stablecoin – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 14 Jun 2022 15:35:57 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Bitcoin ดิ่งทะลุกระดานต้านไม่ไหว นักลงทุนควรไปต่อดีไหม? https://positioningmag.com/1388696 Tue, 14 Jun 2022 13:34:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1388696 เห็นกระดานแดงเถือกของตลาดคริปโตฯ ทำเอานักลงทุนต่างกุมขมับกันให้วุ่น เพราะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีความผันผวนอย่างหนัก อีกทั้งยังเจอปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน คำถามก็คือ นักลงทุนควรไปต่อดีหรือไม่?

ปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang ธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และบล็อกเชน ให้ความเห็นว่า

สาเหตุที่ราคาบิตคอยน์ (BTC) ทิ้งดิ่งหนักจนไปแตะที่ $23,839 และอีเธอเรียม (ETH) $1,215 ในวันที่ 13 มิถุนายน 2565 เวลา 16.51 น. ปัจจัยหลักเลยคือ เรื่องตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของเดือนพฤษภาคม ที่สหรัฐฯ ประกาศออกมาสูงเกินคาดที่ +8.6% ซึ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี

สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น จากเมื่อ 2 เดือนก่อน อยู่ที่ประมาณ $100 – $110 ต่อบาร์เรล ขึ้นมาอยู่ที่ $105 – $120 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย จนทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้วันพุธที่ 17 มิถุนายน (หรือเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

นักวิเคราะห์ของ Barclay Bank ซึ่งเป็นสาย extreme สุดด้านคาดการณ์เงินเฟ้อขณะนี้ คาดการณ์ว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยมากถึง +0.75% ในการประชุมคืนวันพุธนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ทั่วไปยังคงมองว่า FED จะยังคงขึ้นที่ +0.5%

“สิ่งสำคัญที่จะต้องจับตามองคือถ้อยแถลงของ FED ที่มีต่อสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 40 ปีนี้ ว่า FED จะเดินหน้ามาตรการอะไรต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อให้ได้” 

อีกปัจจัยหนึ่งก็คือความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อมาตรการของจีนที่เริ่มกลับมาใช้ข้อบังคับเรื่องการป้องกันไวรัสระบาดอีกครั้ง หลังจากประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบต่อความต้องการด้านอุปสงค์ หรือ Demand-side

ส่วนเหตุผลทางด้าน Technical Chart นั้นในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่า ราคา ETH อยู่แถว $1,800 – $2,000 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะลงมาทดสอบ ที่ $1,200 – $1,400 ได้ไม่ยากในเวลาอันใกล้ และ BTC เองก็อาจจะลงไปสู่ระดับ $19,000 – $21,000 ในช่วงเวลาอันใกล้นี้

สรัล ศิริพันโนน ซีอีโอ Satang Corporation ให้ความเห็นว่า

ขาลงของทั้ง BTCและ ETH ยังไม่จบเพราะทั้งมุมมองของ FED ขณะนี้ และ Technical Chart ยังไปช่วยหนุนขาลงอยู่ สิ่งที่พอจะช่วยนักลงทุนในการวิเคราะห์สถานการณ์ขณะนี้ได้ก็คือ

1) อ่านใจและวิธีคิดของ FED ให้ออก ผ่านมุมมองการวิเคราะห์ที่เราหาได้ไม่ยากใน internet แต่จงถามตัวเองเสมอด้วยว่า บทวิเคราะห์ที่อ่านนั้นมองข้ามอะไรไปบ้าง ณ ตอนนี้ FED คงสนใจว่า เงินเฟ้อจะเป็นอย่างไรผ่าน CPI index หรือ ดัชนีราคาของผู้บริโภค และราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น

2) อ่านกราฟให้ออก ไม่ใช่แค่มอง technical chart ของ crypto เท่านั้นแต่ต้องมองไปที่ กราฟราคาน้ำมัน ว่าจะไปอย่างไรด้วย เพราะถ้าตอนนี้ยังอยู่แถว $117 – $120 ยังคงมี trend ขาขึ้นซึ่งสามารถวิ่งไปถึง $130 – $150 ได้ไม่ยาก”

“นั่นหมายถึงเงินเฟ้อก็ยังคงสูงขึ้นไม่เปลี่ยนไปในช่วง 1 – 3 เดือนนี้แน่นอน  ดังนั้น FED ก็ยังต้องสู้เงินเฟ้ออย่างก้าวร้าวต่อไป ด้วยเหตุนี้ตลาดขาลงของคริปโตฯ ก็คงยังไม่จบจริงในเวลา 1-2 เดือนนี้แน่นอน และถึงแม้ว่าจะเป็นขาลง ตลาดก็ไม่ได้วิ่งลงเป็นเส้นตรงดิ่งลงตลอดเวลา บางทีก็เป็นลักษณะวิ่งลงแบบซิกแซ็ก  ดังนั้น ไม่ควร All-in ในครั้งเดียว ต้องจัดการเรื่อง allocation risk หรือการจัดการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตให้เหมาะสมด้วย”

ฉะนั้นถ้าจะถามว่าตลาดตอนนี้น่าลงทุนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นนักเทรดประเภทใด ถ้าเป็นสายทำกำไรก็อาจทำได้แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการลงแบบซิกแซ็กขึ้น ๆ ลง ๆ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มลงทุนระยะกลาง 1 – 3 เดือน การลงทุนใน Stablecoin ที่มีสินทรัพย์หนุนหลังก็ยังพอให้ผลตอบแทนได้ในท่ามกลางสภาวะเงินดอลลาร์แข็งค่าขณะนี้ หากเป็นกลุ่มลงทุนระยะยาวหรือ DCA ก็สามารถที่จะซื้อเก็บได้ทุก ๆ 2 – 3 เดือน ไม่ถึงกับต้องนั่งเฝ้าซื้อเก็บทุกสัปดาห์

]]>
1388696
ผู้บริโภค-ภาคธุรกิจ ใช้ ‘Bitcoin’ เพื่อชำระเงินลดลง หันมาใช้ ‘เหรียญทางเลือก’ เพิ่มขึ้น https://positioningmag.com/1370585 Mon, 17 Jan 2022 09:20:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1370585 ผู้บริโภคเเละภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มหันมาใช้เงินคริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่นๆ เพื่อซื้อของทั่วไป นอกเหนือจากพี่ใหญ่อย่าง ‘Bitcoin’ มากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมใช้เงินดิจิทัลซื้อ ‘สินค้าหรู’

ข้อมูลของ BitPay หนึ่งในผู้ให้บริการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่าเเนวโน้มการใช้งานเหรียญ Bitcoin ทั้งในส่วนผู้บริโภคและธุรกิจกำลังเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยมียอดซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการบน BitPay เหลือประมาณ 65% จากเดิม 92% ในปี 2020 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้คนหันไปใช้ ‘เหรียญดิจิทัลอื่นๆ’ แทนมากขึ้น

Ether เหรียญดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเป็นเบอร์สองรองจาก Bitcoin มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15% กลุ่มเหรียญ stablecoin อยู่ที่ 13% และกลุ่มเหรียญสกุลดิจิทัลอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อย่าง Dogecoin, Shiba Inu และ Litecoin ที่ 3%

การใช้ ‘เหรียญทางเลือก’ เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับเหรียญดิจิทัลในฐานะสื่อกลางการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน บรรดาธุรกิจต่างๆ เเละผู้บริโภคเริ่มหันมาใหญ่เหรียญ stablecoin กันมากขึ้น เนื่องจากมี ‘มูลค่าเสถียรกว่า’ เมื่อราคาตลาดคริปโตฯ ลดลง เเละผันผวนสูง

ประกอบกับปัจจุบันเหรียญ stablecoin มีตัวเลือกในการใช้มากขึ้น มีการรับรองและมีแหล่งที่มาที่ไปที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจใช้ชำระสินค้าแทน Bitcoin มากขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า

ยกตัวอย่างเช่น เหรียญ ‘Doge’ ที่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Elon Musk ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของเเบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ประกาศให้ใช้เหรียญดังกล่าวซื้อสินค้าของบริษัทได้

อีกปัจจัยหนึ่งคือ ด้วยราคาของ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นกว่า 60% ในปีที่แล้ว แม้จะมีความผันผวนในช่วงปลายปี เเต่นักลงทุนจำนวนมากก็เลือกที่จะ ‘ถือยาว’ ในสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทนที่นำมาใช้จ่าย

ในช่วงที่ผ่านมา มีการนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้เพื่อซื่อสินค้าหรูหรา อย่าง เครื่องประดับ นาฬิกา รถยนต์ เรือ หรือแม้แต่ทองคำ

โดยข้อมูลของ BitPay พบว่า มีการใช้เหรียญดิจิทัลซื้อสินค้าหรูเพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2020 มาอยู่ที่ 31% ในปี 2021 ขณะที่ภาพรวมปริมาณการใช้จ่ายเงินดิจิทัลผ่านระบบของ BitPay เพิ่มขึ้นถึง 57% เลยทีเดียว

BitPay ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เริ่มจากเป็นบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ยอมรับการชำระเงินด้วยเหรียญดิจิทัล โดยปัจจุบันมีธุรกรรมเฉลี่ย ประมาณ 66,000 รายการต่อเดือน นับเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณธุรกรรมของ VISA ผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่ ที่มีมากกว่า 2.06 เเสนล้านรายการ (ณ วันที่ 30 มิ.ย.64)

อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณธุรกรรมที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เเต่มีพนักงานเพียง 80 คนของ BitPay ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก มองเห็นเเนวโน้มในตลาดที่กำลังจะเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทิศทางการยอมรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินคริปโตฯ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะได้เห็นการเปลี่ยนเเปลงอย่างมากในช่วงต่อไปจากนี้

 

ที่มา : Bloomberg 

]]>
1370585