต iPhone ใน อินเดีย จาก 5-7% เป็น 25%

Piyush Goyal รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของอินเดีย เปิดเผยว่า Apple ต้องการเพิ่มสัดส่วนการผลิต iPhone ในอินเดีย จากประมาณ 5-7% ในปัจจุบันเป็น 25% อย่างไรก็ตาม Apple เองยังไม่ได้ออกมายืนยันเรื่องดังกล่าว

“นี่เป็นอีกความสำเร็จหนึ่งของอินเดีย แสดงว่าอินเดียเป็นปลายทางการผลิตที่แข่งขันได้” Piyush Goyal กล่าว

ในปีที่ผ่านมา Apple เริ่มประกอบ iPhone 14 ซึ่งถือเป็นรุ่นเรือธงในอินเดีย จากเดิมที่อินเดียเป็นฐานการผลิต iPhone รุ่นเก่ามาตั้งแต่ปี 2017 ขณะที่ Foxconn บริษัทสัญชาติไต้หวันซึ่งเป็นผู้ประกอบหลักของ iPhone ของ Apple กำลังผลิตสมาร์ทโฟนที่โรงงาน Sriperumbudur ในเขตชานเมืองของ Chennai ทางตะวันออกของอินเดีย

นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ได้คาดการณ์ตั้งแต่เดือนกันยายนว่า Apple สามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิต iPhone ในอินเดียเป็น 25% ได้ภายในปี 2025 หรืออีกราว 2 ปี ในขณะที่ปัจจุบัน Apple มองหาวิธีกระจายการผลิตออกจากประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันผลิต iPhone จำนวนมาก เนื่องจากความเปราะบางในจีนที่ทำให้การผลิตต้องหยุดชะงัก

นอกจาก iPhone แล้ว Apple ยังมีแผนที่จะย้ายฐานการผลิต iPad จากจีนมายังอินเดียอีกด้วย และนอกจากใช้อินเดียเป็นฐานการผลิตแล้ว Tim Cook ซีอีโอของ Apple ยังมองว่าอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต เพราะปัจจุบัน iPhone มีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนอินเดียเพียง 5%

]]>
1416486
‘Apple’ ยืนยันกำลังผลิต iPhone 14 ใน ‘อินเดีย’ เพื่อลดการพึ่งพา ‘จีน’ https://positioningmag.com/1401859 Tue, 27 Sep 2022 04:38:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1401859 Apple นั้นได้ขยายการผลิต iPhone ไปในอินเดียมาตั้งแต่ปี 2017 แต่โดยปกติแล้วจะเป็นการผลิตรุ่นเก่า ไม่ได้ผลิตรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในปีนั้น ๆ แต่ล่าสุด Apple ได้ประกาศว่าจะผลิต iPhone 14 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในอินเดียเป็นครั้งแรก หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

Apple ได้ยืนยันว่ากำลังประกอบ iPhone 14 รุ่นเรือธงในอินเดีย เนื่องจากต้องการย้ายฐานการผลิตบางส่วนออกจากจีน โดย Foxconn ผู้ผลิต iPhone รายใหญ่ของ Apple กำลังผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวที่โรงงาน Sriperumbudur ในเขตชานเมืองเจนไน โดย Apple จะขายโทรศัพท์ที่ผลิตในอินเดียทั้งในประเทศและส่งออกไปยังตลาดอื่นทั่วโลกด้วย

นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ระบุว่า Apple จะย้ายฐานการผลิตประมาณ 5% ของการผลิตทั่วโลกสำหรับ iPhone 14 ไปยังอินเดียภายในปลายปี 2022 นอกจากนี้ Apple ยังต้องการจะผลิต iPhone ในอินเดียให้ได้ถึง 25% ภายในปี 2025 ซึ่งการที่ Apple หันไปเน้นการผลิต iPhone ในอินเดีย แสดงให้เห็นถึงความต้องการของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในการ กระจายการผลิตออกจากจีนและเพิ่มลูกค้าในอินเดีย ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดขนาดเล็กของบริษัท

เนื่องจากรัฐบาลจีนยังคงใช้กลยุทธ์ในการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการกลับมาของ COVID-19 ทำให้ส่งผลกระทบต่อการผลิตในโรงงานต่าง ๆ ในจีน และเน้นย้ำจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้นในซัพพลายเชนของ Apple ที่ต้องพึ่งพาจีนเป็นอย่างมากสำหรับการผลิต iPhone

ในขณะเดียวกัน Apple กำลังมองหาการเพิ่มยอดขายในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เมื่อปีที่แล้ว Apple มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 3.8% ในอินเดีย เนื่องจากคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น Samsung และ Xiaomi ของจีน ตามรายงานจาก Counterpoint Research

อย่างไรก็ตาม Apple เป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่มสินค้าพรีเมียมของอินเดีย ซึ่งเป็นโทรศัพท์ที่มีมูลค่ามากกว่า 45,000 รูปีอินเดีย (21,000 บาท) ในไตรมาสที่สองของปีนี้ นั่นต้องขอบคุณโมเมนตัมที่แข็งแกร่งของ iPhone 13 รุ่นก่อนหน้า ส่วน iPhone 14 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 79,900 รูปี (37,000 บาท)

“Apple มีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในอินเดีย และอินเดียเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศทั่วโลกที่เทรนด์พรีเมียมเพิ่งเริ่มต้น” ธารุณ ปะทัก ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint Research กล่าว

Source

]]>
1401859
เปิดดัชนีชี้วัด iPhone 2022 คนไทยต้องทำงาน 48.7 วัน เพื่อได้ซื้อ iPhone 14 https://positioningmag.com/1399663 Sat, 10 Sep 2022 13:22:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1399663 นับเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ทีมงานของ Picodi.com ได้เปรียบเทียบราคา iPhone 14 Pro (128 GB) ของแต่ละประเทศ โดยมีรายได้เฉลี่ยในประเทศต่างๆ เป็นตัวชี้วัด และคำนวณดัชนี iPhone ซึ่งเป็นราคาของสมาร์ทโฟนที่แสดงเป็นวันทำงาน

ในประเทศไทย iPhone 14 Pro ในรุ่นพื้นฐาน (128 GB) มีราคาอยู่ที่ 41,900 บาท แม้ว่าราคาในสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ $999 แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่านี่เป็นราคาสุทธิ ซึ่งใช้ได้เฉพาะในสี่รัฐที่ภาษีการค้าเป็น 0%

ตามข้อมูลล่าสุดของ Numbeo ค่าจ้างเฉลี่ยขั้นต้นในไทยคือ 18,063 บาท สุทธิ ซึ่งหมายความว่า คนไทยโดยเฉลี่ยต้องทำงานเป็นเวลา 48.7 วันเพื่อซื้อ iPhone 14 Pro ซึ่งเราได้ใช้จำนวนเงินทั้งหมดนี้เพื่อจุดประสงค์ไว้เพื่อการซื้อมือถือเท่านั้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จำนวนวันที่ต้องการเพิ่มขึ้น 5.7 วัน

นี่คือลักษณะของดัชนี iPhone ในไทยจาก 5 ปีที่ผ่านมา:

  • 2018 – 41.9 วัน
  • 2019 – 67.8 วัน
  • 2020 – 40.6 วัน
  • 2021 – 43.0 วัน
  • 2022 – 48.7 วัน

พลเมืองทั่วไปของ สวิตเซอร์แลนด์ สามารถมีรายรับเพื่อซื้อ iPhone เครื่องใหม่ล่าสุดได้เร็วที่สุด เพียง 4.6 วัน สหรัฐ โดยเฉลี่ยจะสามารถซื้อแกดเจ็ตตัวใหม่ล่าสุดนี้ได้หลังจากทำงานเป็นเวลา 5.7 วัน และ ออสเตรเลีย หลังจาก 6.1 วัน

ในบรรดาประเทศที่รวมอยู่ในการจัดอันดับ ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือ ตุรกี โดยที่ iPhone มีค่าเท่ากับ 146.7 วันทำงาน ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดเป็นอันดับสองและสามเป็นของ ฟิลิปปินส์ และ บราซิล – 90.9 และ 74.2 วันตามลำดับ
วิธีการจัดหาข้อมูล และแหล่งที่มา

ดัชนีชี้วัด iPhone เป็นการเปรียบเทียบประจำปีระหว่างอัตราราคา iPhone และค่าจ้างเฉลี่ย โดยทีม Picodi.com ตั้งแต่ปี 2018 ดัชนี iPhone 2022 ได้รับการคำนวณจากราคา iPhone 14 Pro (128 GB) ที่ประกาศต่อสาธารณะบนเว็บไซต์ Apple ในพื้นที่หรือเว็บไซต์ผู้ขายที่ได้รับอนุญาต เงินเดือนโดยเฉลี่ยมาจากสำนักงานสถิติอย่างเป็นทางการของประเทศและเป็นข้อมูลล่าสุดกับราคาในวันที่เผยแพร่ข้อมูล iPhone ในประเทศนั้นๆ ข้อมูลค่าจ้างสุทธิได้มาจากการใช้เครื่องคำนวณเงินเดือนในท้องถิ่น เงินเดือนรายเดือนหารด้วย 21 จำนวนวันทำงานเฉลี่ยในหนึ่งเดือน ในประเทศที่สำนักงานสถิติใช้ค่าจ้างรายสัปดาห์จะหารเงินเดือนด้วย 5

Source

]]>
1399663
‘Apple’ วางเป้าผลิต ‘iPhone 14’ 90 ล้านเครื่อง มั่นใจยังขายได้ แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจะติดลบ https://positioningmag.com/1396325 Tue, 16 Aug 2022 08:56:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1396325 ภาพตลาดไอทีปีนี้ไม่ค่อยจะสดใสนัก เพราะดีมานด์เริ่มลดลง เนื่องจากหลายคนช้อปอุปกรณ์ไอทีใหม่ ๆ ไปตั้งแต่ช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ของ COVID-19 เมื่อ 2 ปีก่อน ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ ‘เงินเฟ้อ’ ที่ทำให้ตลาดไอทียิ่งซบเซาหนักไปอีก แต่ Apple กลับไม่ลดจำนวนการผลิต ‘iPhone’ เพราะยังมั่นใจว่า ‘ขายได้’

ในขณะที่สินค้าเริ่มปรับราคาสูงขึ้นหมด เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อและจากพิษเศรษฐกิจทั่วโลกทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาติดลบ -9% ขณะที่ IDC คาดว่าภาพรวมทั้งปีจะติดลบ -3.5% อย่างไรก็ตาม Apple ยังมั่นใจว่ายอดขายของ iPhone จะแข็งแกร่ง แม้ว่าผู้บริโภคจะรัดเข็มขัดก็ตาม

โดย Apple ได้สั่งให้ซัพพลายเออร์ผลิต iPhone 14 ถึง 90 ล้านเครื่อง ซึ่งเท่ากับ iPhone 13 และภายในปี 2023 Apple คาดว่าจะผลิตอุปกรณ์ 220 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับปีที่แล้ว แม้ว่าจะมีข่าวลือว่าปัญหาดันซัพพลายเชนทำให้ซัพพลายเออร์ของ Apple มีแผนจะขึ้นราคาวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งอาจทำให้ Apple อาจเตรียม ขึ้นราคา iPhone 14 Pro และ 14 Pro Max ถึง 15%

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า ที่ Apple มั่นใจว่าสินค้าจะยังขายดีแม้ราคาอาจสูงขึ้น เป็นเพราะการหายไปของคู่แข่งในตลาดพรีเมียมอย่าง Huawei และความอิ่มตัวของอุปกรณ์ Android ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เพิ่มขึ้น

มีการคาดการณ์ว่า ภายในเดือนตุลาคมนี้ Apple จะเปิดตัว iPhone 14 ทั้งหมด 4 โดยจะเห็นกล้องใหม่ การออกแบบรอยบากใหม่ และกล้องหน้าที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงระบบ Face ID และชิป A16 Bionic ใหม่

Source

]]>
1396325
‘เสียวหมี่’ ขึ้นแท่น ‘เบอร์ 1’ ตลาดสมาร์ทโฟนไทย เบียด ‘ออปโป้’ หล่นที่ 2 https://positioningmag.com/1282015 Thu, 04 Jun 2020 10:40:21 +0000 https://positioningmag.com/?p=1282015 ในช่วงไตรมาสแรกของปีที่ต้องเผชิญกับ COVID-19 ส่งผลให้ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกตกลงอย่างเห็นได้ชัด โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าลดฮวบถึง -20.2% เนื่องมาจากผู้บริโภคหยุดการใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น แต่ในขณะที่ยอดขายทุกคนหล่นฮวบ แต่มีเพียง Xiaomi (เสียวหมี่) เท่านั้นที่สามารถเติบโตได้

อ่าน >>> COVID-19 ฉุดยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก Q1/63 วูบ 20% มีเพียง Xiaomi ที่ยังโตได้

ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนโลกเบอร์ 1 ยังคงเป็น Samsung แต่ยอดขายไตรมาสแรกกลับหล่นถึง -22.7% ขณะที่เบอร์ 2 อย่าง Huawei ติดลบ -27.3% ตามด้วย Apple ยอดตก -8.2% แต่เบอร์ 4 อย่าง Xiaomi กลับเติบโตได้ 1.4% ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดที่ 9.3% คิดเป็นจำนวนเครื่อง 27,817,000 ยูนิต โดยปัจจัยที่ทำให้เติบโตคือ ‘Redmi’ ที่ทำยอดขายพุ่งกระฉูดในตลาดต่างประเทศ อีกทั้ง Xiaomi ยังเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่ต้น

แม้ว่าในตลาดโลกจะเป็นที่ 4 แต่ในประเทศไทยนั้น การ์ดเนอร์ระบุว่า Xiaomi ก้าวเป็นเบอร์ 1 ในตลาดครั้งแรกด้วยส่วนแบ่งการตลาด 16.2% มีจำนวนยอดขายกว่า 691,000 เครื่อง โดยเบียดเอา Oppo ที่เคยเป็นเบอร์ 1 ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2018 มาอยู่ที่ 2 มีส่วนแบ่งตลาดที่ 12.6% ตามมาด้วย Vivo 10.5% Samsung และ Apple อยู่อันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

“ในปีนี้ เราจะนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฮมที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีมากขึ้น ล่าสุด เสียวหมี่ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Redmi Note 9 Pro และ Redmi Note 9 ร่วมด้วย Mi Note 10 Lite และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น” โจนาธาน คัง ผู้จัดการใหญ่ประจำเสียวหมี่ประเทศไทย กล่าว

โจนาธาน คัง ผู้จัดการใหญ่ประจำเสียวหมี่ประเทศไทย
]]>
1282015