ทาปุ๊บต้องพร้อม “เซลฟี่” ทันที! เทรนด์ “เครื่องสำอาง” ปี 2019 ที่ผู้บริโภคอยากได้

0
99

“ผู้หญิงอย่าหยุดรวย เพราะความสวยต้องใช้เงิน” อาจดูเป็นคำที่พูดกันเล่นๆ ระหว่างเพื่อนให้ดูขำๆ แต่หากมองอีกมุมก็สะท้อนได้ว่า ความสวยเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิง และการจะสวยได้นั้นก็ต้องพึงเครื่องประทินโฉมอย่าง “เครื่องสำอาง” เข้ามาช่วย จึงไม่แปลกหากตลาดนี้จะเติบโตขึ้นทุกปี

ในปี 2018 ที่ผ่านมา ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยมีมูลค่ารวม 2.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นสัดส่วนตลาดในประเทศ 1.81 แสนล้านบาท โดยกำลังซื้อส่วนใหญ่มียอดการซื้อต่อครั้งไม่เกิน 1,500 บาทและหันไปซื้อบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น และตลาดส่งออก 9.5 หมื่นล้านบาท คาดภาพปี 2019 จะเติบโตอีกไม่น้อยกว่า 6 – 7%

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจคือการเติบโตของ Social Media กระตุ้นให้คนหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ด้วยเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เปิดโอกาสให้โชว์ตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่แค่ “ผู้หญิง เท่านั้นที่จริงจังกับเครื่องสำอาง “ผู้ชาย” ก็เป็นอีกกลุ่มที่เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้วัยที่ซื้อได้ลดลงจาก 30 ปีขึ้นไป ลงมาถึง 10 กว่าปีแล้ว

ดร.ธนธรรศ สนธีระ รองประธานคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ภายใต้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สินค้ากลุ่มเมคอัพยังมาแรงอยู่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผู้บริโภคอยากได้เครื่องสำอางที่ All In One เช่น เมคอัพที่ผสมครีมบำรุง แต่ที่มากกว่านั้นคือ ทาปุ๊บต้องพร้อม “เซลฟี่ ทันที บางส่วนไม่อยากใช้แอปเข้ามาช่วย เพราะจะทำให้ภาพดูแปลกๆ จึงต้องการเครื่องสำอางที่จะเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ และมีขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก

ขณะเดียวกันเทรนด์ “เฮลท์แอนด์บิวตี้” ก็ทำให้ผู้บริโภคต้องการเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือ Organic มากขึ้น แต่กลุ่มนี้ยังติดปัญหาราคาที่ค่อนข้างแพง จึงมีผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้

ตลาดเครื่องสำอางเติบโตทุกปี ดังนั้นปีๆ หนึ่งมีแบรนด์เกิดใหม่เยอะมากนับพันแบรนด์ ด้วยคนไทยชอบอะไรใหม่ๆ เบื่อของที่ใช้อยู่ จึงเป็นโอกาสที่แบรนด์ใหม่ๆ จะเข้าในตลาด ขณะเดียวกันก็ล้มหายตายจากไปเยอะ น้อยมากที่จะอยู่ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นสินค้ากระแส ดังนั้นสิ่งที่ยากคือการรักษาแบรนด์ให้อยู่ในตลาด

วิธีที่จะอยู่ในตลาดจะต้องขายสินค้าได้ ทำได้ 2 วิธี คือ 1. จับลูกค้ากลุ่มเดิมโดยออกสินค้าใหม่ แต่การจะทำได้ก็ต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร เจาะให้ชัดไปถึงไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่ออกสินค้าในสิ่งที่แบรนด์อยากทำ เช่น ผู้บริโภคชอบเครื่องสำอางแนวเกาหลี ก็สามารถทำตามแต่ต้องปรับให้เข้ากับคนไทย ส่วนแพ็กเกจจิ้งทำแนวเกาหลีเพื่อสร้างความดึงดูด

และ 2. การหาลูกค้าใหม่ ซึ่งโอกาสของผู้ประกอบการไทยไม่ได้อยู่ในประเทศเท่านั้นต่างประเทศเป็นอีกช่องทางที่มองข้ามไม่ได้ จากข้อมูลในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2019 พบว่า ไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้ากลุ่มเครื่องอางแล้วกว่า 16,160 ล้านบาท ซึ่งเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 20% ตลาดส่งออกหลักคือ อาเซียน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์

ด้วยเหตุนี้ คินเท็กซ์ จับมือ ไอซีเว็กซ์ ในเครือบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จึงเตรียมจัดงาน Bangkok Beauty Show ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งในงานมีผู้ประกอบการจาก 20 ประเทศร่วมจัดแสดงบนพื้นที่ 5,480 ตารางเมตร มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจส่งเสริมผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล คาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 10,000 คนทั้งในและจากต่างประเทศ มีมูลค่าเม็ดเงินสะพัดรวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท