ถึงคิว HOTPOT เตรียมปรับลุค-บุก ตปท. หลังได้ “อภิชัย เตชะอุบล” ถือหุ้น 24.50%


16-01-2017 17:04:51

กลุ่ม “อภิชัย เตชะอุบล” เข้าถือหุ้น HOTPOT รวม 24.50% ตบเท้าเข้าร่วมทีมบริหาร ร่วมวางนโยบายประเดิมปี 2560 ปรับโครงสร้างธุรกิจ ปรับลุคสู่ความพรีเมียมมากขึ้น เล็งขยายสาขาสู่ต่างประเทศ HOTPOT แบรนด์ร้านสุกี้ เป็นอีกรายที่เพิ่งได้ผู้ถือหุ้นใหม่ รับศักราชใหม่ของปี 2560  “อภิชัย เตชะอุบล” แห่ง บริษัทไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม หรือ TFD

อภิชัย เตชะอุบล รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TFD ระบุว่า ตนได้เข้าไปถือหุ้นของบริษัท ฮอท พอท จำกัด (มหาชน) หรือ HOTPOT ในสัดส่วน 22.26% และ TFD เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 2.24% รวมเป็น 24.50%

การเข้าไปร่วมถือหุ้นในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าไปร่วมมือกับกลุ่มผู้บริหารเดิมในการผลักดันธุรกิจให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มความเป็นพรีเมียมมากขึ้น

เปิดแผนปี 60 ปรับลุค

นโยบายในปี 2560 จะเน้นที่การปรับปรุงสาขาร้านอาหารจำนวน 150 สาขา จากทั้ง 3 แบรนด์ คือ ฮอท พอท, ไดโดมอน และซิกเนเจอร์ สเต็ก ลอฟท์ โดยจะทำการรีแบรนด์ และปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มความพรีเมียมให้กับแบรนด์มากขึ้น

ลุยซื้อแบรนด์ร้านอาหารไทย-ตปท

ตามแผนที่วางไว้ จะมีการเปิดสาขาต่างประเทศ เริ่มที่ประเทศอังกฤษ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการทำร้านอาหาร ที่เป็นการซื้อแบรนด์จากอังกฤษมาหลายแบรนด์ อาทิ ซินยอร์ ซาสซี่ (Signor Sassi) ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน ที่เปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นอกจากนี้เตรียมเปิดอีก 1 แบรนด์ คือ เบอร์เกอร์แอนด์ล็อบสเตอร์ (Burger&Lobster) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาก มีจำนวนสาขาในกรุงลอนดอน 15 สาขา และยังมีสาขาในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกจำนวนมาก รวมทั้งภัตตาคารอาหารจีนเจิ้งโต่ว แกรนด์ ตั้งอยู่บน ชั้น 37 โรงแรมอนันตราสาทร

อภิชัย บอกว่า จะมีการนำแบรนด์ร้านอาหารต่างๆ ที่มีมาสร้างความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงอาจจะซื้อแบรนด์อื่นทั้งในประเทศ และต่างประเทศเข้ามาเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้

 สำหรับ TFD  ประกอบธุรกิจพัฒนาที่ดินและก่อสร้างโรงงาน และคลังสินค้าเพื่อขายให้ให้เช่า พัฒนาอาคารชุดพักอาศัย และอาคารสำนักงาน มีทำเลหลักอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

เมื่อปลายปี 2559 TFD ได้มีการเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมทำให้ได้รับเม็ดเงินเข้ามาประมาณ 700 ล้านบาท ปี 2560 ได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ที่มาของรายได้จะมาจากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 2 ประมาณ 200 ไร่ และรายได้จากการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โดยบริษัทจะนำสินทรัพย์ประเภทโรงงานอุตสาหกรรมของบริษัททั้งในและต่างประเทศ จำนวน 12 โรงงาน ขายเข้ากอง REIT คาดว่าจะทำรายได้ 1,000-1,200 ล้านบาท

ส่วน บริษัท ฮอท พอท ก่อตั้งเมื่อมกราคม 2547 โดยนางสาวสกุณา บ่ายเจริญ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและบุกเบิกธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2538  เริ่มจากร้านอาหารสุกี้ชาบู ตามสั่ง ในต่างจังหวัด สาขาแรกในนามร้าน "โคคาเฟรช สุกี้" ที่ห้างตะวันออกคอมเพล็กซ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาได้ขยายสาขาในห้างตามจังหวัดต่างๆ ในปี 2544 ได้เปลี่ยนแบรนด์ร้านอาหาร มาเป็น "ฮอท พอท สุกี้ ชาบู เรสโตรองต์" และได้ก่อตั้งบริษัท ฮอท พอท จำกัด เพื่อบริหารงานและบริหารจัดการร้านสาขาทั้งหมด ในปี 2548 ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการรุกตลาดร้านอาหารประเภทสุกี้ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ "ฮอท พอท อินเตอร์ บุฟเฟ่ต์" ในปี 2549 ได้กองทุนออรีออส เซาท์ อีสท์ เอเชีย ("กองทุนออรีออส") และกองทุนส่วนบุคคลของธนาคารออมสิน โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมทุนในบริษัท และได้ซื้อกิจการร้านไดโดมอน และเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ปี 2555