LINE TV จะเข้าหา “ผู้ชาย” ต้องใช้ “การ์ตูน”

0
62

ไลน์ทีวี” แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์อายุ 4 ปีของไลน์ วางแผนปี 2019 อยากเจาะเข้าหากลุ่ม “ผู้ชายมาก” ยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมามีฐานกลุ่มใหญ่เป็นผู้หญิง ที่ได้มาจากการอัดคอนเทนต์กว่า 70% เข้าไปทั้งละคร ซีรีส์ และรายการวาไรตี้ต่างๆ

จะเข้าหา ผู้ชายต้องใช้การ์ตูน

เพียงแต่การจะเข้าหากลุ่มผู้ชายไม่อาจชูด้วยคอนเทนต์อย่างละคร ซึ่งเป็นคอนเทนต์หลักที่อยู่ในไลน์ทีวีได้ จึงต้องหาคอนเทนต์ที่ถูกจริตและเป็นที่ต้องการของผู้ชาย ซึ่งหนึ่งในคอนเทนต์ที่เชื่อว่าจะเข้าหาพวกเขาได้คือการ์ตูน

สิ่งที่ไลน์ทีวีค้นพบคือคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ว่ามีการ์ตูนอยู่ในไลน์ทีวีด้วยทั้งๆ ที่มีโอกาสเติบโตอยู่สูงมาก จากข้อมูลพบว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา ยอดวิวของกลุ่มการ์ตูนพุ่งสูงถึง 114 ล้านวิว โตขึ้น 115% จากปี 2017 ซึ่งมีเพียงแค่ 53 ล้านวิว ทั้งยังมีค่าเฉลี่ยการรับชม (Average Watch Time) เป็นอันดับต้นๆ

โดยทุกยอดวิวที่เกิดขึ้นผู้ชมใช้เวลาประมาณ 9.4 นาที ใกล้เคียงกับละคร แต่พฤติกรรมที่แตกต่างคือเป็นการดูซ้ำและดูแบบจริงจัง ทำให้ไลน์ทีวีหันมาให้ความสนใจกับกลุ่ม การ์ตูนอย่างจริงจัง ซึ่งเป้าหมายที่ต้องการคือการเข้าถึงกลุ่มผู้ชายอายุ 10-20 ปี และเพิ่มยอดวิวของกลุ่มการ์ตูนอีก 1 เท่าตัว

ดราก้อนบอลกับเซนต์เซย์ย่านำทัพปี 2019

จึงเป็นที่มาของการจับมือกับ การ์ตูนคลับ ที่มีประสบการณ์ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนในเมืองไทยกว่า 30 ปี และมีการ์ตูนในมือกว่า 50 เรื่อง ในการนำการ์ตูนที่ดูแลลิขสิทธิ์มาลงในไลน์ทีวี โดยเริ่มต้นเซ็นสัญญาและนำคอนเทนต์มาลงตั้งแต่กลางปีที่แล้ว จำนวน 10 เรื่อง เช่น ได้แก่ One Piece / Naruto / Reborn / Gon / Pretty Cure / Dr.Slump & Arale เป็นต้น

การ์ตูนที่นำมาลงมีทั้งรีรันหลังจากออกอากาศผ่านทีวีภายในหนึ่งชั่วโมง และนำเรื่องเก่าๆ มาลงทั้งหมด เช่น รีบอร์น 200 ตอน หรือ อิคคิวซัง 50 ตอน ซึ่งหลังจากที่นำมาลงพบว่า จากยอดวิวทั้งหมดเกิดจากคอนเทนต์ของการ์ตูนคลับกว่า 41% ซึ่งเรื่องที่มียอดวิวสูงสูงสุดคือ นารูโตะ ตามมาด้วย Reborn และ วันพีซ

ปี 2019 เตรียมนำการ์ตูนชื่อดังเข้ามาเติมอีก ทั้ง ดราก้อนบอล, เซเลอร์มูน เครยอนชินจัง และ เซนต์เซย์ย่า รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่ยังเปิดเผยไม่ได้ นอกจากนั้นยังวางแผนทำเอ็กซ์คลูซีฟ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องไหน โดยตั้งเป้าเพิ่มค่าเฉลี่ยการรับชมของการ์ตูนอีก 10-20%

พัลภา มาโนช หัวหน้าธุรกิจ LINE TV กล่าวว่า

การเติมคอนเทนต์การ์ตูนจะทำให้ไลน์ทีวี สามารถดึงโฆษณาสินค้าที่เป็นขนมมาได้ อีกทั้งยังเป็นการติดต่อกับสตูดิโอการ์ตูน เพื่อหาคอนเทนต์ใหม่ๆ มาเสริม ผ่านคอนเนกชั่นของการ์ตูนคลับ

ที่ผ่านมาการขายโฆษณาจะเป็นฝั่ง การ์ตูนคลับเพราะเป็นการขายพ่วงกับการฉายในทีวี โดยในส่วนของไลน์ทีวี โฆษณาที่เข้ามาจะอยู่ในรูปแบบของ Pre roll, Double Pre roll และการขึ้นโลโกมุมจอ ซึ่งจะปรากฏห่างกัน 3 นาทีต่อครั้ง

การ์ตูนคือ คอนเทนต์ที่ไม่มีวันตาย

ฟาก การ์ตูนคลับสามารถอุดช่องวางของการละเมิดสิขสิทธิ์การ์ตูนเพราะเมื่อฉายทันทีในไลน์ทีวีก็ไม่จำเป็นตัองไปอยู่ที่อื่น สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างการรู้รับรู้ให้กับกลุ่มผู้ชมเท่านั้น

