Dove – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 09 Mar 2021 14:38:32 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘ยูนิลีเวอร์’ เตรียมเลิกใช้คำว่า Normal บอกสูตรผิว/เส้นผมในสินค้า เลี่ยงการรู้สึกแบ่งแยก https://positioningmag.com/1322640 Tue, 09 Mar 2021 10:33:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1322640 ‘ยูนิลีเวอร์’ ออกมาประกาศว่าจะเลิกใช้คำว่า ‘Normal’ หรือ ‘ปกติ’ ในการอธิบายและโฆษณาผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม รวมถึงจะหยุดปรับแต่งรูปของร่างกาย และสีผิวของนางแบบเพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยกอีกต่อไป

Normal สร้างปมด้อยให้ลูกค้ารู้สึกไม่ปกติ

โดยปกติแล้วผู้บริโภค หรือมนุษย์ทั่วไปจะมีความแตกต่างด้านสีผิวต่างๆ สภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวคล้ำ ผิวขาว ส่วนเส้นผมก็มีผมตรง ผมหยักศก ผมแห้งเสีย ทำให้สินค้าอุปโภค บริโภคหรือ FMCG และสินค้าความงามต่างต้องมีสินค้าที่มาตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่ม

เราจึงมักพบเห็นแชมพูหลายๆ สูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรสำหรับผมแห้ง ผมทำสี ผมหยิก ผมร่วง ครีมบำรุงสำหรับคนผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ แต่สูตรที่สินค้าทั่วไปต้องมีก็คือสูตร Normal สำหรับคนผิวปกติ หรือเส้นผมปกติ

Photo : Shutterstock

ทว่าคำว่า Normal นี่เอง ได้สร้างความรู้สึกด้านลบต่อลูกค้าอย่างมาก เพราะลูกค้าที่ไม่ได้ใช้สูตรนั้นจะรู้สึกว่าตัวเองผิวไม่ปกติ หรือเส้นผมไม่ปกติ ทำให้รู้สึกแปลกแยก

ยูนิลีเวอร์เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนทั่วโลกจำนวน 10,000 คน ใน 9 ประเทศ ได้แก่ บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พบว่า 56% ระบุว่าพวกเขารู้สึกว่า ‘แปลกแยก’ เพราะคำว่า Normal ในขณะเดียวกัน 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่าคำว่า Normal ในการโฆษณามีผลกระทบเชิงลบ

ผลสำรวจยังชี้ว่า 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาจะแนะนำแบรนด์ให้กับเพื่อน และครอบครัวหากแบรนด์นั้นสามารถตอบสนองความต้องการของผิว และเส้นผมที่หลากหลาย และครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ยอมจ่ายมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ 74% ระบุว่า พวกเขาต้องการเห็นอุตสาหกรรมความงามและการดูแลเน้นไปที่การทำให้ผู้คนรู้สึกดีขึ้นมากกว่าแค่ดูดี และกว่าครึ่งของพวกเขาให้ความสำคัญกับจุดยืนของบริษัทเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม

ภาพจาก ilearnlot.com

จากผลสำรวจดังกล่าวทำให้ยูนิลีเวอร์ได้ตัดสินใจว่าจะไม่ใช้คำว่า Normal ในการอธิบายสรรพคุณบนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อาบน้ำ และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามใด ๆ อีกต่อไป อาทิ การอธิบายประเภทผิวหรือลักษณะเส้นผม นอกจากนี้ บริษัทจะไม่ทำการรีทัชใด ๆ กับร่างกายและสีผิวของนางแบบที่ใช้ในการโฆษณา

“ผู้คนทั่วโลกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และ Personal Care ของเราทุกวัน และยิ่งเห็นโฆษณาของเรามากขึ้น แบรนด์ของเราจึงมีอำนาจในการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงให้กับชีวิตของผู้คน แต่เราก็รู้ดีว่าการลบคำว่า ปกติ เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่เราเชื่อว่านี่เป็นก้าวสำคัญสู่นิยามความงามที่ครอบคลุมมากขึ้น” ซันนี่ เชน ประธานแผนกความงามและการดูแลส่วนบุคคลของยูนิลีเวอร์ กล่าว

ก้าวข้ามดราม่าผิวขาว

ที่ผ่านมา ยูนิลีเวอร์ต้องต่อสู้กับแคมเปญโฆษณาบางแคมเปญในอดีตที่ได้ผลักดัน ‘ความงามในอุดมคติแบบตะวันตก’ ที่ต้องมี ‘ผิวขาว’ อย่างในปี 2017 ‘Dove’ ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของบริษัทก็ต้องเผชิญกับวิกฤตหลังจากออกโฆษณาแสดงภาพผู้หญิงผิวดำคนหนึ่งถอดเสื้อของเธอออกเพื่อเผยให้เห็นผู้หญิงผิวขาว

ล่าสุด บีบีซีรายงานด้วยว่า ‘TRESemmé’ อีกหนึ่งแบรนด์ของยูนิลีเวอร์ได้ถูกตีกลับจากจากร้านค้าปลีกทั้งหมดในแอฟริกาใต้ เนื่องจากโฆษณาชิ้นหนึ่งระบุว่า ผมคนแอฟริกัน ชี้ฟู หมองคล้ำ และแห้งเสีย

