Chrome – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 02 Apr 2024 06:35:21 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Google เตรียมทำลายข้อมูลผู้ใช้งานโหมด ‘ท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตน’ หลังถูกฟ้องเป็นคดีความและอาจเรียกค่าเสียหายได้ https://positioningmag.com/1468670 Tue, 02 Apr 2024 06:03:54 +0000 https://positioningmag.com/?p=1468670 กูเกิล (Google) เตรียมที่จะทำลายข้อมูลผู้ใช้งานในโหมด ‘ท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตน’ หรือ Incognito Mode หลังถูกฟ้องเป็นคดีความ โดยบริษัทได้เก็บข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ปี 2016 แม้ว่าบริษัทจะยืนยันว่าไม่ได้นำไปใช้งานเพื่อระบุตัวตนของผู้ใช้งานก็ตาม

Google เตรียมที่จะทำลายข้อมูลผู้ใช้งานในโหมดท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตน หรือ Incognito Mode หลังบริษัทได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา แม้ว่าบริษัทจะกล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถที่จะสืบถึงการใช้งานของผู้ใช้งานได้ก็ตาม

ผู้ใช้งานที่ฟ้อง Google ชี้ว่ายักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงเก็บ Cookies แม้ว่าผู้ใช้งานจะใช้งาน Incognito Mode หรือโหมดการท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตนในเว็บเบราว์เซอร์อื่น ซึ่งทำให้บริษัทสามารถรู้ถึงพฤติกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารโปรด งานอดิเรก พฤติกรรมการซื้อของ จนถึงเรื่องส่วนตัวได้

นอกจากนี้ในคดีดังกล่าวยังมีอีเมลภายในของ Google ที่ถูกนำไปใช้ในคดีแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ที่ใช้โหมดท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตนนั้นได้ถูกติดตามจากพฤติกรรมการค้นหาและการโฆษณาเพื่อที่จะวัดปริมาณการเข้าชมเว็บและใช้วัดผลในการขายโฆษณา

ข้อมูลการใช้งาน Incognito Mode นั้นถูกเก็บตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมานั้นมีระดับหลายพันล้านข้อมูล

Jorge Castaneda โฆษกของ Google กล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทยินดีที่จะยุติคดีนี้ และยินดีที่จะลบข้อมูลทางเทคนิคเก่าๆ ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับบุคคลใดๆ และบริษัทไม่ได้นำข้อมูลไปใช้เพื่อระบุตัวตน

ไม่เพียงเท่านี้ในการยอมความ Google จะต้องเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการรวบรวมข้อมูลใน Incognito Mode ช่วง 5 ปีหลังจากนี้ และในโหมดดังกล่าวบริษัทจะต้องบล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามเป็นค่าเริ่มต้นรวมถึงต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบถึงการเก็บข้อมูลว่ามีอะไรบ้าง

โดยประเด็นดังกล่าวตามหลังมาจากที่ Google ได้ยอมความในคดีความที่ถูกฟ้องร้องหมู่ในกรณีความเป็นส่วนตัว ซึ่งคดีความได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งทนายของโจทก์ประเมินว่าความเสียหายนั้นอยู่ในช่วง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึง 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดีคดีความดังกล่าว แม้ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับความเสียหาย แต่คดีความดังกล่าวถ้าหากมีผู้เสียหายก็สามารถที่จะฟ้องร้องรายบุคคลเพื่อเรียกค่าเสียหายกับ Google ได้

ประเด็นเรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานนั้นได้ถูกยกเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำข้อมูลของผู้ใช้งานมาวิเคราะห์การใช้งาน ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งนั้นต้องยอมความในเรื่องดังกล่าว และมีการจ่ายค่าเสียหาย เช่น กรณีที่ Facebook ต้องจ่ายเงินในกรณีของ Cambridge Analytica หรือแม้แต่กรณีของ Google ในครั้งนี้

ที่มา – CNN, France 24, CNET

]]>
1468670
รำคาญใช่ไหม? Chrome จะบล็อกคำขอส่ง “แจ้งเตือน” จากเว็บไซต์ที่เราไม่สนใจอัตโนมัติ https://positioningmag.com/1388370 Fri, 10 Jun 2022 04:43:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1388370 Google อัปเดตฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยใหม่ใน Chrome ใช้เทคโนโลยี “แมชชีน เลิร์นนิ่ง” บล็อกคำขอส่ง “แจ้งเตือน” (notifications) จากเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ไม่สนใจ เพื่อลดความรำคาญ และลดโอกาสฟิชชิ่ง/ส่งมัลแวร์จากมิจฉาชีพ

