Hollywood – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 19 Feb 2026 08:18:38 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รู้จัก ‘SEEDANCE AI’ เจ้าของเดียวกับ ‘TikTok’ ที่กำลังทำ ‘ฮอลลีวูด’ กำหมัด! https://positioningmag.com/1560350 Thu, 19 Feb 2026 06:34:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1560350 ถ้าใครเห็นคลิปสั้นที่แบรด พิตต์ (Brad Pitt) และ ทอม ครูซ (Tom Cruise) ต่อยกันบนดาดฟ้า นั่นไม่ใช่คลิปโปรโมตหนังใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นวิดีโอที่สร้างโดย SEEDANCE AI ที่สมจริงจนเหมือนกับว่าสองนักแสดงกันเล่นหนังด้วยกันจริง ๆ และนั่นกำลังทำให้ ในปี 2026 ฮอลลีวูด “นั่งไม่ติด” และกำลังถูกมองว่าเป็น ภัยคุกคาม ต่ออุตสาหกรรมบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เจ้าของเดียวกับ TikTok

Seedance AI ไม่ใช่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาจากโรงรถในซิลิคอนแวลลีย์ แต่คือผลงานที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำอัลกอริทึมฉลาดและเสพติด ระดับโลกอย่าง ByteDance บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ซึ่งเป็นเจ้าของ TikTok และ CapCut แอปตัดต่อวิดีโอที่ครองตลาดโลกอยู่ในเวลานี้

โครงการนี้เป็นผลงานของทีม Seed Team ร่วมกับทีม Pixeldance ภายใน ByteDance เอง โดยมีเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่ต้น นั่นคือการสร้างโมเดล Generative Video AI หรือเทคโนโลยีที่แปลงข้อความธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นวิดีโอคุณภาพสูงโดยอัตโนมัติ

โดย SEEDANCE AI เปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางปี 2025 (เวอร์ชั่น 1.0) แต่ก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างจนเป็นที่รู้จัก จนกระทั่งเวอร์ชั่น 2.0 ถึงปล่อยออกมาเมื่อ 12 ก.พ. 2026 และได้มีการสร้างวิดีโอที่แบรด พิตต์ และทอม ครูซ ตีกัน ซึ่งด้วยความสมจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็น AI ไม่ใช่นักแสดงจริง ๆ ก็ทำให้วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน แม้แต่ Elon Musk ยังทวีตตอบกลับว่า It’s happening fast หมายถึง เทคโนโลยี AI ของจีนความก้าวหน้าไปเร็วมาก

ทำไมถึงต่างจาก AI วิดีโอตัวอื่น

จริง ๆ Generative Video AI แต่ละตัวก็มีจุดแข็งต่างกันไป อาทิ 

  • Sora (OpenAI) – ทำฉากธรรมชาติได้สมจริงมาก ไม่ว่าจะน้ำกระเพื่อม แสงเงา หรือแก้วแตก แต่ หน้าคนอาจจะเพี้ยนจากต้นฉบับ และสร้างได้แค่ช็อตเดียว รับ Input ได้แค่ข้อความกับรูป และความละเอียดหยุดอยู่ที่ 1080p
  • Veo 3.1 (Google) – คือราชาเรื่องความสวยของภาพ ความละเอียด 4K สีสันลึก ดูเหมือนถ่ายด้วยกล้อง Cinema จริง ๆ และยาวได้ถึง 60 วินาทีต่อคลิป แต่ถ้าอยากควบคุมว่าหน้าตัวละครต้องเป็นใคร กล้องต้องเคลื่อนแบบไหน เพลงต้องตรงจังหวะไหน ยังทำได้ไม่ละเอียดพอ
  • Kling (Kuaishou) – ทำให้มนุษย์ขยับได้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ว่าจะท่าเต้น การต่อสู้ แต่สร้างได้สั้นแค่ 10-15 วินาที 

แต่ Seedance 2.0 ไม่ใช่แค่เครื่องมือเปลี่ยนข้อความตัวอักษรเป็นวิดีโอ (Text-to-Video) ทั่วไป แต่ถูกนิยามว่าเป็น ระบบผลิตวิดีโอแบบ Multimodal ที่สามารถรับข้อมูลได้หลากหลายพร้อมกัน ทั้งข้อความ, รูปภาพ, เสียง และคลิปวิดีโออ้างอิงได้พร้อมกันถึง 12 ไฟล์ เพื่อสร้างผลงานที่มีความต่อเนื่องและสมจริงระดับภาพยนตร์ (Cinematic) โดย AI จะทำหน้าที่เป็นเสมือน ผู้กำกับ ที่นำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมผสานสร้างเป็นวิดีโอชิ้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเคลื่อนกล้อง การจัดแสง และการรักษาความต่อเนื่องของตัวละครในหลาย ๆ ฉาก สามารถซิงค์เสียงเฟรมต่อเฟรมได้อัตโนมัติ 

ในส่วนของการเคลื่อนไหวต่าง ๆ Seedance 2.0 ยังถูกออกแบบมาให้เข้าใจระบบฟิสิกส์ พื้นที่ว่าง และความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวอย่างลึกซึ้ง ทำให้พยายามแก้ปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกับหลักกายวิภาค หรือพยายามแก้ปัญหาเรื่องวัตถุที่ลอยคว้างผิดธรรมชาติ

นอกจากนี้ มันยังสามารถสร้างวิดีโอความละเอียด 2K ได้เสร็จภายในไม่ถึง 60 วินาที เร็วกว่า Sora ถึง 3-5 เท่าเลยทีเดียว ด้วยเทคโนโลยีนี้พัฒนาเร็วมากจนเริ่มเข้าใกล้คุณภาพระดับมืออาชีพ ทำให้หลายคนกังวลว่า มันอาจเข้ามาแทนที่กระบวนการถ่ายทำ การตัดต่อ และการทำ Rendering แบบเดิม ๆ ได้ในหลายส่วน

ปัจจุบัน โมเดลรุ่นอัปเดตนี้เปิดให้ใช้งานแล้วผ่านแอปพลิเคชัน Jianying ในจีน และมีแผนจะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกผ่านแอป CapCut ในเร็ว ๆ นี้

ฮอลลีวูดกำหมัดเพราะปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์

หลังจากที่วิดีโอที่เจนโดย Seedance 2.0 กลายเป็นไวรัล สมาคมภาพยนตร์ (MPA) และค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Disney ออกมาตำหนิและข่มขู่จะฟ้องร้อง เนื่องจากผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอที่มีใบหน้าดาราชื่อดัง รวมถึงเลียนแบบตัวละครในหนังดังได้อย่างน่าตกใจ จนเกิดคำถามขึ้นว่า ถ้าไม่ได้นำภาพยนตร์ที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้เทรนโมเดล เป็นไปได้อย่างไรที่ AI จะรู้จักหน้าตาและบุคลิกของตัวละครได้แม่นยำขนาดนี้?

“ในเวลาเพียงวันเดียว บริการ AI ของจีนอย่าง Seedance 2.0 ได้มีการนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตในระดับมหาศาล การเปิดตัวบริการที่ไร้มาตรการป้องกันการละเมิดที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า ByteDance กำลังเพิกเฉยต่อกฎหมายลิขสิทธิ์ที่เป็นรากฐานสำคัญในการปกป้องสิทธิของผู้สร้างสรรค์และอาชีพของชาวอเมริกันหลายล้านคน” MPA แถลง

อย่างไรก็ตาม ทาง ByteDance ก็ออกมาชี้แจงเพียงว่า บริษัทเคารพในสิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญา และรับทราบถึงข้อกังวลเกี่ยวกับ Seedance 2.0 แล้ว ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินขั้นตอนเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันที่มีอยู่ เพื่อสกัดกั้นการนำทรัพย์สินทางปัญญาและรูปลักษณ์ของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากฝั่งผู้ใช้งาน

ที่ผ่านมา มีเพียง AI ตัวเดียวที่ Disney บรรลุข้อตกลงการใช้งานลิขสิทธิ์ (Licensing deal) และร่วมลงทุน ก็คือ OpenAI ทำให้ OpenAI สามารถใช้ตัวละครจากแฟรนไชส์ Star Wars, Pixar และ Marvel ในเครื่องมือสร้างวิดีโอ Sora ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

(Photo : Shutterstock)

นอกเหนือจากเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว สิ่งที่หลายคนกังวลก็คือ คนเบื้องหลัง โดยอ้างอิงจาก MPA และ SAG-AFTRA    ที่มองว่า เนื่องจาก Seedance สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงได้ในราคาเพียง 7 เซนต์ (ประมาณ 2.5 บาท) และใช้เวลาเพียง 2 นาที ซึ่งอาจเข้ามาแทนที่ทีม VFX และทีมโปรดักชั่นโฆษณาได้ทันที

คงต้องรอดูว่า Seedance จะไปสุดที่ตรงไหน และจะโดนสกัดดาวรุ่งด้วยปัญหาด้านลิขสิทธิ์ไหม แต่แค่นี้ ByteDance ก็โชว์ให้ฝั่งอเมริกาเห็นแล้วว่า จีนก็มีของ

Source

]]>
1560350
ไม่ใช่แค่ ‘Hollywood’ แต่ ‘Bollywood’ ของอินเดียก็กำลังเจ็บหนักจาก COVID-19 https://positioningmag.com/1281355 Sun, 31 May 2020 05:27:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1281355 จากการระบาดของ COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะไม่ใช่แค่โรงภาพยนตร์ที่ถูกปิดลง แต่การถ่ายทำภาพยนตร์ก็ต้องชะงักลง และสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย หรือ ‘บอลลีวูด’ (Bollywood) ที่คนไทยน่าจะคุ้นหู น่าจะเป็นประเทศที่เจ็บหนักจาก COVID-19 ที่สุด เพราอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดียมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยสามารถผลิตภาพยนตร์ได้กว่า 1,800 เรื่องต่อปีเลยทีเดียว

เศรษฐกิจอินเดียไม่สู้ดีตั้งแต่ปี 2562 ช่วงไตรมาส 3 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดีย (จีดีพี) ขยายตัวเพียง 4.5% ทำสถิติช้าที่สุดในรอบ 6 ปี โดยลดลงจากระดับ 5% ในไตรมาส 2 และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.7% แต่ที่น่าแปลกคือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์บอลลีวูดกลับเฟื่องฟูเป็นพิเศษ โดยช่วงไตรมาส 3 ยอดขายตั๋วภาพยนตร์ของ “พีวีอาร์” เชนโรงภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดของอินเดีย เติบโตถึง 15% ขณะที่รายได้ของบ็อกซ์ออฟฟิศทั้งปีในอินเดียสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเกือบ 12% ขณะที่ภาพยนตร์ Hollywood มีสัดส่วนเพียง 15% เท่านั้น

“ในอินเดีย ภาพยนตร์ถือเป็นความบันเทิงราคาถูกที่ผู้คนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงได้ โดยราคาตั๋วภาพยนตร์ 1 ใบ มีราคาเพียง 75 รูปี (ประมาณ 30 บาท) เท่านั้น”

แต่ปีนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดของบอลลีวูด เพราะตั้งแต่อินเดียประกาศมาตรการปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส COVID-19 และรัฐบาลเพิ่งประกาศขยายเวลาต่อไปอีกจนถึงวันที่ 17 พ.ค. นี่เป็นช่วงปิดเทอมของโรงเรียนในอินเดีย ทำให้เหมาะแก่การเปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แต่เพราะการระบาดของ COVID-19 ทำให้ยังไม่รู้ว่าจะต้องเลื่อนฉายไปถึงเมื่อไหร่ อย่างภาพยนตร์แอคชั่นที่ถูกคาดหวังไว้สูงอย่าง “Sooryavanshi” ก็ถูกเลื่อนฉายแบบไม่มีกำหนด

Shubhra Gupta นักวิจารณ์ภาพยนตร์จากหนังสือพิมพ์ Indian Express กล่าวว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่มากและมันมีความคาดหวังอย่างมากจากผู้ชม ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่”

Komal Nahta นักวิเคราะห์การค้าภาพยนตร์และพิธีกรรายการโทรทัศน์ระบุว่า การระบาดใหญ่ครั้งนี้มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดียมากกว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกิดจาดจากการสูญเสียรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศและการผลิตที่ถูกยกเลิกไป

แม้ปัจจุบัน อินเดียจะทยอยคลายมาตรการล็อกดาวน์จนถึงระยะที่ 4 จนสถานการณ์เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าสถานการณ์แพร่ระบาดในอินเดียยังไม่แตะถึงระดับสูงสุด และจะแตะถึงจุดสูงสุดในช่วง มิ.ย. หรือ ก.ค.นี้ โดยปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในอินเดีย พุ่งสูงเกินตัวเลขในจีนแล้ว มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 4,820 คน ขณะที่ยอดในจีนอยู่ที่ 4,638 คน ส่วนยอดผู้ป่วยสะสมในอินเดียอยู่ที่กว่า 169,000 คน

แม้ว่าโรงภาพยนตร์จะเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่พวกเขาจะยังคงสูญเสียรายได้ต่อไป เพราะโรงภาพยนตร์ไม่สามารถให้บริการได้เต็มที่ เนื่องจากมาตรการ Social Distancing ที่ต้องเว้นระยะห่าง ซึ่งโรงภาพยนตร์ในหลายประเทศ อาทิ จีน รวมถึงประเทศไทย ก็มีการจัดกัดจำนวนผู้เข้าชม

“มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม อาจทำให้ได้รายได้เต็มที่ที่ 50% สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มเล็กถือว่าไม่กระทบมากนัก แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ ถือว่าได้ผลกระทบอย่างหนัก”

อ่าน >>> “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” กางมาตรการพร้อมเปิดโรงหนัง นั่งแถวเว้นแถว มีฉากกั้นทุก 4 ที่นั่ง

Arti Nayar ช่างแต่งหน้าศิลปินบอลลีวูด กล่าวว่า “โครงการและกิจกรรมที่เธอเกี่ยวข้องในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ถูกเลื่อนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากไวรัส อย่างในกองจะมีเด็กน้อยที่ดูแลอาหารของพวกเราทุกคนซึ่งมีรายได้เป็นค่าแรงรายวัน ยิ่งกระทบหนัก เพราะเมื่อการถ่ายทำถูกยกเลิก นั่นแปลว่าเขาไม่มีรายได้”

ทั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตแห่งอินเดีย (GUILD) ได้จัดตั้งกองทุนบรรเทาทุกข์สำหรับผู้ที่ได้รับค่าจ้างรายวัน เช่น ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า และผู้ช่วยที่ทำงานในแผนกเทคนิค โดย Siddharth Roy Kapur ประธาน Guild กระตุ้นสมาชิกของสมาคมภาพยนตร์ให้บริจาคเพื่อพยายามลดความยุ่งยากในชีวิตของเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

Source

]]>
1281355