“ฮอลิเดย์ มาร์เก็ตติ้ง” ลุยตลาดอีคอมเมิร์ซช่วงหยุดยาว


by Admin
27-05-2017 00:55:49

การศึกษาล่าสุดจากทางบริษัท iPrice ซึ่งเป็นบริษัทรวบรวมร้านขายสินค้าออนไลน์ใน 7 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่วันหยุดยาวและเหตุการณ์สำคัญส่งผลต่อการบริโภคสินค้าออนไลน์ของคนไทย

บริษัทศึกษาการบริโภคสินค้าออนไลน์ของคนในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559 ถึง 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 โดยผลการศึกษาพบว่า วันหยุดสำคัญในประเทศไทยกว่า 90% ส่งผลกระทบต่อร้านค้าอีคอมเมิร์ซ ไม่ว่าจะเป็นช่วงหยุดยาววันปีใหม่ สงกรานต์ วันพืชมงคล วันวิสาขบูชา และวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เนื่องจากวันหยุดยาวเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้มีการเข้าถึงโลกออนไลน์ที่น้อยลง สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมที่ต้องออกไปใช้เวลาข้างนอกบ้านมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมกับครอบครัวและเพื่อน หรือการต้องใช้เวลาในการเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้จำนวนการเข้าถึงร้านค้าอีคอมเมิร์ซในช่วงวันหยุดยาวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ถึงแม้บริษัทต่างๆ จะได้วางแผนกลยุทธ์การตลาดตลอดปี พ.ศ. 2560 นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัท iPrice ขอแชร์ทิปส์ที่ร้านค้าอีคอมเมิร์ซควรนำมาปรับใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำตลาดในช่วงวันหยุดยาวเหล่านี้

การเข้าถึงโทรศัพท์มือถือเติบโตอย่างรวดเร็ว

จากการศึกษาของ eMarketer คาดว่า 43.8% ของประชากรชาวไทยจะหันมาใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในปี พ.ศ. 2560 ถึงแม้การเข้าถึงโทรศัพท์มือถือจะเติบโตช้าในอีกสองปีข้างหน้าแต่บริษัทเชื่อว่าประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศจะเข้าถึงสมาร์ทโฟนภายในปี พ.ศ. 2563

ด้วยเหตุนี้การเพิ่มขึ้นของการเข้าถึงเว็บไซต์สินค้าออนไลน์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือจึงมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจควรให้ความสนใจในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อเพิ่มประสบ การณ์การช้อปที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความประทับใจระยะยาว

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคสินค้าออนไลน์นั้นพบว่า ถึงแม้ผู้บริโภคจะค้นหาสินค้าออนไลน์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น แต่การซื้อสินค้ายังนิยมซื้อผ่านทางคอมพิวเตอร์เนื่องจากความสะดวกในการกรอกข้อมูล และความน่าเชื่อถือของระบบบัตรเครดิตของคอมพิวเตอร์มีมากกว่านั่นเอง

ยืดหยุ่นต่อการวางแผนอยู่เสมอ

ถึงแม้ว่าแบรนด์และร้านค้าอีคอมเมิร์ซได้วางแผนกลยุทธ์การตลาด รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณไว้ล่วงหน้าตลอดปีแล้วนั้น หนึ่งสิ่งที่แบรนด์และร้านค้าควรคำนึงเสมอคือการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งเทศกาล ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศหรือการประกาศจากรัฐบาลเป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้

ถึงแม้แบรนด์และร้านค้าอีคอมเมิร์ซได้วางแผนงบประมาณโฆษณาสินค้าออนไลน์ไว้เท่ากันทุกวันตลอดช่วงเทศกาล แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอย่างเช่น สึนามิในปี พ.ศ. 2547 แบรนด์ควรมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะตัดงบประมาณในช่วงวันดังกล่าวทิ้งเพื่อเป็นการประหยัดงบในช่วงที่ไม่จำเป็น

เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค : อินสไปร์ไม่ใช่ฮาร์ดเซลล์

การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นพื้นฐานในการทำการตลาด เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นถูกสร้างขึ้นจากความเชื่อ ภูมิหลังและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พฤติกรรมของผู้บริโภคจึงยากที่จะเปลี่ยนแปลง ยิ่งในช่วงเทศกาลแล้วการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อโน้มน้าวพฤติกรรมคงไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก ดังนั้นนักการตลาดควรมองให้ออกว่าช่วงใดที่เหมาะกับการใช้แคมเปญในการกระตุ้นการบริโภค และแคมเปญประเภทใดจะสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม

เทคนิคหนึ่งที่แบรนด์และร้านค้าอีคอมเมิร์ซสามารถนำมาใช้ได้คือ การอินสไปร์ผู้บริโภคให้เห็นถึงความสำคัญของสินค้าออนไลน์ แทนที่จะกระตุ้นพวกเขาซื้อสินค้าอย่างไม่มีศิลปะ แทนที่จะกระหน่ำลดราคาสำหรับซองกันน้ำในช่วงสงกรานต์ แบรนด์ควรทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความสำคัญของการใช้ซองกันน้ำและการสั่งซื้อออนไลน์ล่วงหน้า โดยสามารถขายเป็นแบบ Bundle คู่กับปืนฉีดน้ำและแว่นตากันน้ำเป็นต้น

คำนึงถึงข้อจำกัดช่วงเทศกาล

ในช่วงเทศกาลข้อจำกัดที่ส่งผลต่อร้านค้าอีคอมเมิร์ซมากที่สุดคงจะเป็นการจัดส่งสินค้าที่ดีเลย์และไปรษณีย์ไทยปิดทำการ นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคลดการซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วงเทศกาลลง หากนี่เป็นหนึ่งอุปสรรค แบรนด์ที่มองเห็นโอกาสคงสามารถสร้างกลยุทธ์เพื่อเรียกยอดขายได้ไม่น้อย

ในต่างประเทศซึ่งประสบปัญหาเดียวกันนั้น แบรนด์กลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการเปิดรับพรีออเดอร์ในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยใช้การส่งเสริมการขายมาล่อ และสัญญาที่จะจัดส่งสินค้าในภายหลังอย่างรวดเร็ว

เตรียมกำลังให้พร้อมรับมือ

เทศกาล 12-12 Online Sale ซึ่งเป็นหนึ่งเทศกาลที่ร้านค้าอีคอมเมิร์ซสามารถทำรายได้สูงขึ้น ถ้าหากผู้ประกอบการตัดสินใจที่จะทำการโปรโมตในช่วงดังกล่าวแล้วนั้น การเตรียมพนักงานให้มีจำนวนที่พอสำหรับการรับมือต่อปริมาณการสั่งซื้อนั้นมีความสำคัญ นอกจากนี้พนักงานในส่วนของ Customer Service จะต้องสามารถคอยให้คำแนะนำและตอบคำถามลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพื่อทำให้ประสบการณ์ของพวกเขาดีเยี่ยม ซึ่งนำไปสู่การซื้อสินค้าในลำดับต่อไป และขาดไม่ได้เลยคือผู้จัดส่งจะต้องมีความพร้อมและสามารถรับมือกับการเตรียมสินค้าเพื่อส่งต่อให้กับไปรษณีย์ไทยหรือบริการส่งสินค้าต่อไป

5 ทิปส์ข้างต้นนี้เป็นสิ่งที่ทางบริษัท iPrice ต้องการแนะนำให้กับผู้ประกอบการในตลาดอีคอมเมิร์ซให้เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์และวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง บริษัทเชื่อว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะสามารถช่วยให้ร้านค้าอีคอมเมิร์ซสามารถข้ามผ่านช่วงวิกฤติได้อย่างแน่นอน

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter