“เจเทรนด์” รีเทิร์น


05-01-2010 00:00:00

ปล่อยให้กระแสคลั่งเกาหลีตีกินตลาดวัยรุ่นไทยมาพักใหญ่ ถึงคราว ชิเซโด้ (Shiseido) เคาน์เตอร์แบรนด์จากญี่ปุ่นต้องกลับมาทวงตลาดกลับคืนอีกครั้ง และยังเป็นการตอกย้ำตามกลยุทธ์ระดับโกลบอลกับการเป็นตัวแทนเครื่องสำอางเอเชียในตลาดโลกที่มีรากเหง้าจากญี่ปุ่น ด้วยการเปิดตัว “ชิเซโด้ โตเกียว เคาน์เตอร์” เคาน์เตอร์รูปแบบใหม่ที่ใช้ลงทุน 3 ล้านบาท สูงกว่าเคาน์เตอร์ปกติ

ถือเป็นการเปิดเพิ่มเติมจากเคาน์เตอร์รูปแบบเดิม เพื่อจำหน่ายสินค้าไลน์ใหม่ซึ่งปกติมีจำหน่ายเฉพาะที่ญี่ปุ่น หวังขยายฐานสู่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และสาววัยเริ่มทำงานหรือ 20 Something ที่คลั่งไคล้วัฒนธรรมญี่ปุ่น และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เป็นสาวรุ่นใหม่ได้ราว 20%

ไทยเป็นประเทศที่2 ของโลกที่เปิดเคาน์เตอร์รูปแบบนี้ ขณะที่ไต้หวันเป็นประเทศแรกในโลกที่เปิดเคาน์เตอร์สไตล์โตเกียวและเปิดมานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีเคาน์เตอร์รูปแบบนี้แล้ว 20 กว่าแห่งแล้ว

ทัตซึโอะ ซึโด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด บอกว่า ตัวตนของชิเซโด้คือความเป็นญี่ปุ่น และโตเกียวในฐานะมหานครระดับแถวหน้าของโลก เป็นตัวแทนของภาพลักษณ์ที่ทันสมัย นำเทรนด์ จะช่วยฉายภาพของชิเซโด้ให้แข็งแกร่งและมีสีสันยิ่งขึ้น

“ต้องพรีเซนต์แบรนด์ชิเซโด้ในเวทีการแข่งขันให้ชัดเจนและโดดเด่นยิ่งขึ้น และเสนอผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าไม่สามารถหาซื้อได้มาก่อนในไทยและเป็นคอนเซ็ปต์แบบญี่ปุ่นโดยเบื้องต้นมี 4 ไลน์ คือ Elixir Superieur,
Melanoreduce EX,Maquillage และ Anessa จากนั้นจะเพิ่มมากขึ้นและจะมีความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ถี่ขึ้น”

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับชิเซโด้ โตเกียว เคาน์เตอร์ จะมีราคาเข้าถึงง่ายกว่าเดิมคืออยู่ที่ 1,100-4,700 บาทต่อชิ้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์ในเคาน์เตอร์ปกติจะมีราคา 1,300-10,000 บาทขึ้นไป

โดยเลือกเปิดที่เซ็นทรัล ลาดพร้าวเป็นสาขาแรกในไทย เนื่องจากเป็นสาขาที่มียอดขายสูงเป็น Top 5ของชิเซโด้ อีกทั้งยังมี Customer Profile ที่หลากหลาย ทำให้แผนกเครื่องสำอางที่นี่มีเคาน์เตอร์ชิเซโด้ 2 แห่งที่ต่างคอนเซ็ปต์กัน

ด้าน วนิดา อัศวลาภศิลป์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ชิเซโด้ บอกว่า ตลาดเคาน์เตอร์แบรนด์หรือเครื่องสำอางเพรสทิจ (Prestige) ซึ่งเติบโตราว 5% มีการแข่งขันรุนแรงมาก ทั้ง TVC ที่นอกจากชิเซโด้แล้วยังรวมถึงลังโคมที่ใช้สื่อนี้อย่างหนัก ขณะที่สื่อออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่บรรดาแบรนด์เครื่องสำอางหรูให้ความสนใจ ขณะเดียวกันชิเซโด้บอกว่าต้องเพิ่มจำนวนอีเวนต์ทั้งในและนอกจุดขาย เช่น เวิร์คช็อป เป็นต้น โดยจะเน้นจับมือกับพันธมิตรบริษัทญี่ปุ่นด้วยกัน และจะใช้ Asian Cross Promotion ร่วมกันมากขึ้นทั้งในเกาหลี ไต้หวัน จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย เพื่อให้เกิดอิมแพคมากกว่าเคย

ปัจจุบันชิเซโด้มีสมาชิก 400,000 คน แต่แอคทีฟราว 200,000 คน และมีเคาน์เตอร์ทั้งหมด 80 แห่งทั่วประเทศ

ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) ยังคงรุกหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ต่อไปไม่ให้สั่นคลอน โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด 15% ด้วยการรีลอนช์ ไวท์ ลูเซ่นส์ ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างขาว ในเดือนมกราคม 2553 นี้ นอกจากนี้ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) ยังขยายขอบเขตเพื่อดูแลตลาดในประเทศลาว โดยเปิดช็อป Stand Alone เป็นครั้งแรกที่เวียงจันทน์ เมื่อตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา

Did you know?
ชิเซโด้ ญี่ปุ่นวางจำหน่าย “ยาสีฟัน” มาตั้งแต่ปี 1888 หรือราว 121 ปีที่ผ่านมา

สัดส่วนยอดขายชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด (by product segment)
Prestige (ชิเซโด้,เคล เดอ โป โบเต้,เอต์ตูเซ่ส์, อิปซ่า, นาร์ส, น้ำหอมอิซเซ่ มิยาเกะ, น้ำหอมฌอง ปอล โกลติเยร์ และน้ำหอมนาร์ซิโซ โรดริเกวซ ) 90%

Masstige (มาจอลิกา มายอร์กา,ซีเอ) 10%

สัดส่วนการขายในกลุ่มเพรสทิจของชิเซโด้
ชิเซโด้ 70%
อื่นๆ 30%

ที่มา : ชิเซโด้ (ไทยแลนด์)

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter