“เสียงโฆษณา” จดคุ้มครองได้แล้วนะ โซฟี-มามี่โพโค ประเดิมรายแรก


11-09-2017 14:03:45

ไม่ใช่แค่ยี่ห้อ ตราสินค้า หรือแบรนด์เท่านั้น แต่ เสียงของรถ “ไอศกรีมวอลล์” หรือ เสียงเวลาเดินเข้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ก็สามารถจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าเสียงได้แล้ว

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นมา กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เปิดให้บริการรับจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559

เวลานี้มีผู้ประกอบการ และบุคคลธรรมดามายื่นคำขอจดทะเบียนแล้ว 3 คำขอ ได้แก่ บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับเด็กและผู้หญิง โดยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงสินค้าผ้าอนามัย “โซฟี” และผ้าอ้อมสำหรับเด็ก “มามี่โพโค” และบุคคลธรรมดา ได้ยื่นคำขอจดทะเบียน 1 คำขอ โดยเสียงที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียน เป็นเสียงที่ใช้ประกอบในการโฆษณาสินค้า และหากผู้บริโภคได้ยิน ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นสินค้าอะไร 

เสียงโฆษณาแบบไหนขอจดทะเบียนคุ้มครองเสียงได้

สำหรับเสียงที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเสียงที่จดทะเบียนได้

  • ต้องเป็นเสียงเฉพาะ เช่น เสียงดนตรี หรือ เสียงร้องที่แต่งขึ้นมาเป็นการเฉพาะ
  • เมื่อได้ยินเสียงนั้นๆ แล้วจะทำให้นึกถึงสินค้านั้นได้ทันที
  • ไม่ใช่เสียงสามัญที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

เมื่อเสียงที่ได้รับเครื่องหมายการค้าแล้ว ก็ห้ามไม่ให้มีการทำซ้ำ หรือ ทำเสียงใกล้เคียงจนทำให้เกิดการสับสน เพราะจะถือเป็นการ “ละเมิด” เครื่องหมายการค้า

ส่วนการพิจารณาคำขอ จะพิจารณาตามขั้นตอนเช่นเดียวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั่วไป ซึ่งจะใช้เวลาเฉลี่ย 13 เดือน ถือว่าเร็วขึ้นจากเดิมที่ใช้เวลามากกว่านี้

ที่มาลิขสิทธิ์เสียง

ส่วนที่มาของจดทะเบียนคุ้มครอง “เครื่องหมายเสียง” เป็นผลจากการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 โดยได้ขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงการจดทะเบียนเสียง เพื่อขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าที่เป็นเสียงเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากเครื่องหมายการค้าในรูปแบบเดิมที่มองเห็นได้ด้วยตา เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานเครื่องหมายการค้าของไทยให้เป็นสากลมากขึ้น

ไทยเป็นสมาชิกพิธีสารมาดริดแล้ว

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ไทยเข้าเป็น “สมาชิกพิธีสารมาดริด และสมาชิกภาพ” จะมีผลวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ที่จะถึงนี้ จะส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ผู้ประกอบการไทยสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่กรมฯ และขอรับการคุ้มครองในประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้อีก 98 ประเทศ ครอบคลุม 114 ดินแดน

โดยยื่นที่เดียวแต่ขอคุ้มครองได้หลายประเทศในคราวเดียวกัน และสามารถเลือกยื่นคำขอเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส หรือภาษาสเปน และชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ในคราวเดียว ไม่ต้องยื่นคำขอจดทุกประเทศที่ต้องการได้รับความคุ้มครอง

ขณะเดียวกัน ระบบมาดริดจะช่วยให้มีการขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้า การลงทุน และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยให้เติบโตขึ้น


ที่มา : mgronline.com/business/detail/9600000092817