สูดหายใจให้เต็มปอด ด้วยนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศกำจัดเชื้อโรค


ในวันที่ค่าฝุ่นละอองในอากาศของกรุงเทพมหานครเกินมาตรฐาน จนถึงขั้นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้เราต้องกลับมาให้ความสำคัญกับอากาศที่เราหายใจเข้าไปในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ว่าตั้งแต่เช้าจดเย็นเราสูดดมอะไรกันเข้าไปบ้าง ไล่ตั้งแต่ที่มองเห็นด้วยตาอย่างฝุ่น, ควัน, ไปจนถึงเชื้อโรคและฝุ่นละอองขนาดเล็ก มลพิษทางอากาศเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้คนกรุงสูดหายใจได้ไม่เต็มปอด ที่ถือเป็นจุดตั้งต้นของปัญหาสุขภาพที่หลายคนมักมองข้าม


เมื่อใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเราไม่อาจควบคุมปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นได้ แต่เมื่ออยู่ภายในบ้าน เราสามารถปรับสภาพแวดล้อมภายในให้ปลอดจากเชื้อโรคได้ด้วยเครื่องฟอกอากาศที่มีอยู่มากมายหลายแบรนด์ให้เลือกในท้องตลาด ถ้าหากทราบถึงประโยชน์ของเครื่องเหล่านี้แล้วก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่สินค้าสิ้นเปลือง


หากแต่เป็นสิ่งที่ทุกบ้านควรจะมี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีสุขภาพดีตั้งแต่ต้นน้ำกันเลยทีเดียว


สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเครื่องฟอกอากาศแบบไหนดี วันนี้เรามี นวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศ ที่ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศตลอดอายุการใช้งาน จาก AIRFREE มาแนะนำ

กำจัดเชื้อโรคและสารก่อเกิดภูมิแพ้ในอากาศ

Airfree เครื่องกำจัดเชื้อโรคในอากาศที่ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองประสิทธิภาพในการทำงานสูงถึง 99.99% ด้วยนวัตกรรม TSS (Thermodynamic Sterilizing System) ใช้ความร้อนสูงถึง 200 ˚C ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ และครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 32 ตารางเมตร


ด้วยการทำงานที่เงียบสนิท ไม่มีเสียงพัดลมหรือมอเตอร์ให้รำคาญ ทำให้สามารถติดตั้งในห้องนอนได้โดยไม่รบกวนการพักผ่อน ประหยัดพลังงาน ถ้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมงจะกินไฟเทียบเท่ากับหลอดไฟ 1 หลอด หรือคิดเป็นค่าไฟประมาณ 60 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ที่สำคัญคือตัวเครื่องไม่มีการปล่อยก๊าซโอโซนหรือไอออน ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศเพียงเจ้าเดียวในตลาดที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถลดความเข้มข้นของโอโซนในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วยหลักการทำงาน

เครื่องจะค่อยๆ ดูดเชื้อโรคเข้าด้านล่างเครื่อง เชื้อโรคจะถูกส่งผ่านเข้าสู่แกนเซรามิคความร้อน 200 องศาและจะปล่อยอากาศดีออกมาด้านบนเครื่อง โดยที่ไม่มีผลกระทบกับอุณหภูมิภายนอก 

เมื่อเอามืไปวางไว้ด้านบนจะสัมผัสได้ถึงลมอุ่นๆ ที่ออกมาจากตัวเครื่อง เมื่อความร้อนสูงถึง 200 องศา เครื่องทำทำการตัดไฟ และ Cool down ตัวเอง จนถึงระดับหนึ่งจึงเริ่มทำความร้อนขึ้นมาใหม่ โดยระหว่างนี้เครื่องยังคงทำงานดูดและกำจัดเชื้อโรคอยู่

เปรียบเทียบจุดเด่นของเครื่องฟอกอากาศ AIRFREE

  1. เทคโนโลยีต่างจากระบบ Hepa ของยี่ห้ออื่นในท้องตลาดที่ต้องใช้แผ่นกรองในการฆ่าเชื้อโรค โดยเครื่องนี้จะใช้ความร้อนสูงในการกำจัดที่ต้นตอของสาเหตุภูมิแพ้และกลิ่นอับ เพราะเชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย เหล่านี้จะถูกกำจัดตั้งแต่อุณหภูมิ 80-90 องศา ทำให้มั่นใจได้เลยว่า อากาศที่ถูกต้มด้วยความร้อน 200 องศา จะไม่มีเชื้อโรคเหลือรอดอย่างแน่นอน
  2. Airfree ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนแผ่นกรองหรือบำรุงรักษา ช่วยให้ประหยัดเงินค่าแผ่นกรองอย่างน้อย 2,000 – 9,000 บาทต่อปี
  1. ไม่ใช้พัดลมในการดูดอากาศ ทำให้การทำงานของเครื่องเงียบสนิทไม่มีเสียงรบกวน
  1. ไม่ปล่อยก๊าซโอโซน แถมยังช่วยกำจัดโอโซนได้ด้วย หลายๆ ประเทศในยุโรปและอเมริกาห้ามนำเข้าเครื่องทำโอโซน เพราะโอโซนเป็นอันตรายต่อระบบหายใจ
  1. ประหยัดไฟ เพราะกำลังไฟอยู่ที่ 45-55 วัตต์ เท่ากับหลอดไฟ 1 หลอด หรือเทียบเท่าค่าไฟ 60 บาท/เดือน เมื่อเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ที่สนใจลองกดเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่ เว็บไซต์ www.vitainno.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/vitainno และ www.facebook.com/airfreethailand