"เกาหลีใต้" งัดไม้แข็ง ห้ามจับกลุ่มสังสรรค์เกิน 4 คนทั่วประเทศ สกัด COVID-19


by ratirita
04-01-2021 14:27:16
รัฐบาลเกาหลีใต้สั่งขยายมาตรการคุมเข้มสกัด COVID-19 โดยห้ามประชาชนรวมกลุ่มสังสรรค์เกิน 4 คน มีผลทั่วประเทศ และเพิ่มกฎการเว้นระยะห่างทางสังคมในพื้นที่กรุงโซล ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวลงได้กลับมาพุ่งเกิน 1,000 คนอีกครั้ง
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในเกาหลีใต้ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นที่น่ากังวล

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KDCA) รายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ 1,020 คนในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค. รวมสถิติผู้ป่วยสะสม 64,264 คน เสียชีวิตแล้ว 981 คน

ก่อนหน้านั้น เกาหลีใต้มีผู้ป่วยรายวันลดลงเหลือเพียง 657 รายในวันเสาร์ที่ 2 ม.ค. ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคนหนึ่งออกมาระบุว่าการระบาดน่าจะเข้าสู่ภาวะที่ “ควบคุมได้” แล้ว

ทางการโสมขาวได้ประกาศเพิ่มมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในพื้นที่กรุงโซลและปริมณฑล ซึ่งครอบคลุมทั้งโบสถ์, คาเฟ่, ร้านอาหาร, สกีรีสอร์ต และสถานที่สาธารณะอื่นๆ

ผู้ติดเชื้อใหม่กว่า 60% อาศัยอยู่ในกรุงโซล, จังหวัดคยองกี และเมืองอินชอน และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนตามสถานสงเคราะห์และเรือนจำหลายแห่ง

นายกรัฐมนตรี ชุง เซ-คยุน เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการแจกจ่ายวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่จะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้

“ทันทีที่วัคซีนเดินทางมาถึง KDCA ควรจะเตรียมกระบวนการทุกอย่างไว้เพียบพร้อมสมบูรณ์แล้ว ทั้งการจัดส่ง การเก็บรักษา การฉีดวัคซีน และการติดตามผล” ชุง แถลงระหว่างประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาล

ชุง ยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัย, และกระทรวงคมนาคม ร่วมมือกันตระเตรียมกระบวนการแจกจ่ายวัคซีนให้พร้อมเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ และยุโรปบางประเทศ

รัฐบาลโสมขาวมีแผนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และพลเมืองกลุ่มเสี่ยงในเดือน ก.พ. ปีหน้า แต่ถูกพลเมืองในประเทศวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าดำเนินการล่าช้าเกินไป เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) ที่เริ่มฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้แก่พลเมืองกลุ่มเสี่ยงของตนตั้งแต่ก่อนคริสต์มาส

Source
ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter