“UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝัน” สร้างฝันให้เป็นความจริง เพิ่มมูลค่าร้านอาหาร เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ


24-11-2017 15:21:38
ใครๆ ก็เปิดร้านอาหารได้ แต่การที่จะสร้างให้ร้านอาหารของเราเป็นร้านอาหารสุดเจ๋ง และทำรายได้ให้กับเจ้าของเป็นกอบเป็นกำจนเป็นดาวเด่นในธุรกิจนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นี่คือสิ่งที่ท้าทายยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions – UFS) กับความตั้งใจที่จะสานฝันให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็ก ในการพัฒนาศักยภาพการจัดการของร้านอาหารในตัวเอง ที่ไม่เพียงแต่อาหารจะอร่อย แต่ต้องสามารถบริหารงานร้านค้าของตนเองให้ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของโครงการ “UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝัน” ที่รับสมัครและเฟ้นหาผู้ประกอบการร้านอาหาร จำนวน 10 ร้าน มาเป็น "นักปรุงพิชิตฝัน" เข้าเวิร์คช็อปอบรมคอร์สการทำธุรกิจร้านอาหาร และให้คำปรึกษาตัวต่อตัว จากกูรูด้านอาหารของ UFS อย่าง เชฟเคน-ชวลิต ยิ้มประเสริฐ เพื่อติดอาวุธให้แก่ผู้ประกอบการ ให้สามารถนำไปพัฒนางานครัว และร้านอาหารของตนให้โดดเด่น รวมทั้งคิดสร้างสรรค์เมนูใหม่ และนำไปประชันในรอบสุดท้าย ซึ่งโจทย์ คือ ไม่ใช่แค่ทำอาหารให้อร่อย แต่ต้องโชว์ความฝันที่แต่ละคนตั้งใจจะสานต่อให้เป็นความจริงไปพร้อมกันด้วย และนี่คือ 2 นักปรุงพิชิตฝัน ผู้ผ่านโครงการ “UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝัน” ที่พร้อมจะแบ่งปันความสำเร็จของพวกเขาให้เราได้รับรู้กัน “ก๋วยเตี๋ยวไข่กรุงศรี ร้านอาหารดี สังคมรอบข้างจะดีตามไปด้วย”

อาจจะสงสัยกันว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งจะทำให้สังคมดีได้อย่างไร? “รังสรรค์ ปรางวิเศษ” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไข่กรุงศรี จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ผ่านการขับเคี่ยวจากเวิร์คช็อป “UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝัน” และเป็นผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 จากโครงการนี้มีคำตอบ

เขาบอกว่า จากเดิมร้านเองก็ขายดีระดับหนึ่ง แต่การมาอบรมกับทาง UFS ทำให้เข้าใจระบบการจัดการร้านอาหารได้ดีขึ้น “คอร์สอบรมนี้ ช่วยให้ผมมีความรู้เรื่องการจัดการสต๊อกสินค้า วัตถุดิบ เข้าใจเรื่องการจัดการต้นทุน งบประมาณ รวมไปถึงการได้สูตรแม่ซอสมาทำน้ำยำ ผมเลยลองคิดเมนูใหม่ที่ต่อยอดจากการไปอบรมขึ้นมา นั่นคือ ต้มยำไข่เต่าเจ้าพระยา และข้าวยำไก่แซ่บ”

ความตั้งใจของเขาคือ ทำให้ร้านของเขากลายเป็นร้านอาหารเอกลักษณ์ของอยุธยา เลยพยายามใช้วัตถุดิบอาหารในท้องถิ่นเช่น กุ้งแม่น้ำ หรือเห็ดตับเต่า ที่ใช้ในต้มยำไข่เต่าเจ้าพระยา ซึ่งนั่นหมายถึงการสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วย “ผมฝันมานานแล้วครับ อยากเห็นสังคมรอบข้างผมเป็นสังคมที่ดี เพราะผมมีบทเรียนจากการถูกขโมยรถมอเตอร์ไซค์ก่อนวันเปิดร้านหนึ่งวัน ทำให้ผมมาคิดกับตัวเองว่า ถ้าคนแถวนี้มีรายได้ เขาก็คงไม่มาขโมยของเราแบบนี้ นี่คือจุดเริ่มต้นความคิดที่ผมอยากทำให้สังคมรอบข้างผมดีขึ้น ดังนั้นเริ่มต้นเลย ที่ร้านจะรับพนักงานที่เป็นคนละแวกนี้ เพราะเราคิดว่า ถ้าเราจัดการร้านอาหารของเราได้ดี เราก็จะมีลูกค้าเยอะ ผลที่ตามมาเราก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่เรา พนักงานก็จะมีรายได้ คนที่หาวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งก็เป็นคนท้องถิ่นอยุธยาเหมือนกัน พวกเขาก็มีรายได้มากขึ้น ทำให้มีชีวิตที่ดีตามไป อย่างคนหากุ้งแม่น้ำส่งที่ร้าน ตอนนี้มีรายได้ตกเดือนละ 40,000 บาทเลยทีเดียว ตัวผมเองหลังจากที่ผ่านโครงการ UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝัน ก็นำเอาสิ่งที่ได้มาปรับปรุงกับร้าน ขณะเดียวกันร้านเองก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้จากเดิมที่เคยมีรายได้เดือนละ 4 - 6 แสนบาทต่อเดือน รายได้ของร้านขยับมาเป็น 8 แสนต่อเดือน ซึ่งผมก็ตั้งเป้าให้ได้เยอะขึ้นกว่านี้อีก” จากผลสำเร็จทางด้านรายได้ นั่นหมายถึงว่า รังสรรค์จะสามารถสร้างโอกาสเพื่อคนอื่นในชุมชนของเขาได้มากขึ้นอีก “ชีวิตดีๆๆๆ กับเจ๊หนู โคตรอร่อย” ใครที่ผ่านร้านขายอาหารตามสั่ง “เจ๊หนู โคตรอร่อย” แถวบางศรีเมือง นนทบุรี ก็คงจะพอรู้จักกับรสมือและอัธยาศัยของ "เจ๊หนู ดรุณี นาคะวะรังค์" ได้เป็นอย่างดี สำหรับเจ๊หนูนั้น คืออีก 1 คน ที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้าสู่การเป็น 10 นักปรุงพิชิตฝัน และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในครั้งนี้มาได้ ซึ่งเธอบอกว่าโครงการนี้นี้ให้อะไรกับเธอมาก “จากที่ร้านขายดีอยู่แล้ว พอเราได้เข้าโครงการ UFS คนก็รู้จักเราเยอะขึ้น เขาคงเห็นเราจะเฟซบุ๊คหรือไม่ก็จากเว็บไซต์ ทำให้ลูกค้าหน้าใหม่มาร้านเราเยอะมาก จากการเข้าอบรมได้รู้เรื่องการจัดการ ได้เทคนิคการทำแม่ซอสมาสอนให้ลูกน้อง ทำให้เราสบายขึ้นเพราะเมื่อก่อนต้องมาคุมเองเพื่อให้รสชาติของแกงนิ่ง แต่ตอนนี้ลูกน้องทำแทนได้หมดแล้ว เหมือนมีเจ๊หนูมายืนช่วยทำข้าง ๆ เอง (หัวเราะ)” สิ่งที่ดีที่สุดจากการเข้าร่วมโครงการ UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝันสำหรับเจ๊แล้ว คือ "การได้เคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยขึ้น" เพราะเจ๊เชื่อว่า ถ้าอาหารอร่อย ลูกค้ามีความสุข เขาจะอยากมาทานอาหารที่ร้านเราเรื่อย ๆ และน่าจะเป็นเช่นนั้น รสมือของร้านที่อัพเกรดจากการอบรมนี้ ทำให้ชีวิตของเจ๊หนูที่ดี ๆ อยู่แล้ว ก็ดี ๆๆๆ (เพิ่มไม้ยมกให้อีกสองตัว) ขึ้นมาอีก จากเดิมที่เคยทำกับข้าว 30 - 40 อย่างต่อวัน ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 60 อย่าง จากที่เคยขายได้วันละ 10,000 กว่าบาท ยอดขายที่ร้าน “เจ๊หนู โคตรอร่อย” ก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวมาเป็น 20,000 กว่าบาท นอกจากความรู้ที่มอบให้ผู้ประกอบการ ยังทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตลอดเวลา และนี่คือสิ่งประเมินค่าไม่ได้ที่โครงการ “UFS ปรุงชีวิตพิชิตฝัน” ได้ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่ง UFS ไม่ได้หยุดเอาไว้เพียงเท่านี้ ยังคงมุ่งหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมเวิร์คช็อป อบรม และสัมมนาให้ความรู้ในธุรกิจร้านอาหารอย่างสม่ำเสมอ สามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทาง Facebook มือโปรความอร่อย หรือ LINE @ufsthailand