X – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 13 Jan 2026 15:51:05 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 มาเลเซียและอินโดฯ สั่งแบน ‘Grok’ AI ของอีลอน มัสก์ หลังพบมีการใช้เจนภาพอนาจารกว่า 6,700 ภาพต่อชั่วโมง https://positioningmag.com/1554721 Tue, 13 Jan 2026 07:26:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554721 มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย กลายเป็นสองประเทศแรกในโลกที่สั่งระงับการเข้าถึง Grok ซึ่งเป็นแชทบอท AI บนแพลตฟอร์ม X ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เนื่องจากความกังวลเรื่องการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ สร้างภาพตัดต่อลามกอนาจาร (Deepfakes)

มาเล-อินโด 2 ประเทศแรกในโลกนำร่องแบน

คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซีย (MCMC) ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน Grok แพลตฟอร์ม AI Chatbot ของ อีลอน มัสก์ เนื่องจากมีการ ใช้ Grok ในทางที่ผิดซ้ำ ๆ เพื่อสร้างเนื้อหาที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะถูกนำไปใช้แก้ไขภาพบุคคลจริงให้ดูเหมือนสวมชุดวาบหวิว หรือสร้างภาพลามกอนาจารโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็ก

นอกจากนี้ ยังระบุว่า X ล้มเหลวในการแก้ไขความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์ม โดยเน้นไปที่การให้ผู้ใช้รายงานปัญหาเพียงอย่างเดียว แทนที่จะมีระบบป้องกันที่รัดกุม 

ขณะที่ อินโดนีเซีย ก็เป็นอีกประเทศที่ออกมาแบน Grok โดยก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียได้พยายามปราบปรามแหล่งสื่อลามกออนไลน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาทิ แพลตฟอร์ม OnlyFans และ Pornhub ที่ถูกแบนในประเทศแล้ว

โดย Meutya Hafid รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและกิจการดิจิทัลของอินโดนีเซีย กล่าวในโพสต์บน Instagram ว่า การใช้ Grok ในการผลิตเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยทางออนไลน์

เนื่องจากในอินโดนีเซีย มีกรณีของ Kirana Ayuningtyas ผู้ใช้งาน X ที่เป็นผู้พิการ เธอพบว่ามีคนใช้ Grok สั่งให้ตัดต่อภาพของเธอให้อยู่ในชุดบิกินี่ แม้เธอจะพยายามปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวหรือรายงานไปยังแพลตฟอร์มแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำดังกล่าวได้ ซึ่งสร้างความอับอายและกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ หลายประเทศเริ่มออกมากดดัน มัสก์ อาทิ สหราชอาณาจักร ที่เตรียมประกาศให้การสร้างภาพลามกอนาจารโดยไม่ได้รับยินยอมเป็นความผิดทางอาญา อย่างเต็มรูปแบบในสัปดาห์นี้ และพร้อมบล็อกบริการ หาก X ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ขณะที่ สหภาพยุโรป (EU) สั่งให้ X เก็บรักษาข้อมูลและเอกสารภายในทั้งหมดที่เกี่ยวกับ Grok เพื่อใช้ในการสอบสวนตามกฎหมายความปลอดภัยดิจิทัล (DSA) รวมถึง สหรัฐอเมริกา ที่เริ่มมี ส.ว. กดดันให้ Apple และ Google ถอดแอป X ออกจาก App Store หากยังไม่แก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด

 ฟีเจอร์ Spicy Mode ต้นเหตุของปัญหา

ต้นต่อของปัญหาดังกล่าวมาจากโหมดหนึ่งของ Grok ที่เรียกว่า Spicy Mode ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ AI ตอบโต้ได้อย่างอิสระและไร้ข้อจำกัด (Unhinged) สามารถใช้ให้ AI สร้างภาพและวิดีโอวาบหวิวบนแพลตฟอร์มได้ และแทนที่จะแสดงผลลัพธ์เฉพาะในแชทส่วนตัว แต่ Grok บนแพลตฟอร์ม X จะแสดงผลเป็น การตอบกลับสาธารณะ (Public Reply) ทำให้ภาพที่ถูกตัดต่อกระจายว่อนไปทั่วโซเชียลทันที

จากการะประเมินโดยนักวิจัยคาดว่า Grok ถูกใช้สร้างภาพลามกอนาจารโดยไม่ได้รับยินยอมในอัตราสูงถึง 6,700 ภาพต่อชั่วโมง (หรือประมาณ 160,000 ภาพภายใน 24 ชั่วโมง) และเหยื่อไม่ได้มีแค่คนดังหรือเซเลบริตี้ แต่ส่วนใหญ่เป็น ผู้หญิงทั่วไปและเด็ก เนื่องจากมี ช่องโหว่ของคำสั่ง เพราะแม้ว่า xAI จะมีกฎห้ามสร้างภาพเด็ก แต่พบว่าคำสั่งภายในของระบบ (System Prompt) ระบุว่าคำว่า “เด็กผู้หญิง” (Girl) หรือ “วัยรุ่น” (Teenager) ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้เยาว์เสมอไป  

หลังจากที่มีกระแสลบในโลกออนไลน์ ล่าสุด xAI ได้แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการจำกัดสิทธิ์การสร้างและแก้ไขภาพให้ใช้ได้เฉพาะ ผู้ที่จ่ายเงินสมัครสมาชิก (Premium) เท่านั้น แต่มาตรการดังกล่าวก็ถูกรัฐบาลอังกฤษและกลุ่มสิทธิสตรีโจมตีอย่างหนัก เพราะแทนที่จะบล็อกไม่ให้ทำได้ กลับกลายเป็นว่าต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะสร้างภาพตัดต่อเหล่านี้ได้

ขณะที่ มัสก์ มองว่า ความผิดอยู่ที่คนใช้ ไม่ใช่ที่เครื่องมือ พร้อมทั้งระบุว่าใครที่ใช้สร้างภาพผิดกฎหมายจะต้องรับผิดชอบเองตามกฎหมาย

BBC / developingtelecoms

]]>
1554721
กลยุทธ์ใหม่ของ ‘X’ คือดึงเหล่าครีเอเตอร์เข้ามาในแพลตฟอร์ม ล่าสุดยังประสบความสำเร็จแค่บางส่วนเท่านั้น https://positioningmag.com/1467545 Mon, 25 Mar 2024 05:48:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1467545 X หรือ Twitter ในชื่อเดิม ได้งัดกลยุทธ์ใหม่คือการดึงเหล่าครีเอเตอร์เข้ามาในแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ดีแพลตฟอร์มเครือข่ายทางสังคมรายดังกล่าวยังประสบความสำเร็จแค่บางส่วนเท่านั้น และครีเอเตอร์บางคนยังมีข้อสงสัยถึงกลยุทธ์ในการแบ่งรายได้ หรือแม้แต่ความไม่แน่นอนของระบบจ่ายเงิน

X แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคม หรือชื่อเดิม Twitter ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อดึงดูดให้มีผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น โดยอาศัยดึงเหล่าครีเอเตอร์เข้ามาในแพลตฟอร์มมากขึ้น อย่างไรก็ดีเหล่าครีเอเตอร์กลับกังวลถึงกลยุทธ์ของบริษัท และยังกังวลถึงรายได้จากการแบ่งค่าโฆษณาของบริษัทด้วย

กลยุทธ์ของ Linda Yaccarino ซึ่งเป็น CEO ของ X คือถ้าหากมีเหล่าครีเอเตอร์เข้ามาใช้งานแพลตฟอร์ม หรือใช้แพลตฟอร์มในการปล่อยคอนเทนต์ต่างๆ นั้นจะทำให้ผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น และส่งผลไปยังรายได้โฆษณาที่กลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพลิกฟื้นกิจการให้กลับมามีกำไรได้

ก่อนหน้านี้ X ได้ชวนครีเอเตอร์หลายราย ไม่ว่าจะเป็น Tucker Carlson ยกตัวอย่างเช่นการสัมภาษณ์พิเศษ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ที่ได้มีการลงวิดีโอฉบับเต็มลงใน X ซึ่งสร้างความฮือฮาไม่น้อย หรือแม้แต่ Don Lemon ซึ่งเป็นพิธีกรรวมถึงเป็นผู้ประกาศชื่อดัง ก็มีการลงวิดีโอรายการบน X ด้วยเช่นกัน

Elon Musk ได้ซื้อกิจการของ Twitter มาเป็นมูลค่ามากถึง 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลายอย่างของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นลดการพึ่งพารายได้จากโฆษณาด้วยการหันมาหารายได้จากค่าสมัครสมาชิก การปลดพนักงานเพื่อลดรายจ่าย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยน CEO จากเดิมที่เป็นตัวของ Elon Musk เอง มาเป็น Linda Yaccarino ซึ่งเธอได้ตั้งเป้าที่จะปรับกลยุทธ์มาเน้นวิดีโอมากขึ้น และยังรวมถึงเตรียมที่จะหารายได้จากบริการทางการเงินอย่างเช่น การโอนเงิน เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีการรีแบรนด์จาก Twitter มาเป็น X ด้วย

Samir Chaudry ซึ่งเป็นเจ้าของรายการพอดคาสต์ ซึ่งเขาเป็น 1 ในครีเอเตอร์ที่ถูก X ชักชวนเข้ามาร่วมแพลตฟอร์มนั้นกล่าวว่ากลยุทธ์ของ X ยังไม่มีความชัดเจนมากนัก

ขณะเดียวกันครีเอเตอร์บางรายกับประสบปัญหาความไม่แน่นอนของระบบจ่ายเงินให้กับครีเอเตอร์ของ X ซึ่งบางรายได้กล่าวกับสื่ออย่าง Business Insider พบว่าเขาได้เงินราวๆ 20 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้รับเงินตรงตามเวลาด้วยซ้ำ

ปัจจุบัน X มีคู่แข่งรายสำคัญคือ Youtube ซึ่งเป็นชุมชนหลัก และ TikTok ที่กำลังมาแรง หรือแม้แต่ Facebook รวมถึง Instagram ซึ่งทั้งแพลตฟอร์มข้างต้นนั้นมีการจ่ายเงินให้เหล่าครีเอเตอร์มากกว่า X เนื่องจากรายได้จากโฆษณาที่มากกว่าในระดับหลายเท่า

X ได้กล่าวว่าได้จ่ายเงินให้กับครีเอเตอร์มากกว่า 150,000 ราย เป็นเงินมากกว่า 45 ล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่มีการเปิดโปรแกรมแชร์รายได้ในปี 2023 ที่ผ่านมา

ครีเอเตอร์หลายคนที่ได้กล่าวกับ Wall Street Journal ได้กล่าวว่า X ยังคงห่างไกลจากการเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับพวกเขา แต่แพลตฟอร์มนั้นประสบความสำเร็จกับเหล่าครีเอเตอร์กลุ่มเฉพาะ เช่น สายการเงิน เป็นต้น ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาพักใหญ่ที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อเหล่าครีเอเตอร์ทั่วโลก

ที่มา – Wall Street Journal, Business Insider

]]>
1467545
‘อีลอน มัสก์’ เล็งเก็บค่าสมาชิกรายเดือนผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม ‘X’ ทุกคน เพื่อแก้ปัญหา ‘บัญชีบอท’ https://positioningmag.com/1444718 Tue, 19 Sep 2023 06:46:26 +0000 https://positioningmag.com/?p=1444718 เรียกได้ว่าหาแต่เรื่องให้ผู้ใช้งานว้าวุ่นเลยทีเดียวสำหรับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าของแพลตฟอร์ม X (เอ็กซ์) หรือ ทวิตเตอร์ (Twitter) โดยล่าสุด มัสก์ก็มีแผนที่จะเก็บค่าบริการรายเดือนจากผู้ใช้ทุกคน โดยหวังว่าจะกวาดล้างบัญชีบอทออกจากแพลตฟอร์ม

จากที่เคยขาย แพ็กเกจสมาชิก Twitter Blue เพื่อให้ได้เครื่องหมาย ติ๊กถูกสีฟ้า หรือ Verified Badge หลังชื่อให้กับบัญชีคนดังหรือองค์กรเพื่อยืนยันว่าเป็นบัญชีตัวจริง ล่าสุด อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ก็ได้เล่าถึงแผนที่จะ เก็บค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกรายเดือน จากผู้ใช้แพลตฟอร์มกว่า 550 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมีการสร้างโพสต์รวมกันกว่า 100-200 ล้านโพสต์/วัน เพื่อแก้ปัญหา บัญชีบอท

“เรามีแผนที่จะเก็บค่าบริการเล็กน้อยสําหรับการใช้งานแพลตฟอร์ม X เพื่อต่อสู้กับกองทัพบอทอันมหาศาล” มัสก์ กล่าว

มัสก์ ย้ำว่า การเก็บค่าบริการจากสมาชิกทุกรายเป็น วิธีเดียว ที่จะสามารถต่อสู้กับกองทัพบอทได้ เนื่องจากปัจจุบัน เอไอที่บอทใช้นั้นมีความสามารถในการผ่านด่านทดสอบบอท หรือ CAPTCHA ได้ดีกว่าเดิม ซึ่งระบบการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อยืนยันตัวตนจะ พิ่มต้นทุนในการสร้างบอทถึงประมาณ 1 หมื่นเท่า

“เครือข่ายโซเชียลเดียวที่จะอยู่รอดได้คือเครือข่ายที่ต้องมีการยืนยันตัวตน”

อย่างไรก็ตาม มัสก์ไม่ได้ระบุว่า ค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับผู้ใช้มีราคาประมาณเท่าไหร่ และจะมีเพิ่มคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มให้ไหม รวมถึงไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ใช้ในแต่ละเดือนมีกี่ราย และมีจำนวนบัญชีบอทมากน้อยแค่ไหน 

Source

]]>
1444718
เปลี่ยนชื่อแล้วปัง? CEO ของ ‘X’ เผย แพลตฟอร์มกำลังกลับมาสู่โหมด ‘เติบโต’ อีกครั้ง และใกล้ถึง ‘จุดคุ้มทุน’ https://positioningmag.com/1440895 Fri, 11 Aug 2023 14:43:44 +0000 https://positioningmag.com/?p=1440895 อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อ แต่น่าจะเป็นเพราะฝีมือของ CEO ใหม่อย่าง Linda Yaccarino ที่ขึ้นมาเป็น CEO ของ X (เอ็กซ์) หรือ Twitter (ทวิตเตอร์) เดิมที่หลายคนคุ้นเคย โดยเธอได้เปิดเผยถึงเหตุผลการเปลี่ยนชื่อเป็น X และกำลังพยายามโน้มน้าวแบรนด์ใหญ่ให้กลับมาลงโฆษณากับแพลตฟอร์ม