ทั้งนี้ คำว่า Normal จะถูกแทนที่ด้วยคำที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น แชมพูสำหรับ ผมหงอก  หรือ เติมความชุ่มชื้น สำหรับครีมบำรุงผิวบางชนิด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงแนวทางการสร้างแบรนด์ของยูนิลีเวอร์นี้จะครอบคลุมแบรนด์ในเครือกว่า 100 แบรนด์ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม 2565

insider.com / reuters

]]>
1322640
3 วินาทีเป็นเรื่อง Dove เจอดราม่าโฆษณาเหยียดผิว https://positioningmag.com/1142783 Mon, 09 Oct 2017 11:10:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1142783 Dove ต้องออกแถลงการณ์ขออภัย จากเสียงวิจารณ์ถึงโฆษณาออนไลน์ (GIF) ที่มีความยาวแค่ 3 วินาที ที่สร้างความไม่พอใจให้กับโลกออนไลน์อย่างรุนแรง จากเนื้อหาที่เข้าข่ายเป็นการเหยียดผิว

โฆษณาสั้นๆ ของ Dove ที่โพสต์ลง Facebook อย่างเป็นทางการของแบรนด์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ถูกแชร์ไปจนทั่ว พร้อมกับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบจากทุกสารทิศ โดยคลิปที่ขึ้นต้นด้วยประโยคว่า “Ready for a Dove Shower?” เป็นภาพของหญิงสาวผิวสีที่สวมเสื้อสีน้ำตาล จนเมื่อถอดเสื้อออกมา เธอกลับเปลี่ยนเป็นหญิงสาวผิวขาว ก่อนที่เธอจะถอดเสื้ออีกครั้ง จนเปลี่ยนไปเป็นผู้หญิงอีกคน

Dove ยอมรับว่าโฆษณาชิ้นนี้นำเสนอเนื้อหาที่ไม่ตรงกับค่านิยมเรื่อง “ความงาม” ในยุคปัจจุบัน ที่เชื่อว่าความสวยที่แท้จริงคือความหลากหลาย “ซึ่งเราเองก็เชื่อแบบนั้นด้วย โฆษณาชิ้นนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นเลย” ตัวแทนของ Dove กล่าว ทางบริษัทยังกล่าวว่า “เราขอโทษอย่างถึงที่สุด และด้วยความจริงใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่หวังว่าจะได้รับการยกโทษแต่อย่างใด”

นาโอมี เบลค นักธุรกิจด้านความงามวัย 29 ปี เจ้าของ Instagram ที่มีคนติดตามมากมาย เป็นอีกคนหนึ่งที่ตัดสินใจร้องเรียนกับทาง Dove โดยตรงทันที เมื่อมีคนแชร์คลิปดังกล่าวให้เธอเห็น ซึ่ง เบลค แสดงความเห็นว่า “เมื่อคุณเห็นโฆษณาตัวนี้แล้วไม่รู้สึกอะไรได้ยังไง คุณจะอธิบายให้กับเด็กหญิงผิวสีที่เห็นโฆษณานี้เข้าได้อย่างไร”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Dove ของ Unilever (UL) ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ด้านความงาม ที่พยายามนำเสนอความสวยความงามให้ออกมาหลากหลายอยู่เสมอ Dove ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่เลือกนางแบบที่มีรูปร่าง, วัย, อายุ และเชื้อชาติได้อย่างแตกต่างหลากหลาย ส่วนแคมเปญประชาสัมพันธ์อย่าง “My Beauty My Say”, “Real Beauty” และ “#BeautyBias” ก็ล้วนได้รับการยกย่องที่ Dove พยายามสร้างค่านิยมให้ผู้หญิงมั่นใจในตัวเอง และมองว่าพวกเธอสามารถสวยในแบบของตัวเองได้

ความผิดพลาดจากโฆษณาสั้นๆ 3 วินาทีของ Dove จึงเป็นสิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายต้องผิดหวัง

แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อประชาสัมพันธ์ของ Dove ถูกวิจารณ์ในแง่ลบ เมื่อปี 2011 โฆษณาสบู่อาบน้ำของ Dove ก็เคยถูกวิจารณ์ในแง่นี้มาแล้วเช่นเดียวกัน กับโฆษณาที่นำเสนอภาพของผู้หญิง 3 คน ที่มีผิวขาว จนไปถึงผิวเข้ม และบรรยายใต้ภาพว่า “ก่อน” และ “หลัง” โดยทาง Dove อธิบายว่าพวกเขาพยายามจะบอกถึงความแตกต่างของผิวแห้ง

ส่วนโฆษณาเมื่อต้นปีที่ผ่านมาของ Dove สาขาสหราชอาณาจักรก็โดนวิจารณ์เช่นเดียวกัน เพราะแม้โฆษณาที่เป็นภาพของขวดผลิตภัณฑ์ Dove ขนาดต่างๆ จะขึ้นข้อความว่า “ความสวยมีอยู่ในทุกขนาด และรูปร่าง” แต่หลายฝ่ายก็มองว่าสุดท้ายแล้วโฆษณาดังกล่าวก็ยังคงหนีไม่พ้นการให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างของผู้หญิงอยู่ดี

ที่มา : http://money.cnn.com/2017/10/08/news/companies/dove-apology-racist-ad/index.html?sr=twCNN100917companies0929AMStory

]]>
1142783