บี้ เดอะสตาร์ Super Teen Idol

แม้จะเคยมีคำกล่าวทำนองว่า
“โลกนี้มีที่ให้สำหรับผู้ชนะเท่านั้น”
“แชมป์เท่านั้นที่จะได้รับการจดจำ”
“ในการแข่งขัน ไม่เคยมีใครจดจำผู้ที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ”

แต่สำหรับ บี้-สุกฤษฎ์ วิเศษแก้ว เขาหักล้างถ้อยคำที่กล่าวมาข้างต้นลงได้อย่างสิ้นเชิง เพราะวันนี้ บี้ กลายเป็นรองแชมป์ที่ดังยิ่งกว่าแชมป์ และเป็นเดอะสตาร์ที่โด่งดัง และมีผลงานในวงการบันเทิงมากกว่าเพื่อนร่วมเวทีทุกคน

2 อัลบั้มเพลง 2 ละคร 2 ละครเวที และ 2 รอบคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพค อารีนา คือผลงานที่น้อยคนนักในวงการจะสร้างสรรค์ได้ในระยะเวลาอันสั้น แน่นอนนอกเหนือจากความสามารถ ความมุ่งมั่น และแรงกระหายในการสร้างสรรค์ผลงานของบี้แล้ว เบื้องหลังที่สำคัญคือ “ผู้สร้าง” ที่มีชื่อว่า บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งเป็นคนวางคิวหลักๆ รวมถึงการ Syncronized ผลงานต่างๆ ให้กับบี้

เขาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางความดัง กลยุทธ์ในการปลุกปั้นบี้ให้กลายเป็น Teen Idol คนใหม่ของวงการบันเทิง กับ POSITIONING - รับบาทจัดการศิลปินหรือ Artist Management ให้กับบี้ หรือจะกล่าวอีกแง่หนึ่งเขาคือผู้เปิดทางสานฝันและผลักดันบี้ให้ประสบความสำเร็จและโด่งดังเป็นขวัญใจ Teen Idol ได้ ซึ่งไม่แตกต่างจากยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนแบรนด์ของนักการตลาดแต่อย่างใด ซึ่งเขาบอกว่ามีส่วนผสม 3 ประการที่ทำให้บี้ดังได้

ชมคลิปสัมภาษณ์ได้ที่นี่

หนึ่ง รูปลักษณ์ หน้าตา พรสวรรค์ ความสามารถที่สามารถนำไปต่อยอดและส่งเสริมพัฒนาการได้

สอง มีศักยภาพที่จะฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นได้

สาม เป็นที่รักและที่ต้องการสำหรับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

เขาวาง Positioning ของบี้เป็น Mass Product ที่จับกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ด้วยบทบาทในวงการบันเทิงที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบหลักๆ คือ นักร้อง นักแสดงละคร และนักแสดงละครเวที ซึ่งแต่ละบทบาทจับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน

“เพลงของบี้ โดนใจคนทำงาน เด็กวัยรุ่น เด็กเล็ก ดูจากลูกผม 2 คน ร้องเพลงบี้อย่างบ้าคลั่ง ส่วนละครโดนใจแม่ยกซึ่งเป็นกลุ่มแมสที่สุด ขณะที่ละครเวทีทำให้เขาได้รับการยอมรับจากกลุ่มปัญญาชน”

ร้องก็ได้ เล่นก็ดี หรือจะทั้งร้องเล่นเต้นระบำไปพร้อมๆ กันก็ไม่มีปัญหา สูตรปั้นศิลปินแบบครบเครื่องเช่นนี้ ถูกวางหมากให้บี้เดินอย่างรอบคอบ รัดกุม

“เห็นแววของบี้มาตั้งแต่ตอนประกวดเดอะสตาร์ ปี 3 แล้ว ซึ่งร้องเพลงได้ แม้บางสัปดาห์จะร้องเพี้ยน แต่คะแนนโหวตก็ยังขึ้นตลอด คนดูคงเห็นอะไรบางอย่างซึ่งเป็นเสน่ห์ของบี้ และเชื่อว่าจะต้องเล่นละครได้”

เขาพูดถึงผลคะแนนโหวตจากเดอะสตาร์ ซึ่งเสมือนการทำวิจัยชิ้นใหญ่ทั่วประเทศของเอ็กแซกท์

