เปิดทีมไทยแลนด์ ผลิต “วัคซีนเพื่อคนไทย”


by PR News
10-12-2020 20:20:23

ทันทีที่มีข่าวผู้ติดเชื้อรายใหม่พร้อมกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศที่สืบเนื่องจากกรณี “Super Spreader” ล่าสุดที่ข้ามพรมแดนไทย-เมียนมาผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจและกักตัวตามที่รัฐกำหนดนั้น เป็นเหตุให้คนไทยต้องกลับมาตื่นตัวติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19 กันอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง โดยเฉพาะความคืบหน้าเรื่องการจัดหาและพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณราว 6 พันล้าน เพื่อจัดหาวัคซีนจากบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า จำกัด ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร จำนวน 26 ล้านโดส สามารถรองรับคนไทยได้ประมาณ 13 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ของคนไทยทั้งประเทศที่มีอยู่ราว 70 ล้านคน จึงเกิดคำถามขึ้นว่าแล้วคนไทยอีก 57 ล้านคนที่เหลือจะยังมีสิทธิ์ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิดหรือไม่ และยังต้องรออีกนานเท่าไหร่ประเทศไทยจึงจะข้ามผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้สักที

เมื่อวัคซีนเป็นคำตอบที่มวลมนุษยชาติต่างนับวันเฝ้าคอยให้ได้มา และนักวิจัยวัคซีนจากหลายบริษัทชั้นนำ   ทั่วโลกก็กำลังมุ่งมั่นพัฒนาวัคซีนนั้นด้วยเทคโนโลยีที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งนับเป็นข่าวดีของคนไทยที่วันนี้เราเองก็มีนักวิจัยที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 นี้ได้ด้วยเช่นกัน

ล่าสุดจากการเปิดเผยของบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่ได้รับการบ่มเพาะโดยศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) ได้พัฒนาวัคซีนโควิดจากใบพืช จนสำเร็จในระดับห้องปฏิบัติการและผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองทั้งหนูขาวและลิงแล้ว ได้แสดงความพร้อมที่จะผลิตเพื่อทดลองในมนุษย์ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรอย่างองค์การเภสัชกรรม และบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ผนึกกำลังกันเป็น “ทีมไทยแลนด์” และคาดว่าจะสามารถผลิตและทดสอบวัคซีนในมนุษย์ได้ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2564 ซึ่งหากทำสำเร็จ นี่จะเป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ผลิตได้เองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำบนแผ่นดินไทย ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ และเป็นความหวังใหม่ของคนไทยอีกนับล้านที่ไม่จำเป็นต้องรอ...

 

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter