Trip.com – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 19 Jan 2026 05:52:22 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 โดนแล้ว! Trip.com ถูกรัฐบาลจีนสั่งสอบข้อหา ‘ผูกขาดตลาด’ หลังครองมาร์เก็ตแชร์ 56% ฉุดหุ้นร่วงเกือบ 22% เลวร้ายสุดนับตั้งแต่ IPO https://positioningmag.com/1555408 Fri, 16 Jan 2026 06:20:39 +0000 https://positioningmag.com/?p=1555408 ราคาหุ้นของ Trip.com ผู้ให้บริการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีน ประสบภาวะดิ่งลงอย่างรุนแรงเกือบ 22% ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้กลายเป็นหุ้นที่ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในดัชนี Hang Seng ทันที การร่วงลงครั้งนี้ถือเป็นสถิติการลดลงภายในวันเดียวที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนเมษายน 2021 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นในตลาดนิวยอร์กเพิ่งปิดตัวลดลงไปกว่า 17% ในช่วงคืนวันพุธ

สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนตื่นตระหนก เกิดจากการที่ สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) ออกมาประกาศเมื่อช่วงค่ำวันพุธว่า กำลังเริ่มกระบวนการสอบสวน Trip.com ในข้อหา ต้องสงสัยว่ามีการใช้อำนาจเหนือตลาดในทางมิชอบ และมีพฤติกรรมในลักษณะผูกขาด เนื่องจากพบว่า Trip.com ครองส่วนแบ่งตลาด Online Travel Agency (OTA) ในจีนสูงถึง 56% ซึ่งตามกฎหมายป้องกันการผูกขาดของจีนระบุว่า ต้องมีส่วนแบ่งตลาดห้ามเกิน 50%

ปัจจุบัน Trip.com ถือเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเมื่อพิจารณาจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) และยังติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยบริษัทได้ขยายอาณาจักรด้วยการถือหุ้นในธุรกิจสำคัญอย่าง Skyscanner เว็บไซต์ค้นหาเที่ยวบินชื่อดังในอังกฤษ รวมถึง MakeMyTrip ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของอินเดีย และผู้ให้บริการในจีนอีกหลายแห่ง 

โดยหลังจากที่มีการประกาศการตรวจสอบดังกล่าว ทางด้าน Trip.com ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีว่า บริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าการดำเนินงานทางธุรกิจในปัจจุบันยังคงเป็นไปตามปกติ

ทั้งนี้ การตรวจสอบในครั้งนี้ชวนให้หลายฝ่ายนึกถึงกรณีอื้อฉาวในปี 2021 ที่ SAMR เคยสั่งตรวจสอบ Alibaba ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ จนนำไปสู่การสั่งปรับเป็นเงินมหาศาลทำลายสถิติถึง 1.82 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์) หลังจากพบความผิดฐานผูกขาดตลาดจริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดก็คือ ช่วงเวลาของการตรวจสอบ เนื่องจากเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวของจีนกำลังกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทเทคโนโลยีและการตลาด China Trading Desk ประเมินว่าในปี 2026 นี้นักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่จะเดินทางออกนอกประเทศสูงถึง 165 – 175 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 155 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ การตรวจสอบดังกล่าวยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะถึง เทศกาลตรุษจีน ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา Dragon Trail International ระบุว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา มีคนจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงตรุษจีนสูงถึง 501 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.9% แบบปีต่อปี และมียอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสะพัดกว่า 6.77 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า

Source

]]>
1555408
คอนเสิร์ตศูนย์เหรียญ? โปรโมเตอร์จีนลุยจัดคอนเสิร์ตที่ไทย ขายบัตรแพง-ใช้แพลตฟอร์มจีน โกยกำไรกลับประเทศ https://positioningmag.com/1522701 Wed, 21 May 2025 08:26:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1522701 จักรวาลศูนย์เหรียญของทุนจีนเริ่มกระจายไปยังหลายๆ อุตสาหกรรมในประเทศไทย ล่าสุดเริ่มมีการตั้งคำถามถึง “คอนเสิร์ตศูนย์เหรียญ” เมื่อมีโปรโมเตอร์จีน Neon Bridge Entertainment บุกจัดคอนเสิร์ตที่ไทย มีการตั้งราคาบัตรแพง อีกทั้งยังซื้อบัตรผ่านแพลตฟอร์มจีน หวังจับตลาดชาวจีนให้บินมาดูที่ไทย ส่วนประเทศไทยคงได้แค่ค่าเช่าสถานที่

บัตรแพงกว่าประเทศอื่น 50-100%

หลังจากที่มีการประกาศเรื่องการทัวร์คอนเสิร์ตที่ไทยของวง The Smashing Pumpkins วงร็อกระดับตำนานสัญชาติอเมริกัน ที่จะกลับมาเล่นที่เมืองไทยอีกครั้งในรอบ 29 ปี ซึ่งมีแฟนๆ หลายคนตั้งตารอ พร้อมวอร์มมือในการกดบัตรกันถ้วนหน้า โดยคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ที่ Union Hall ศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์

แต่แล้วเมื่อมีการประกาศผังที่นั่ง และราคาออกมาก็พบว่าเป็นบัตรยืนทั้งหมด แบ่งเป็น 3 โซน มีราคาเริ่มต้นที่ 4,000 / 5,000 และโซน VIP 6,000 บาท พร้อมกับช่องทางซื้อบัตรผ่าน Trip.com ซึ่งค่อนข้างจะแปลกตาสำหรับคนไทย ที่ไม่ใช่แพลตฟอร์มซื้อขายบัตรคอนเสิร์ตที่คุ้นเคย แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รู้จักกันในนามจองที่พัก การท่องเที่ยวต่างๆ

นำไปสู่ประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์ เพราะโปรโมเตอร์ที่จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยอย่าง Neon Bridge Entertainment เป็นโปรโมเตอร์น้องใหม่สัญชาติจีน ที่เริ่มจัดคอนเสิร์ตอย่างจริงจังเมื่อปี 2024 ที่เน้นจับวงดนตรีที่เคยโด่งดังในยุค 90 ที่ยังมีฐานแฟนคลับคิดถึงอย่าง Sum41, Fall Out Boy, Suede, Diane Birch, Cory Wong, Green Day และ Ginger Root โดยมีการสลับกับวงดนตรียุคใหม่ไปด้วยกัน

คอนเสิร์ตที่ผ่านมาส้วนใหญ่จะจัดขึ้นที่ประเทศจีน หรือไม่ก็ฮ่องกงเป็นหลัก ซึ่ง The Smashing Pumpkins เป็นการเปิดตลาดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก แต่ก็สร้างความประหลาดใจมากกว่าความประทับใจต่อแวดวงคนรักดนตรี มีหลายประเด็นที่เกิดขึ้นทั้งราคาบัตรแพง คาดว่าแพงกว่าประเทศอื่นๆ 50-100% เพราะเท่าที่เห็นยังไม่มี    สปอนเซอร์ของงาน โซน VIP ก็ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร เมื่อเทียบกับงานอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมี Meet & Greet หรือถ่ายรูป หรือไม่ก็ของแถม ของที่ระลึกต่างๆ

โดยที่ Mittraroon Stargazer Bochakkapan หรือ Dj Daokanong ผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีได้ทำการวิเคราะห์ถึงราคาบัตรไว้ว่ามีราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ

  • สหราชอาณาจักร: ราคาบัตรเริ่มต้นที่ประมาณ $70–$94 (ประมาณ 2,500–3,400 บาท)
  • เยอรมนี: ราคาบัตรเริ่มต้นที่ประมาณ $78–$84 (ประมาณ 2,800–3,100 บาท)
  • สหรัฐอเมริกา: ราคาบัตรเริ่มต้นที่ประมาณ $70–$92 (ประมาณ 2,500–3,400 บาท)
  • ฟิลิปปินส์ : ราคาบัตรเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 – 5,000 บาท (จัดวันที่ 28 ก.ย. 2025)
  •  ญี่ปุ่น : ราคาบัตรเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท (จัดวันที่ 17 ก.ย. 2025)

ขายบัตรผ่านแพลตฟอร์มจีน

นอกจากการตั้งราคาบัตรที่สูงอย่างน่าประหลาดใจแล้ว ยังพบว่าช่องทางการซื้อบัตรผ่าน Trip.com ที่คนไทยจะคุ้นเคยกับการจองที่พัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่ยังพบว่าภายในแอปฯ มีฟีเจอร์ที่ซื้อบัตรคอนเสิร์ต หรืองานอีเวนต์ต่างๆ อีกด้วย

โดยที่ Trip.com เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติจีนอย่างเต็มรูปแบบ บริษัท Ctrip ได้เข้าซื้อกิจการ Trip.com เมื่อปี 2017 เป็นส่วนหนึ่งของเครือ Trip.com Group

เกิดการตั้งคำถามอีกว่า ขนาดซื้อบัตรคอนเสิร์ตยังต้องซื้อผ่านแพลตฟอร์มจีน ใจคอจะไม่ให้เงินกระเด็นมาให้คนไทยที่เป็นสถานที่จัดงานเลยหรอ? เพราะประเทศไทยมีแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ต่างๆ มากมาย ทั้งรายใหญ่ และรายย่อย แต่เลือกที่จะเข้ากระเป๋าตัวเองทุกเม็ด

ซึ่งถ้าว่ากันในแง่กฎหมาย Dj Daokanong ได้ระบุว่า “ไม่มีข้อบังคับโดยตรง” ว่าต้องใช้โปรโมเตอร์ไทยเท่านั้นในการจัดคอนเสิร์ตขอแค่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในไทย หรือมีผู้แทน (Agent/Local Partner) ที่ดำเนินการด้านเอกสาร และภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับการใช้แพลตฟอร์ม Trip.com ก็เข้ากระเป๋าตัวเอง 100% ไม่ต้องแบ่งให้คนไทย

จริงๆ ก่อนหน้านี้เคยมีโปรโมเตอร์จีนจัดงาน Starnest Music Festival มาแล้ว เป็นงานเทศกาลดนตรีที่รวมวงดนตรีของคนรุ่นใหม่ จัดขึ้นที่ Union Hall เช่นกัน แต่มีการซื้อบัตรผ่าน Ticketmelon โดย Starnest เคยจัดงานที่ฮ่องกงมาแล้วเช่นกัน

หวังดึงชาวจีนบินมาดูที่ไทย

เมื่อดูหลายๆ องค์ประกอบ จึงพออุปมาได้ว่า การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ไม่ได้หวังลูกค้า หรือแฟนเพลงชาวไทยที่ชื่นชอบในตัววงดนตรีในตำนานเสียทีเดียว แต่หวังไปถึงการดึงชาวต่างชาติกระเป๋าหนักที่เดินทางมาดูคอนเสิร์ตในไทย พร้อมกับการจองทุกอย่างที่อยู่ในอีโคซิสเท็มผ่าน Trip.com

โดยที่ไทยอาจจะได้แค่ค่าเช่าสถานที่เท่านั้น แต่อื่นๆ ถูกทุนจีนโกยเงินกลับประเทศ พร้อมกับการตั้งคำถามที่ว่า ประเทศไทยเสรีเกินไปหรือไม่ กับการทำธุรกิจ การตั้งเพดานราคาบัตร โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้าควบคุม ทำให้คนไทยเองต้องยอมรับชะตากรรมนี้ไปโดยปริยาย

ต้องจับตาดูว่าหลังจากคอนเสิร์ตนี้จะมีการผุดของโปรโมเตอร์เจ้าอื่นๆ หรือการจัดอีเวนต์อื่นโดยทุนศูนย์เหรียญอีกหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่รักวง พร้อมสนับสนุนวง แต่หลายองค์ประกอบไม่ค่อยแฟร์กับคนไทยเท่าไหร่เช่นกัน

อ่านเรื่องทุนศูนย์เหรียญเพิ่มเติม

]]>
1522701