crypto – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 19 Feb 2026 09:33:52 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รายงานเผย ‘คริปโตฯ’ ถูก ‘เครือข่ายค้ามนุษย์’ ใช้ฟอกเงินเพิ่มขึ้น 85% ‘อาเซียน’ ขึ้นแท่นฮับใหญ่เครือข่ายอาชญากรรมครบวงจร https://positioningmag.com/1560408 Thu, 19 Feb 2026 08:17:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1560408 รายงานฉบับล่าสุดจาก Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในปี 2025 ธุรกรรม คริปโตเคอร์เรนซี ที่เชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตสูงถึง 85% โดยมีเม็ดเงินหมุนเวียนที่ตรวจสอบได้บนบล็อกเชนสาธารณะรวมหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มีจุดกำเนิดและเครือข่ายเชื่อมโยงอยู่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาเซียน เครือข่ายอาชญากรรมแบบครบวงจร

รายงานระบุว่า กิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกส่วน แต่เป็นการทำงานร่วมกันของ ระบบนิเวศอาชญากรรม ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วย:

  •  ศูนย์รวมการต้มตุ๋น (Scam Compounds): แหล่งกบดานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • บ่อนพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย: ที่ใช้บังหน้าในการโยกย้ายเงิน
  • เครือข่ายฟอกเงินภาษาจีน (Chinese-language Money Laundering Networks): ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการเปลี่ยนคริปโตฯ เป็นเงินสด

 

ธุรกิจมืดและการใช้คริปโตฯ จะแบ่งได้ 3 กลุ่ม

  • บริการจัดหาคู่และค้าประเวณีข้ามชาติ (International Escort & Prostitution)

พบพฤติกรรมทางการเงินที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพสูง (Highly Organized) โดยมีการแบ่งเกรดบริการ ตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงแพ็กเกจ VIP ที่มีราคาสูงกว่า 30,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1 ล้านบาท) ซึ่งรวมค่าเดินทางข้ามประเทศและบริการที่พักหลายวัน 

กว่าครึ่งหนึ่งของธุรกรรมในกลุ่มนี้มีมูลค่าต่อครั้งเกิน 10,000 ดอลลาร์ โดยมักใช้ Stablecoins เพื่อรักษาความเสถียรของมูลค่า และมีการโอนเงินซ้ำ ๆ ระหว่างกลุ่มกระเป๋าเงิน (Wallet Clusters) ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นรูปแบบบริษัทหรือเอเจนซี่ ไม่ใช่บุคคลทั่วไป

  • ขบวนการหลอกไปทำงานและฐานต้มตุ๋น (Labor Recruiters & Scam Compounds)

นี่คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โดยตรง โดยมีการหลอกเหยื่อไปทำงานในกัมพูชาและเมียนมา โดยค่าหัว/ค่าจัดหางาน จะอยู่ระหว่าง 1,000 – 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งตรงกับราคาค่าตัวที่ประกาศในช่องทางมืด

  • ตลาดสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM Vendors)

แม้ธุรกรรมส่วนใหญ่ (ราว 50%) จะมีมูลค่าน้อยกว่า 100 ดอลลาร์ เนื่องจากเป็นระบบสมาชิก (Subscription) แต่มีความซับซ้อนในการหลบเลี่ยงสูง:

 

Telegram สวรรค์แห่งใหม่ ของอาชญากรไซเบอร์

Telegram ได้กลายเป็น ตัวกลางใหม่ ที่อาชญากรใช้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อโฆษณาบริการ รับสมัครเหยื่อ และประสาน  งานการชําระเงิน โดย Tom McLouth นักวิเคราะห์จาก Chainalysis มองว่า ที่อาชญากรย้ายฐานจากฟอรั่ม Darknet แบบเดิมมาใช้ Telegram เพราะสามารถขยายฐานลูกค้าได้เร็วกว่า และใช้งานง่ายเหมือนธุรกิจปกติ      มี Customer Service และด้วยระบบกึ่งเปิดกึ่งปิด ทำให้เข้าถึงเหยื่อและผู้ซื้อได้ง่าย แต่ยังคงความปลอดภัยให้    ผู้กระทำผิด

Chainalysis คาดการณ์ว่าเฉพาะปี 2025 ช่องทางเหล่า Telegram ถูกช่วยฟอกเงินไปแล้วกว่า 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์

Source

]]>
1560408
ไม่มีอะไรปลอดภัย! ครึ่งปีแรก ‘เงินดิจิทัล’ ถูกแฮกเกอร์โจรกรรมรวมกว่า 1.38 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 2 เท่า https://positioningmag.com/1481998 Tue, 09 Jul 2024 10:43:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1481998 อย่างที่รู้ ๆ กันว่ามิจฉาชีพเดี๋ยวนี้เก่งมาก ๆ พร้อมจะใช้เทคโนโลยีและเล่ห์กลสารพัดเพื่อดูดเงินของเรา และแม้แต่ คริปโตเคอร์เรนซี หรือ เงินดิจิทัล ก็ไม่รอด เพราะแค่ช่วงครึ่งปีแรก ก็มีเงินดิจิทัลถูกขโมยเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

รายงานจากบริษัทวิจัยด้านบล็อกเชน TRM Labs เปิดเผยว่า มีการขโมยคริปโตฯ มูลค่า 1.38 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 24 มิถุนายน ซึ่ง มากขึ้นกว่าสองเท่า ของจำนวน 657 ล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยไปในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทดังกล่าวสังเกตว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลโดยเฉลี่ยสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกขโมยสูงขึ้น

เช่นเดียวกับปีที่แล้ว การโจมตีครั้งใหญ่เพียงไม่กี่ครั้งส่งผลให้การขโมยคริปโตเพิ่มขึ้น โดย แฮกเกอร์ 5 อันดับแรก คิดเป็น 70% ของจำนวนเงินที่ถูกขโมยไปในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยเวกเตอร์การโจมตีอันดับต้น ๆ ในปี 2024 ได้แก่ Private key และ Seed Phrase ซึ่งเป็นลำดับคำแบบสุ่มที่จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นในการเข้าถึงหรือกู้คืน Crypto Wallet

โดยการโจรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้คือการ ขโมย Bitcoin มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์ จากเว็บแลกเปลี่ยนคริปโต DMM Bitcoin ของญี่ปุ่น โดยแฮกเกอร์ใช้ Private key ที่ขโมยมาหรือ การปลอมแปลงที่อยู่กระเป๋าเงิน (address poisoning) โดยผู้โจมตีจะส่งสกุลเงินดิจิทัลจำนวนเล็กน้อยจากกระเป๋าเงินที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบที่อยู่ของคุณหรือผู้รับของคุณโดยมีจุดประสงค์เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้ส่งเงินไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่ถูกต้อง

TRM Labs กล่าวว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานใด ๆ ในระบบรักษาความปลอดภัยของระบบนิเวศคริปโตที่อาจส่งผลให้มูลค่าการขโมยเพิ่มขึ้น โดยระบุว่าจำนวนการโจมตีและเวกเตอร์การโจมตี ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญในแต่ละปี

ทั้งนี้ บริษัท Crypto มักตกเป็นเป้าหมายของการแฮกและการโจมตีทางไซเบอร์ โดยตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Mt.Gox ยื่นฟ้องล้มละลายในปี 2014 หลังจากถูกแฮกหลายครั้งจนขโมย Bitcoin ไปได้ถึง 950,000 Bitcoin ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อพิจารณาจากราคาปัจจุบัน

หรือในเดือนพฤศจิกายนมีการขโมยเงินไปประมาณ 115 ล้านเหรียญ จากการแลกเปลี่ยน HTX และ Heco Chain ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโต 2 แห่งที่เชื่อมโยงกับ Justin Sun ผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง

Source

]]>
1481998
ประเมินขาขึ้น ‘คริปโต’ คาดปีนี้มูลค่าตลาดทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์ โตขึ้น 2 เท่า! https://positioningmag.com/1469425 Mon, 08 Apr 2024 06:31:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1469425 ถือเป็นปีที่ตลาด คริปโตเคอเรนซี่ หรือ สกุลเงินดิจิทัล กลับมาขาขึ้นอีกครั้ง เฉพาะแค่ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) หรือ BTC ที่เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุด ได้ทำราคาสูงสุดทุบสถิติใหม่ขึ้นไปทะลุ 73,000 ดอลลาร์/BTC ไปเมื่อช่วงวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา จากมูลค่าของบิตคอยน์ที่พุ่งขึ้น ทำให้มีการประเมินว่าปีนี้มูลค่าตลาดคริปโตฯ จะโตขึ้น 2 เท่า

Brad Garlinghouse CEO จาก Ripple ประเมินว่า มูลค่าของตลาดคริปโตฯ ปีนี้จะเพิ่มขึ้น สองเท่า หรือมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 5.2 ล้านล้านดอลลาร์ จากมูลค่า ณ วันที่ 4 เมษายน ที่ตลาดคมีมูลค่าประมาณ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากการมาถึงของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ (ETFs) แห่งแรกของสหรัฐฯ

Bitcoin ETF กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในบิตคอยน์ ที่ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 10 มกราคมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอนุญาตให้สถาบันและนักลงทุนรายย่อยได้รับความเสี่ยงจาก บิตคอยน์โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง

ปัจจุบัน บิตคอยน์คิดเป็นประมาณ 49% ของตลาดคริปโตฯ ทั้งหมด โดยมีมูลค่าตลาด 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 1 เมษายน ซึ่งนับจากช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าบิตคอยน์เพิ่มขึ้นมากกว่า +140% โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 73,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ตามข้อมูลของ CoinGecko อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ได้ตกลงไปต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์แล้ว

อีกปัจจัยที่ Garlinghouse มองว่าจะผลักดันตลาดคริปโตฯ ไปสู่จุดสูงสุดใหม่คือความเป็นไปได้ที่โมเมนตัมด้านกฎระเบียบเชิงบวกในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลต่างมองในแง่ดีว่า ฝ่ายบริหารครั้งต่อไปจะอำนวยความสะดวกให้กับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น

“ฉันคิดว่าเราจะได้รับความชัดเจนมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่น่าเสียดายที่อเมริกากลับไม่ค่อยเป็นมิตรกับตลาดคริปโตฯ อย่างไรก็ตาม ปีนี้น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางบวก”

นอกจากนี้ Marshall Beard ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Gemini บริษัทแลกเปลี่ยน crypto ของสหรัฐฯ คาดว่า ราคาบิตคอยน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 ดอลลาร์ ในปลายปีนี้ เนื่องจากครบรอบ บิตคอยน์ ฮาล์ฟวิ่ง (Bitcoin Halving) หรือการที่รางวัลจากการขุดบิตคอยน์จะถูกปรับลดลงครึ่งหนึ่ง 

Source

]]>
1469425
ความสนใจลงทุน ‘คริปโต’ ของคน ‘มิลเลนเนียล’ ลดเหลือ 30% หลังราคาผันผวนหนัก https://positioningmag.com/1402857 Mon, 03 Oct 2022 05:36:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1402857 ก็ดูไม่น่แปลกใจหากพิจารณาจากข่าวที่ร้าย ๆ ในวงการคริปโต รวมไปถึงมูลค่าที่ดิ่งฮวบ ๆ ลงจะทำให้ นักลงทุน เริ่มที่จะลดความสนใจในการลงทุนกับคริปโต ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมาของ Bankrate ที่แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกัน รู้สึกไม่สบายใจหากต้องลงทุนในคริปโต

จากผลสำรวจของ Bankrate ในเดือนกันยายนพบว่า ความนิยมของ คริปโตเคอร์เรนซี ของนักลงทุนชาวอเมริกันกำลังลดลง โดยในปี 2022 มีชาวอเมริกันเพียง 21% เท่านั้นที่รู้สึกสบายใจที่จะลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล จากปีที่ผ่านมาที่มี 35% ขณะที่กลุ่มคนรุ่น มิลเลนเนียล (อายุ 26-41 ปี) ก็ลดลงจาก 50% เหลือ 30% เท่านั้น ที่สบายใจในการลงทุนในคริปโต ซึ่งถือว่าลดลงมากที่สุดในทุกเจน

การลดลงนั้นไม่น่าแปลกใจ เมื่อพิจารณาว่ามูลค่าสูงสุดของตลาดคริปโตที่เคยมีมูลเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงพฤศจิกายนปี 2021 ปัจจุบันนี้เหลือเพียง 1 ล้านล้านดอลลาร์

“มูลค่าของสกุลเงินดัง ๆ อย่าง Bitcoin และ Ethereum ลดลงมากกว่า 70% จากระดับสูงสุดตลอดกาล จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความสนใจของเหรียญจะหายไป ยิ่งนักลงทุนหน้าใหม่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง” James Royal ผู้อำนวยการที่ Bankrate กล่าว

ในขั้นต้น ความสนใจของนักลงทุนรุ่นเยาว์จำนวนมากในคริปโตนั้นเป็นเพราะพวกเขามีความรู้สึก อยากถูกลอตเตอรี่ หรือการที่จะสามารถทำเงินได้มากมายอย่างรวดเร็ว แม้ว่านักลงทุนรุ่นเยาว์จำนวนมากจะไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังซื้อ แต่พวกเขาเห็นราคาที่ขึ้นและพวกเขาต้องการเข้าไป

วิธีเดียวที่คุณสามารถสร้างรายได้จากมันคือ การขายให้กับคนที่มองโลกในแง่ดีหรือโง่มากกว่าคุณ ด้วยเหตุผลนี้ คริปโตจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการลงทุนแบบดั้งเดิม

ทั้งนี้ คริปโตเคอร์เรนซีถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ซึ่งอยู่ภายใต้ความผันผวนของราคาที่คาดเดาไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมักไม่แนะนำให้ลงทุนเงินในสกุลเงินดิจิทัล หากทำใจไม่ได้ที่จะขาดทุน เนื่องจากไม่มีการรับประกันว่าจะได้รับผลกำไร

อย่างไรก็ตาม หากว่ากำลังค้นหาการลงทุนที่ได้กำไรน้อยลง แต่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้บนพื้นฐานความเป็น กองทุนดัชนี S&P 500 ถือเป็นอีกตัวเลือก เพราะหากซื้อเป็นประจำ แล้วถือต่อไปอย่างเหนียวแน่น มีแนวโน้มที่จะช่วยสร้างความมั่งคั่ง อย่างเช่นตัวอย่างของเศรษฐีชาวอเมริกันจำนวนมาก

“แน่นอนว่าบางคนถูกลอตเตอรี่ แต่ความมั่งคั่งถูกสร้างขึ้นได้เอง และสามารถไปถึงเป้าหมายได้สำหรับผู้ที่สามารถเป็นนักลงทุนที่มีวินัยได้”

Source

]]>
1402857
ยอมขาดทุน? ‘เทสลา’ เทขาย ‘Bitcoin’ 75% หวังเพิ่ม ‘เงินสด’ ในมือให้มากที่สุด https://positioningmag.com/1393355 Thu, 21 Jul 2022 03:11:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1393355 เมื่อต้นปีที่แล้ว เทสลา (Tesla) ได้ลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ ใน Bitcoin ขณะที่ CEO อย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ก็มักจะทวิตสนับสนุน สกุลเงินดิจิทัล เสมอ ๆ พร้อมทั้งเคยจะเปิดให้สามารถซื้อรถเทสลาด้วย Bitcoin ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เทสลาก็เทขาย Bitcoin ถึง 75% ทิ้ง

เทสลา เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทได้ขาย Bitcoin ประมาณ 75% โดยยอดขายเหล่านั้นเพิ่มเงินสด 936 ล้านดอลลาร์ หรือราว 34,000 ล้านบาทในงบดุล ขณะที่มูลค่าของ Bitcoin ช่วงต้นไตรมาส 2 มีมูลค่าเกือบ 46,000 ดอลลาร์ แต่ช่วงสิ้นสุดไตรมาส 2 ก็ลดลงเหลือ 19,000 ดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ราว 23,000 ดอลลาร์

หากย้อนไปช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 มูลค่าของ Bitcoin ที่เทสล่าถือครองอยู่ที่ 2.48 พันล้านดอลลาร์ และเหลือเพียง 2 พันล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นสุดปี อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ระบุว่ามูลค่าที่หายไปนั้นเกิดจากการขายหรือมูลค่าที่ลดลง ขณะที่ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มูลค่า Bitcoin หายไปกว่าครึ่ง

นักวิเคราะห์ Brian Johnson ที่ Barclays ประมาณการเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า เทสลาจะเห็นมูลค่าของ Bitcoin ที่หายไปเป็นมูลค่า 460 ล้านดอลลาร์จากการเทขายนี้