เวอร์ชันใหม่ของ Chrome จะมีการนำเทคโนโลยี “แมชชีน เลิร์นนิ่ง” เข้ามาใช้งาน และเป้าหมายแรกคือการบล็อกคำขอส่ง “แจ้งเตือน” (notifications) จากเว็บไซต์ต่างๆ เพราะดูจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ของผู้ใช้งาน

ถึงแม้ว่าเว็บไซต์บางส่วนโดยเฉพาะเว็บไซต์ข่าว จะมีการส่งแจ้งเตือนที่มีประโยชน์เพื่ออัปเดตข่าวที่น่าสนใจ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นแจ้งเตือนที่น่ารำคาญ และผู้ใช้มักจะหงุดหงิดใจตั้งแต่มี pop-up ขึ้นมาเพื่อขอส่งแจ้งเตือนแล้วด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ ยังมีมิจฉาชีพบางส่วนที่อาศัยแจ้งเตือนเหล่านี้เป็นตัวส่งมัลแวร์ให้ดาวน์โหลด หรือส่งหน้าไซต์สำหรับฟิชชิ่งข้อมูล หากผู้ใช้เผลอกดเข้าไปก็อาจมีอันตรายได้

“ในทางหนึ่ง การแจ้งเตือนจากเว็บไซต์สามารถช่วยอัปเดตข่าวสารที่คุณสนใจได้ แต่ในอีกทางหนึ่ง การขออนุญาตแจ้งเตือนเหล่านี้เป็นการสร้างความรำคาญ” บล็อกโพสต์ชี้แจงจาก Google ระบุ

แมชชีน เลิร์นนิ่งของบริษัทจะมาช่วยกลั่นกรองว่าการแจ้งเตือนจากเว็บไซต์ประเภทไหนที่ผู้ใช้รายนั้นน่าจะไม่สนใจ และจะบล็อกให้อัตโนมัติ ทั้งหมดนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลที่ตัวเครื่องของผู้ใช้ ทำให้ไม่มีการส่งดาต้าไปเก็บที่เซิร์ฟเวอร์ของ Google

Google Chrome
แมชชีน เลิร์นนิ่งช่วยให้ Google Chrome บล็อกแจ้งเตือนที่น่าจะเป็นอันตรายได้มากขึ้น 2.5 เท่า

ไม่เพียงแต่แจ้งเตือนที่น่ารำคาญ ก่อนหน้านี้ไม่นาน Google ก็ใช้แมชชีน เลิร์นนิ่งในฟีเจอร์ ‘Safe Browsing’ มาแล้ว โดยเทคโนโลยีนี้ทำให้ Chrome สามารถตรวจจับเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายและการฟิชชิ่งได้มากขึ้น 2.5 เท่า และจะมีการ ‘alert’ หรือบล็อกให้ผู้ใช้ทราบ

Google ยังจะใช้แมชชีน เลิร์นนิ่งช่วยให้ผู้ใช้ใช้งาน Chrome ได้สะดวกขึ้น ตัวอย่างเช่น การปรับแต่ง toolbar ด้านบนให้มีปุ่มที่คุณต้องใช้ในแต่ละช่วงเวลาของวัน หากช่วงเช้าแมชชีนพบว่าคุณมักจะแชร์ลิงก์ต่างๆ บ่อยครั้ง toolbar ก็จะปรากฏปุ่มแชร์ให้กดได้สะดวก พอตกบ่ายเมื่อแมชชีนเรียนรู้พฤติกรรมว่าคุณมักจะใช้ฟังก์ชันคำสั่งเสียง ก็จะมีปุ่มคำสั่งเสียงขึ้นมาอัตโนมัติ

ตัวอย่างการเพิ่มปุ่มอัตโนมัติตามพฤติกรรมผู้ใช้งาน

“เป้าหมายของเราคือการสร้างเบราว์เซอร์ที่ช่วยเหลือผู้ใช้ได้ดีอย่างต่อเนื่องและจริงใจ และเราตื่นเต้นมากกับความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแมชชีน เลิร์นนิ่ง” Google อธิบาย

Source

]]>
1388370
Mozilla บริษัทแม่ Firefox เตรียมเลย์ออฟพนักงาน 70 ตำแหน่ง เดินเกมหารายได้มากกว่า Search https://positioningmag.com/1261165 Sat, 18 Jan 2020 17:20:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1261165 มอซิลลา (Mozilla) ต้นสังกัดผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์ (Firefox) ตกเป็นข่าวว่ากำลังปลดพนักงานประมาณ 70 คน ผลจากภาวะรายได้พลาดเป้า ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนนโยบายหารายได้ที่นอกเหนือจากบริการเสิร์ชใน Firefox

สำนักข่าวเทคครันช์ (TechCrunch) เผยแพร่บันทึกภายในที่ส่งต่อใน Mozilla ว่าการปลดพนักงานมากว่า 70 คนในรอบนี้เกิดขึ้นจากรายได้ที่พลาดเป้า ซึ่ง Mozilla คาดว่าจะทำได้ดีขึ้นในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน การสำรวจก็พบว่าสัดส่วนการใช้งาน Firefox ลดน้อยลง จนทิ้งห่างเว็บเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Chrome ออกไปอีก ทำให้ Mozilla ต้องเดินเกมใหม่เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองในมุมใหม่

มิตเชลล์ เบเกอร์ (Mitchell Baker) ประธาน Mozilla เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าปี 2019 จะเป็นปีที่ Mozilla ต้องหารายได้จากบริการอื่นที่ไม่ใช่บริการเสิร์ชหรือบริการค้นหาข้อมูลบน Firefox โดยเฉพาะจากบริการในรูปสมาชิกหรือ subscription product อย่างไรก็ตาม บริการนั้นยังไม่แจ้งเกิด ทำให้ Mozilla ต้องเร่งปรับโครงสร้างองค์กรอย่างเร่งด่วน

ขณะนี้ Mozilla มีบริการ subscription product ในมือคือ Firefox Private Network แต่ปัจจุบันบริการ VPN แบบต้องชำระเงินของ Mozilla กลับติดขัดจนไม่สามารถขยายบริการได้ตามความต้องการของลูกค้า ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องต่อคิวรอใน waitlist

ประธาน Mozilla ระบุว่าแผนในปี 2019 นั้นมีการประเมินผิดพลาด ทั้งระยะเวลาที่ต้องใช้ในการสร้างและจัดส่งผลิตภัณฑ์ทำเงินตัวใหม่ที่ต้องใช้เวลานานกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว สิ่งที่ Mozilla ได้เรียนรู้ในปี 2019 ทำให้บริษัทตัดสินใจคาดการณ์รายได้ในปี 2020 อย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Mozilla ปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนการสั่งปลดพนักงานที่แน่ชัด โดยบอกว่าวันนี้พนักงานทั่วโลกของ Mozilla มีจำนวนราว 1,100 คนก่อน เบื้องต้น Mozilla วางเป้าหมายเป็นองค์กรที่มีพนักงานรวมมากกว่า 1,000 คนต่อไป

อดีตอันรุ่งเรืองของ Firefox (สถิติปี 2010)

ข่าวการปลดพนักงานของ Mozilla เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับ Microsoft ที่เปิดตัวเว็บเบราว์เซอร์บนเดสก์ท็อป “เอดจ์” เวอร์ชันใหม่ซึ่งมีหลายฟีเจอร์ถอดแบบจาก Google Chrome ขณะนี้ Microsoft Edge ใหม่พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วบน Windows 10, Windows 8, Windows 7 และ MacOS แล้วและจะเปิดตัวอัปเดทอัตโนมัติในพีซีหลายเครื่องช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า

สำหรับ Edge เวอร์ชันใหม่นั้นใช้แพลตฟอร์ม Chromium ซึ่งเป็นรหัสโอเพนซอร์ซเดียวกับ Chrome ทำให้ Microsoft Edge ใหม่มีประสิทธิภาพและคุณสมบัติคล้ายกับเว็บเบราว์เซอร์ของ Google ตอกย้ำว่าแม้แต่ Microsoft ก็ยังยากลำบากในการเขย่าบัลลังก์ Chrome ทั้งที่เมื่อปี 2010 เจ้าพ่ออย่าง Microsoft เป็นแชมป์เว็บเบราว์เซอร์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก

Source

]]>
1261165