ถกลเกียรติ บอกว่า สูตรสำเร็จของบี้ เป็นสูตรสำเร็จที่มีมาแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ที่นักร้องต้องเล่นละครควบคู่ไปด้วย หรือดาราต้องร้องเพลงด้วย แต่ก็หาที่รุ่งและอยู่ได้นานยากมาก ซึ่งในมุมมองของเขา Teen Idol ที่มีความสามารถครบเครื่องคนล่าสุด คือ มอส-ปฏิภาณ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว เป็นระยะเวลายาวนานที่เขามองไม่เห็นว่าใครจะตามรอยความสำเร็จนี้ได้ จนกระทั่งมาเจอบี้ และผลงานที่ผ่านมาจากโอกาสที่มากกว่าใครของบี้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าบี้มีความพร้อมเพียงใด

นอกจากนี้เขายังบอกว่า บี้ มี Passion ในการทำงานมาก และเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูง เป็นที่รักของผู้ที่ร่วมงานด้วย

“ทุกคนทำงานให้เขาไม่ใช่แค่ด้วยหน้าที่ แต่เป็นการทำงานให้เขาด้วยใจ ซึ่งมันจะส่งผลดีต่อตัวเขามากกว่า แม้กระทั่งกับนก-สินจัย ที่ร่วมงานกับเขามาตั้งแต่บัลลังก์เมฆ และมาเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ต Love Attack ก็บอกกับผม เป็นปลื้ม ชื่นชม และเอาใจเชียร์บี้”

บี้กลายเป็นศิลปินเพลงป๊อปที่โดดเด่นท่ามกลางศิลปินเพลงร็อกซึ่งแข่งกันเกิดด้วยฝีมือ ขณะที่ศิลปินเพลงป๊อปน้อยนักที่จะเปรี้ยงปร้าง เขาบอกว่าเป็นเพราะไม่ค่อยมีของให้โชว์และรากฐานไม่แน่น

รากฐานที่แน่นคืออาวุธที่ถูกเสริมสร้างอย่างตั้งใจ ประกอบไปด้วย การลับคมฝีมือ ทักษะการร้องเพลง การแสดง ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย เพื่อให้บี้เป็น “ตัวจริง” ของคนบันเทิงซึ่ง “ครบเครื่อง” และขจัดข้อสงสัยว่า “เก่งจริงหรือเปล่า” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Product ชิ้นนี้ไม่ด้อยคุณภาพ ไม่ง่อนแง่น และพร้อมที่จะสร้างความนิยมในระยะยาวได้

ขณะที่เขาบอกว่าศิลปินวัยรุ่นคนอื่นๆ มักวาง Positioning แบบฉาบฉวย เป็นเหมือนดาบสองคม หน้าตามักกลบความสามารถ ทำให้ดังเร็ว ดับเร็ว

บี้เป็นศิลปินไม่กี่คนในยุคที่ค่ายเพลงแทบกระอักเลือดกับเทคโนโลยีดิจิตอลรูปแบบต่างๆ ซึ่งถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้ง 2 อัลบั้มของบี้ ก็เป็นอัลบั้มเต็ม อัลบั้มละ 10 เพลงด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มพิเศษอีก 3 อัลบั้มด้วย

หลังจบเดอะสตาร์ 3 จบไม่นาน เขาจับบี้ลงละครทันที “เพื่อขายความสดใหม่” บี้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกละครเอ็กแซกท์เรื่อง “รอยอดีตแห่งรัก” และซิทคอม “นัดกับนัด” จากนั้นอัลบั้มเพลงแรกในชีวิตของบี้ก็ตามมา

“2 ปีที่แล้วถ้าไม่ร็อกไม่ติดตลาด ป๊อปหายไปไหนไม่รู้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายที่จะปั้นบี้ให้เป็น Teen Idol ซึ่งต้องใช้เพลงเร็ว แต่หาไม่ได้ เวลากระชั้นมาก อยู่ๆ ก็มีเพลงที่ทางฝ่าผลิตนำเสนอมา แต่ก็เป็นแค่ท่อนฮุค ...I need somebody... จากนั้นก็เลยคิดว่าออกเป็นอัลบั้มเลยดีกว่า เพราะเราฟังแล้วยิ้ม เปิดเพลงฟังแล้วฟังอีก”

จากนั้นไม่ทิ้งช่วงส่งอัลบั้ม 2 ต่อทันที แต่ครั้งนี้ต้องไม่หน่อมแน้ม เขาบอกว่า บี้ต้องเข้มขึ้น ขายความแข็งแกร่ง เพราะเป็นเพลงเร็ว เพลงเต้น บี้ฝึกกล้ามเนื้ออย่างจริงจังที่ฟิตเนส เซ็นเตอร์ โดยมีเทรนเนอร์ดูแลอย่างใกล้ชิด และบี้ก็ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการบิ้วบอดี้เพิ่มเติมด้วยตัวเองอีกทางหนึ่ง

“พูดตรงๆ ว่า ถ้าเสื้อหลุด เห็นอะไรก็ต้องน่ามอง” พร้อมทั้งสำทับกับบี้ว่า “ถ้าเต้นไม่แข็งแรง บอดี้ไม่แข็งแรง ก็ไม่ต้องทำอัลบั้มที่ 2”

แม้จะเป็นความกังวลเพราะประวัติศาสตร์เพลงเร็ว เพลงเต้น มักจะเกิดยาก แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเพลง “จังหวะหัวใจ” ดังเป็นพลุแตก ซึ่งความดังของเพลงนี้ก็ทำให้มียอดวิวของมิวสิกวิดีโอใน Youtube มากกว่า 5 แสนครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2551)

บี้ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยอาวุธลับซึ่งเป็นหมัดเด็ดอันเกิดจากการผสมผสานทักษะการร้องและการเล่นเข้าไว้ด้วยกัน นั่นก็คือ “ละครเวที”

เริ่มจากบัลลังก์เมฆ เดอะ มิวสิคคัล เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ต่อด้วย บทบาทของนพพร ใน “ข้างหลังภาพ เดอะ มิวสิคคัล” ที่จะเบิกโรงในเดือนสิงหาคมนี้ และเป็นตัวละครที่ไม่ได้มีการแคสติ้งแต่อย่างใด ซึ่งทำให้การคาดการณ์ของใครหลายคนก็เป็นจริงเมื่อบี้รับบทเป็นนพพร ปี 2008 แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยกันว่า “ทำไมต้องเป็นบี้ โดนดันเกินไปหรือเปล่า” ก็ตาม

“คิดอยู่ในใจตั้งแต่แรกว่าน่าจะเป็นบี้ แต่ยังไม่ 100% จนกระทั่งเห็นผลงานจากอัลบั้มจังหวะหัวใจว่าเขาร้องเต้นได้ดี ฟีดแบ็กดี ทุกวันนี้ถ้านพพรเป็นคนอื่น น่าจะมีคำถามมากกว่าว่า ทำไมนพพรไม่เป็นบี้”

ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล เป็นโปรเจกต์ชิ้นเอกของบี้ ที่รับบทหนักเป็นตัวละครเอกที่เล่าเรื่อง

“บัลลังก์เมฆ มีบท 1 ใน 5 ของเรื่อง แต่ข้างหลังภาพเล่นทั้งเรื่อง ออกทุกฉาก บี้อ่านบทองก์แรก ถามผมว่า พี่ครับ นพพรไปฉี่ตอนไหนเหรอ (หัวเราะ) ก็เลยบอกว่า ฉี่ก่อนเล่นแล้วกัน” คิวคอนเสิร์ตแน่นเอี๊ยดทั้งปี คิวละครเวทีต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และยังได้รับบทเด่นถึงขั้นเป็นพระเอก เป็นตัวสำคัญในการเดินเรื่อง

“ผมจะเอาอีก จะไปต่ออีก ผมจะไม่พอ ต้องไปให้สุด” ถกลเกียรติพูดถึงสไตล์การทำงานของเขา ซึ่งแรงขับเคลื่อนภายในอันแรงกล้าของเขาส่งต่อไปยังบี้แบบเต็มๆ ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ กอปรกับการได้สารก่อปฏิกิริยาชั้นดีอย่างถกลเกียรติ ทำให้บี้กลายเป็น Teen Idol ที่น่าจับตามองและมีความโดดเด่นพอที่จะก้าวสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ในอนาคต

จิ้งจกน้อย เมื่อครั้งประกวดเดอะสตาร์ ปี 3 วันนี้กลายเป็นน้องบี้ พี่บี้ ของแฟนๆ ทั่วประเทศ คอนเสิร์ตที่อิมแพค อารีนา ศิลปินน้อยคนที่จะได้รับโอกาสในการเปิดคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบในที่นี้ กับพื้นที่กว่า 18,000 ตร.ม และที่นั่งจำนวน 12,000 ที่

แม้จะเป็นความบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็กลับยังผลสำเร็จที่สวยหรู

“ที่อื่น ที่เล็กๆ เต็มหมด เหลือแต่อิมแพคฯ ก็ต้องเอา ก็คิดกันว่า ใหญ่ไปมั้ย แต่สุดท้ายปรากฏว่าเซอร์ไพรส์ ขายบัตร 2 วันหมดต้องเพิ่มรอบ”

นอกจากนี้ บี้ยังเป็นศิลปินที่มีการบริหารจัดการแฟนคลับที่ดีคนหนึ่ง สังเกตจากข้อความของบี้ที่โพสต์ผ่านเว็บไซต์ www.bie-fanclub.com ตอนหนึ่งที่ว่า

“บี้ต้องขอขอบคุณแฟนคลับทุกๆ คนจริงๆ เลยนะครับ ตอนแรกไม่ได้คิดเลยว่าบัตรจะขายหมด และหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นมากๆ ครับ ยังไงบี้ก็จะทำให้เต็มที่ให้สมกับที่ทุกๆ คนให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เสมอมา”

ขณะที่เมื่อเจอตัวจริง บี้ยังคงเป็นศิลปินที่มีบุคลิกเป็นมิตร รอยยิ้ม แจ่มใส และบุคลิกร่าเริงอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องง่ายที่ทำให้แฟนคลับที่ชื่นชอบผลงานของเขาอยู่แล้วทวีความชอบอีกเป็นทวีคูณ

ผลตอบรับจากคอนเสิร์ตที่มีอย่างล้นหลาม ทำให้เขาถึงกับเอ่ยปากชมว่า “บี้ทำได้ดีมาก และเชื่อว่าหลายคนทึ่งว่าบี้ทำได้มากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ Production แต่เป็นที่ตัวของบี้เอง”

ความปลาบปลื้มและทึ่งในความสำเร็จของ “แบรนด์” ที่เขาปลุกปั้นมากับมือ ทำให้เขาบอกว่า “วีซีดี ดีวีดีบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตจะให้ตัดต่อน้อยที่สุด ให้ทุกคนได้เห็นกันไปเลยว่าเขาได้ของเขาจริงๆ”

ความดังของบี้ ส่งผลให้มีงานรุมล้อมมากมาย งานชิ้นใหญ่ คือ พรีเซ็นเตอร์โฟร์โมสต์ ซึ่งสานต่อความดังของบี้อย่างต่อเนื่องกับ hi5 รสชาติใหม่ แถมยังใช้เพลงฮอตของบี้ประกอบในภาพยนตร์โฆษณาเสียด้วย ขณะที่กล้องถ่ายรูปโซนี่ ไซเบอร์ช็อต ก็ใช้บี้เป็นพรีเซ็นเตอร์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งถกลเกียรติบอกว่าผู้บริหารทั้ง 2 แบรนด์ล้วนแฮปปี้

ขณะที่ล่าสุด เร็ววันนี้บี้เตรียมเป็นพรีเซ็นเตอร์ของโทรศัพท์มือถือไอ-โมบาย ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์ล้วนเป็นโปรดักส์ที่จับกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก และต่างหวังว่าพลังของ Teen Idol คนนี้จะทำให้ประสบความสำเร็จทางการตลาดดังหวังได้

นอกจากนี้ บี้ได้รับการคัดเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อต้านยาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เช่นเดียวกับมาริโอ เมาเร่อร์

ต่อข้อถามถึงอนาคตการโกอินเตอร์ของบี้ เขาบอกว่า “ต้องรอดูไปก่อน แต่ตลาดใหญ่คือในเมืองไทย และบี้ก็รู้สึกว่ายังไม่พร้อม ยังมีความกลัวอยู่ แต่คอนเสิร์ตที่ผ่านมาก็มีแฟนคลับจากมาเลเซียบินมาดูด้วย”

แม้ผลงานภาพยนตร์จะยังไม่ปรากฏให้เห็นภายในปี้นี้ เนื่องจากคิวยังแน่นเอี๊ยด แต่ก็ได้มีการพูดคุยกับ GTH บ้างแล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นบี้จะกลายเป็นศิลปินที่มีช่องทางขายมากที่สุดคนหนึ่ง

ถกลเกียรติย้ำถึงศักยภาพของบี้ที่จะโกยความดังได้อีกเยอะว่า “บี้มีของในตัว ทำอะไรก็ง่ายขึ้น รากฐานที่แน่น ทำให้เขาพร้อมเสมอเมื่อโอกาสมาถึง”

Profile

Name สุกฤษฎ์ วิเศษแก้ว ชื่อเล่น กัมบี้ ภาษาเหนือ แปลว่า แมลงปอ
Born 4 กันยายน 2528
Education
กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชากลไกอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)
มัธยมศึกษา โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เชียงใหม่
Career Highlights
รางวัลรองชนะเลิศ ประกวดร้องเพลง รายการเดอะสตาร์ ปี 3
ละคร รอยอดีตแห่งรัก และ หัวใจศิลา ซิทคอม นัดกับนัด
อัลบั้ม Love Scence, I love you 2
คอนเสิร์ต Love Attack