รวมไปถึงการขยายไปหาผู้ชมกลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอายุ 4-14 ปี ซึ่งมีสัดส่วนถึง 40% เพราะถึงผู้ชายจะชอบดูการ์ตูนก็จริง แต่ถ้าโตกว่านี้ก็มักจะมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำ จึงไม่อาจตื่นตอนเช้ามาดูในทีวีได้ ซึ่งจริงๆ แล้วการที่ไม่ดูไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเลิกสนใจการ์ตูนแล้ว เพียงแต่ไม่มีเวลาเฉยๆ

นอกจากนั้นการเอาเข้าไปฉายในไลน์ทีวีไม่ได้ทำให้เรตติ้งในทีวีลดลง กลับกันตั้งแต่เอามาลง เพิ่มขึ้นอีก 10%

ธนัท ตันอนุชิตติกุล ซีอีโอ บริษัท การ์ตูนคลับ มีเดีย จำกัด กล่าวว่า

คอนเทนต์การ์ตูนโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือความเป็นอมตะที่ไม่มีวันตาย แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนคนที่เป็นแฟนคลับก็ยังอยู่

ปัจจุบันรายได้ของการ์ตูนคลับแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.การฉายการ์ตูนทั้งในช่องทีวี 5 ช่องคือ 9 HD, 9 Family, 3 SD, 3 Family, GMM 25, ไลน์ทีวี และช่องดาวเทียมชื่อ Cartoon Club Channel ซึ่งการ์ตูนคลับมองธุรกิจยังมีโอกาสอยู่ ด้วยเรตติ้งที่ได้ติดท็อป 20 ของช่องทีวีทั้งหมด ทั้งสามมีสัดส่วนรวมกัน 40-45%

2.จากกิจกรรมต่างๆ เช่น เข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียน มีสัดส่วนราว 20% และ 3.สินค้า Merchandiser 15-20% ที่เหลือมาจากอื่นๆ

เพิ่มคอนเทนต์เจาะแมส ไม่เน้นปริมาณ

ด้านภาพรวมกลยุทธ์ของไลน์ทีวีปีที่ผ่านมาเน้นการจับมือกับช่องทีวีและคอนเทนต์โพรวายเดอร์เพื่อเติมในคอนเทนต์รีรัน รวมไปถึงการเพิ่มออริจินอลคอนเทนต์และมิวสิกให้มีจำนวนมากๆ เพื่อเพิ่มผู้ชมให้เข้ามา

แต่สำหรับในปี 2019 พัลภา ฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางไลน์ทีวี ในกลุ่มของออริจินอลคอนเทนต์ แต่ละโปรเจกต์จึงมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น แต่จำนวนจะลดลงจากปีก่อนที่มีซีรีส์ 11 เรื่องและรายการ 10 รายการ โดยปีนี้ซีรีส์อาจลดลง 3-4 เรื่อง แต่รวมๆ ซีรีส์ก็จะมากกว่ารายการอยู่ดี

ตอนต้นปีได้เริ่มฉายออริจินอลคอนเทนต์ 2 รายการคือแดร็ก เรซ ไทยแลนด์ ซีซัน 2” และสาวแปลกในเมืองป่วน Strange Girl in a Strange Land” ที่ได้ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก มาแสดงนำ และมีแฟนหนุ่มของปูทำโปรดักชั่น

ทีวีรัน วางแผนขยายคอนเทนต์ให้แมส โดยอยู่ในระหว่างเจรจากับช่อง 7, ช่อง 8 และ ช่อง PPTV ในการนำคอนเทนต์มารีรัน ส่วนมิวสิกก็กำลังคุยเพิ่มเติม อาจจะได้เห็นรายการจากศิลปิน เช่น โอ๊ตปราโมทย์

แม้วันนี้จะเห็นศิลปินออกมาทำรายการติดตามชีวิตตัวเองมากขึ้น แต่ในมุมของไลน์ทีวี คอนเทนต์ประเภทนี้อาจจะไม่เหมาะ ด้วยคนดูอยากเห็นโปรดักชั่นที่มีคุณภาพ การตัดต่อ รวมไปถึงบท ซึ่งการทำรายการด้วยกล้องตัวเดียวคนดูไม่ชอบแน่ๆ

ในส่วนของแผนเพิ่มฐานผู้ชมที่เป็นผู้ชายนอกเหนือจากการ์ตูนแล้ว คอนเทนต์กีฬาก็จะนำมาเติมมากขึ้น โดยปลายปีที่ผ่านมาได้มีการทำฟุตบอลซูซูกิคัพ 2018 ถ่ายทอดสดทางไลน์ทีวี ถึงปัจจุบันจะมีคอนเทนต์ที่เหมาะกับผู้หญิง 70% แต่ไลน์ทีวีก็อยากเพิ่มของผู้ชายให้เป็น 50% ในเร็ววันนี้

นอกจากนั้นยังวางแผนเพิ่มคอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยได้คุยกับรายการมาสเตอร์เชฟและแดร็กเรซในต่างประเทศ รวมไปถึงซีรีส์จากจีนและไต้หวัน ซึ่งการหาคอนเทนต์มาเติมเยอะๆพัลภาอธิบายว่า เพื่อเป็นการรักษายอดแอคทีฟ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับไลน์ทีวีอย่างมาก นอกจากคอนเทนต์แล้วจึงต้องทำการตลาด โปรโมตต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่มากไปกว่านั้นคือการรับมือกับการแข่งขันที่นับวันยิ่งรุนแรงและมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะทยอยเปิดตัวให้เห็นอีก ซึ่งไลน์ทีวีก็มั่นใจในจุดแข็งที่รู้ความต้องการของคนไทยเป็นอย่างดี จึงไม่กังวลมากนัก.