Linda Yaccarino (ลินดา ยัคคาริโน่) เข้ามารับช่วงต่อตำแหน่ง CEO ของ Twitter หลังจากที่ Elon Musk (อีลอน มัสก์) ได้สร้างความวุ่นวายให้กับบริษัทอย่างมากนับตั้งเเต่เข้ามาเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นการ เลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก การตัดสินใจด้านนโยบายที่ขัดแย้งกัน และการต่อสู้ทางกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม จากความพยายามในช่วง 2 เดือนที่ Linda เข้ามารับตำแหน่ง ล่าสุดเธอได้เปิดเผยว่า บริษัทกําลังกลับสู่โหมดการเติบโต โดยแบรนด์ใหญ่ อาทิ Coca Cola, Visa และ State Farm ได้กลับมาลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มอีกครั้ง ประกอบกับการลดต้นทุนลงทั้งจากการ เลิกจ้าง อย่างต่อเนื่องจนเหลือพนักงานเหลือ 1,500 คน จาก 8,000 คน นับตั้งแต่ที่ Elon เข้าซื้อกิจการ รวมถึงการปรับโครงสร้างพื้นฐาน และการลดพื้นที่สํานักงาน ก็ส่งผลให้เห็นรายได้เติบอย่างต่อเนื่อง และใกล้จะคุ้มทุนแล้ว

“ในช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพยายามคุยกับลูกค้ารายใหญ่เพื่อให้รายได้หลักของแพลตฟอร์มกลับมา โดยเราพบสาเหตุที่แบรนด์ชะลอการลงโฆษณานั้นเป็นเพราะความกังวลด้านเนื้อหาเชิงลบ ดังนั้น เราจะพยายามทำให้การแสดงโฆษณาต่อจากคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับโฆษณาของพวกเขาเท่านั้น”

รีแบรนด์เพื่อทำลายข้อจำกัด

Linda ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่รับตำแหน่ง CEO ทาง Elon Musk ก็ให้อิสระทางความคิดในการทำงานนี้กับเธอ แต่ก็จะมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน โดย Elon จะทำงานในด้านการสร้างแบรนด์ และการทำงานเพื่ออนาคต ส่วนเธอจะเน้นการบริหารบริษัทในแต่ละวัน การทำงานร่วมกัน คู่ค้า งานขาย กฎหมาย และทางการเงิน

นอกจากนี้ เธอได้อธิบายถึงการรีแบรนด์จาก Twitter ไปเป็น X ว่า Elon ต้องการให้ X เป็น Super App มานานแล้ว ซึ่งการที่เธอมาทำงานร่วมกับมัสก์ และการรีแบรนด์ก็เป็นหนึ่งในภารกิจนั้น โดยการรีแบรนด์มันคือการ ปลดปล่อยตัวเองจากชื่อ Twitter เพื่อให้แบรนด์สามารถออกจากกรอบความคิดเดิม นำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่

“หากยังใช้ชื่อเดิม ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่พัฒนาจะไม่ใช่สิ่งใหม่แต่เป็นการต่อยอดจาก Twitter”

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่จะได้เห็นจาก X ก็คือ ระบบโอนเงิน ชำระเงิน ระหว่างเพื่อนด้วยกันเอง และครีเอเตอร์ และทิศทางที่จะได้เห็นของจากนี้ก็คือ การเน้นประสบการณ์ด้านวิดีโอ, การเพิ่มบทความขนาดยาว และระบบสมาชิกเพื่อติดตามครีเอเตอร์คนโปรด 

ไม่กังวล Threads

สำหรับการมาของ Threads แพลตฟอร์มที่มีฟีเจอร์คล้ายกับ X จาก Meta ทาง Linda มองว่า ไม่ได้น่ากังวลแม้จะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทกําลังจับตาดูคู่แข่งรายใหม่นี้อยู่ แต่ก็จะเน้นไปที่อนาคตของแพลตฟอร์มตัวเองมากกว่า โดยเฉพาะการทำ กำไร

“แต่คุณไม่สามารถละสายตาจากการแข่งขันใด ๆ ได้ โดยสิ่งที่เราเห็นคือ Threads อาจจะสร้างสิ่งที่ Twitter เป็น แต่ตอนนี้เรารีแบรนด์เป็น X ซึ่งแผนงานและวิสัยทัศน์ของเราแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”

Source

]]>
1440895