“เหตุผลที่เราขาย Bitcoin ที่ถือครองอยู่นั้นเป็นเพราะเราไม่แน่ใจว่าการล็อกดาวน์ในประเทศจีนจะบรรเทาลงเมื่อใด ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะเพิ่มสถานะเงินสดให้สูงสุด แต่ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นการตัดสินค่าของ Bitcoin และบริษัทจะเพิ่มการถือครองคริปโตในอนาคต” อีลอน มัสก์ กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในช่วงไตรมาส 2 เทสลามี Bitcoin ที่ถือครองอยู่ประมาณ 42,000 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น หากขายไป 75% แปลว่าเทสลาจะเหลือ Bitcoin อยู่ประมาณ 10,500 ดอลลาร์ ในช่วงท้ายไตรมาสนี้ และก่อนหน้านี้ เทสลาเคยเป็นบริษัทที่ถือ Bitcoin ที่มากสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียง บริษัท MicroStrategy ของ ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ที่เคยทำกำไรจากการลงทุนใน Bitcoin ถึง แสนล้านบาท

Source

]]>
1393355
FTC พบ ยอดตุ๋นลงทุน ‘คริปโต’ ปี 64 เสียหายกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท วัย 25-40 ปี เสี่ยงโดนโกงสูง 3 เท่า https://positioningmag.com/1391841 Fri, 08 Jul 2022 06:27:10 +0000 https://positioningmag.com/?p=1391841 แค่ตลาดคริปโตติดดอยก็ปวดใจแล้ว ยังต้องมาเจอกับ ‘มิจฉาชีพ’ ที่มาหลอกเอาเงินจากคริปโตอีก โดยจากรายงานของ Federal Trade Commission (FTC) พบว่า ทุก ๆ จำนวนการทำธุรกรรมเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีจะมีเงินสูญหายประมาณ 4 ดอลลาร์ จากการฉ้อโกง ซึ่งมากกว่าวิธีการชำระเงินอื่น ๆ

คณะกรรมาธิการว่าด้วยการค้าแห่งสหพันธรัฐ หรือ FTC เปิดเผยว่า ในปี 2021 มีผู้ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกหลวงในตลาดคริปโตถึง 4.5 หมื่นราย รวมมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท โดย 70% ใช้ Bitcoin เพื่อจ่ายให้กับมิจฉาชีพ ตามด้วยเหรียญสกุล Tether และ Ether ขณะที่ เหยื่อมักจะมีอายุน้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 25-40 ปี มีแนวโน้มที่จะสูญเสียเงินเนื่องจากการฉ้อโกงถึง สามเท่า

ขณะที่ เกือบครึ่งหนึ่ง ของผู้ที่ออกมาแจ้งความว่าสูญเสียเงินจากการหลอกลวงคริปโตในปี2021 ระบุว่า พวกเขาถูกหลอกผ่านโพสต์ออนไลน์หรือข้อความโซเชียลมีเดีย โดยโพสต์มากกว่าครึ่งถูกเห็นบน Facebook หรือ Instagram

ทั้งนี้ การต้มตุ๋นหลอกลวงในตลาดคริปโตกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยอัตราการก่ออาชญากรรมพุ่งสูงขึ้น 60 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2018 เนื่องจากนักต้มตุ๋นมีข้อได้เปรียบตรงที่ธนาคารจะไม่สามารถตรวจพบธุรกรรมที่น่าสงสัยได้เหมือนกับการเงินปกติ อีกทั้งระบบการโอนที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ และนักลงทุนมือใหม่ที่ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับวิธีการทำงานของคริปโต

อย่างในเดือนกุมภาพันธ์ คณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางในซานดิเอโกได้ฟ้องร้องผู้ก่อตั้ง BitConnect เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า หลอกลวงนักลงทุนเกี่ยวกับ โปรแกรมการให้กู้ยืมเงินของสกุลเงินดิจิทัล โดยอ้างว่าเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทจะนำผลตอบแทนที่สำคัญมาสู่นักลงทุนโดยการติดตามตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล

หรืออย่างในเดือนพฤษภาคม CEO ของ Mining Capital Coin ถูกฟ้องในข้อหา “เตรียมแผนฉ้อโกงการลงทุนทั่วโลกมูลค่า 62 ล้านดอลลาร์” ซึ่งให้คำมั่นว่าจะได้รับผลตอบแทนมหาศาลจากการขุดคริปโตเคอร์เรนซีใหม่ ๆ โดยในทั้งสองกรณี นักต้มตุ๋นสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนมหาศาลแก่นักลงทุน แต่กลับเอาเงินใส่กระเป๋าเงินดิจิทัลของพวกเขาเอง

ดังนั้น FTC เตือนว่า ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนกับใครก็ตามที่สัญญาว่าจะ รับประกันผลตอบแทน

“ไม่มีการรับประกันว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลจะสร้างรายได้ การลงทุนที่ถูกกฎหมายจะไม่บังคับให้คุณต้องซื้อสกุลเงินดิจิทัล หรือหากมีการขอให้ส่งคริปโตให้แทนการบอกรักกับคนที่เจอผ่านแอปหาคู่ นั่นถือเป็นการหลอกลวง” FTC กล่าว

Source

]]>
1391841
Binance ระงับบริการบางส่วนกับ ‘ชาวรัสเซีย’ ที่ถือครองคริปโต มูลค่ามากกว่า 1 หมื่นยูโร https://positioningmag.com/1382327 Thu, 21 Apr 2022 12:52:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1382327 ‘Binance’ เเพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศระงับการให้บริการบางส่วนกับชาวรัสเซียที่ถือครองคริปโตฯ มูลค่าเกิน 10,000 ยูโรขึ้นไป ตามมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหภาพยุโรป (EU)

Binance เเจ้งว่า ผู้ใช้ชาวรัสเซียเเละบริษัทที่จัดตั้งในรัสเซีย ที่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซี มูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ยูโร (ราว 3.6 เเสนบาท) จะถูกห้ามไม่ให้ทำการฝากเงินใหม่หรือทำการซื้อขายใดๆ ทั้งฟังก์ชั่น spot , futures , Earn , staking เเละกระเป๋าเงิน Custody wallets

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะสามารถถอนเงินได้เเละจะมีเวลา 90 วันในการปิดสถานะ

โดยข้อจำกัดดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบต่อบัญชีของพลเมืองรัสเซีย ที่อาศัยอยู่นอกประเทศที่ได้รับการยืนยันหลักฐานที่อยู่เเล้ว ตลอดจนถึงบัญชีของชาวรัสเซียรายย่อ หรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในรัสเซีย ที่มีการถือครองสินทรัพย์คริปโตฯ บนเเพลตฟอร์ม Binance ‘น้อยกว่า 10,000 ยูโร

ในเดือนนี้ EU ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเป็นครั้งที่ 5 โดยพุ่งเป้าไปที่กระเป๋าเงินคริปโตฯ ธนาคาร สกุลเงินและทรัสต์ เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเปิดโอกาสให้ชาวรัสเซียเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ

เมื่อเดือนที่ผ่านมา Binance ระบุว่า ผู้ที่ถือบัตรเครดิตของธนาคารรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร จะไม่สามารถใช้งานบัตรบนแพลตฟอร์มได้ และยืนยันว่าบริษัทได้ระงับการให้บริการกับผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในลิสต์คว่ำบาตรด้วย

“Binance จะต้องเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมที่ดำเนินการตามมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ต่อไป เราเชื่อว่า Crypto Exchange รายใหญ่แห่งอื่น ๆ จะต้องปฏิบัติตามกฎเดียวกันในไม่ช้า

ที่มา : Reuters , Binance , Bloomberg 

]]>
1382327
IMF เปิดรายงานประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูง มักนิยมเทรดคริปโตฯ มาก https://positioningmag.com/1381574 Wed, 13 Apr 2022 15:55:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1381574 IMF เปิดเผยรายงานระบุถึงปริมาณความนิยมและความถี่ของการใช้ crypto เพิ่มสูงขึ้นในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน โดยในปีที่แล้วการเพิ่มขึ้นและการยอมรับของ cryptocurrencies ได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยบางแห่งได้นำ Bitcoin มาใช้เป็นเงินตามกฎหมายหรือเป็นวิธีการชำระเงิน ซึ่งมักจะใช้เป็นการอำพรางเส้นทางการฟอกเงิน

finbold เปิดเผยถึงการวิจัยที่ตีพิมพ์โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ในหัวข้อ “Crypto, Corruption และ Capital Controls : Cross-Country Correlations” โดยระบุว่าผู้คนในประเทศที่มีการทุจริตในระดับที่สูงกว่ามักจะใช้ cryptocurrencies มากกว่าในประเทศอื่นๆ

เราพบว่าการใช้สินทรัพย์ crypto นั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญและในทางบวกกับการรับรู้ที่สูงขึ้นของการทุจริตและการควบคุมเงินทุนที่เข้มข้นมากขึ้น รายงานของ IMF กล่าว

อย่างไรก็ดี รายงานระบุการสำรวจบุคคลหลายพันคนใน 55 ประเทศ เพื่อตรวจสอบปัจจัยพื้นฐานการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น เปิดเผยว่า ประเทศดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุนที่เข้มงวด ทำให้ยากต่อการเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศ ดังนั้น จำนวนผู้ใช้ crypto จึงเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ตามรายงานกล่าวว่าแท้จริงแล้ว ในประเทศเหล่านั้นที่ถูกมองว่าทุจริตหรือมีข้อจำกัดด้านเงินทุนที่รุนแรง ส่งผลให้การยอมรับสกุลเงินดิจิทัลนั้นสูงกว่า ซึ่งสนับสนุนข้อโต้แย้งสำหรับกฎระเบียบของภาคส่วนเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น

ผู้อยู่อาศัยในประเทศที่ภาคการเงินแบบดั้งเดิม ได้รับการพัฒนาอย่างดี อาจไม่ค่อยรู้สึกว่าต้องการ crypto” รายงานระบุ

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (The International Monetary Fund (IMF)) ได้สอบถามบุคคลประมาณ 2,000 ถึง 12,000 ในแต่ละประเทศเกี่ยวกับการใช้สกุลเงินดิจิทัลของพวกเขารวมกว่า 110,000 คนในกว่า 55 ประเทศ โดยผู้เขียนบทความได้ระบุถึงปัจจัยหลายประการที่อธิบายว่าทำไม Bitcoin อาจเป็นที่นิยมในประเทศหนึ่งมากกว่าประเทศอื่น โดยเมื่อพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงแล้ว สกุลเงินดิจิทัลยอดนิยม เช่น Bitcoin อาจมีเสถียรภาพมากกว่าสกุลเงินท้องถิ่นในแง่ของมูลค่าในระยะยาว

Photo : Shutterstock

ข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นในการใช้คริปโตฯ

เนื่องจากประเทศที่ยากจนมักจะมีกระบวนการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งห้ามไม่ให้เงินทุนจากต่างประเทศโอนย้ายเข้าและออกจากเศรษฐกิจของประเทศ สกุลเงินดิจิทัลจึงอาจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการหลีกเลี่ยงภาษีและระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ของรัฐบาล

นามแฝงของผู้ถือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (โดยการทำธุรกรรมต้องใช้เพียงข้อมูลประจำตัวดิจิทัล) ทำให้พวกเขาใช้เป็นช่องทางที่มีศักยภาพสำหรับการโอนย้ายเงินที่ผิดกฎหมาย รวมถึงกระแสของเงินที่ได้จากการทุจริต

อย่างไรก็ดี ผลสรุปจากการทำแบบสำรวจนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ IMF ที่เป็นผู้เขียนให้เหตุผลในรายงานว่า กฎระเบียบระหว่างประเทศที่เข้มงวดมากขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดหลักเกณฑ์ข้อกำหนดของลูกค้าให้ระบุตัวต้นผู้ถือครองบัญชี (KYC) ซึ่งกำหนดให้ต้องระบุไคลเอ็นต์การแลกเปลี่ยนคริปโตฯ นั้น มีความจำเป็นมากกว่าเพราะมองว่าอาจไม่ยุติธรรมและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ซึ่งขัดกับลักษณะเฉพาะของตลาดคริปโตฯ ที่เน้นความมีอิสระ

นอกจากนี้ ในการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าเหตุใดประเทศต่างๆ จึงอาจพยายามบังคับตัวกลาง เช่น การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ให้ปฏิบัติตามกระบวนการ KYC และข้อกำหนดในการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน (ID CARD) ที่มุ่งต่อสู้กับการฉ้อโกง การฟอกเงิน และเงินทุนของผู้ก่อการร้าย บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ได้ใช้ข้อจำกัดประเภทนี้แล้ว

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าหน้าที่ทางการเมืองได้แสดงความกังวลเมื่อเร็วๆ นี้ว่าผู้มีอำนาจของรัสเซียซึ่งสนับสนุนการรุกรานยูเครนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในยูเครนอาจหันไปใช้ cryptocurrencies เพื่อเป็นเงินทุนในการดำเนินงาน หรือหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร

Source

]]>
1381574