จับตาความร่วมมือ “กลุ่มพราว x พลังงานบริสุทธิ์” ร่วมผลักดันการท่องเที่ยวแบบ Smart Travel Smart Life


เทรนด์รักษ์โลกมาแรงอย่างต่อเนื่อง ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมจึงได้กลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต่างให้ความสนใจ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนต่างให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ในปีที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นสังคมตื่นตัวกันทั้งในเรื่องของพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า หรือการพูดถึงประเด็น Net Zero ของแบรนด์ธุรกิจต่างๆ

ในภาคของการท่องเที่ยวก็ได้ตระหนักในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวทั้งจากรถยนต์ หรือเครื่องบิน ในแต่ละปีมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล

ที่ผ่านมา “กลุ่มบริษัท พราว” ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ได้ตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวความคิดที่ว่า เมื่อมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ธรรมชาติที่สวยงาม ก็จะทำให้บรรยากาศของเมืองดีตามไปด้วย ดึงดูดนักมาท่องเที่ยวให้มาพักผ่อน ยิ่งถ้าเมืองท่องเที่ยวนั้นๆ มีสภาพอากาศที่ดี ปลอดมลพิษจากควันรถยนต์ ยิ่งทำให้น่าท่องเที่ยว น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันที่สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน และอันดามันดา ภูเก็ต ได้เริ่มนโยบาย Zero Waste หรือการจัดการน้ำเสีย และการนำน้ำมารีไซเคิลแบบ 100% เพื่อให้เกิดการประหยัดและใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด มีการนำน้ำบาดาลมาใช้และลงทุนในระบบกรองน้ำ Reverse Osmosis เพื่อลดการใช้น้ำประปาไปถึง 20% และตั้งเป้าจะเป็นสวนน้ำที่แรก ที่ไม่มีการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (No single-use plastic) ไม่ว่าจะเป็น ขวดน้ำพลาสติก หรือหลอดต่าง ๆ

นอกจากนี้ในปี 2561 ยังได้มีความร่วมมือกับ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ในการเริ่มติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ที่โรงแรมในเครือ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อเป็นการพลักดันการท่องเที่ยวแบบ Smart Travel Smart Life ทำให้เกิดสังคมการเที่ยวแบบ Low Carbon ได้ ยกระดับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการขนส่งแบบไร้มลพิษ

นายวสุ กลมเกลี้ยง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์และวางแผนการลงทุน บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า

” EA และกลุ่มบริษัท พราว ได้ร่วมผลักดันยกระดับการขนส่งแบบไร้มลพิษ และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Smart Travel Smart Life มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปิ 2561 โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ภูเก็ต

ความร่วมมือนี้ได้มีการติดตั้งสถานีชาร์จ EA Anywhere ด้วยระบบการชาร์จ 2 แบบ คือ AC (Narmal Charge) และ DC (Fast Charge) รองรับการชาร์จ ซึ่งเปิดให้บริการแล้วที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน, ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท ” 

เหตุผลที่ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวที่เมืองหัวหินและเมืองภูเก็ตก่อน เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เห็นได้จากจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของ Visa Global Travel Intentions Study พบว่า เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ ปักหมุดเป็นจุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยว

โดยเฉพาะเมืองหัวหินที่มีเส้นทางใกล้กรุงเทพฯ เหมาะสำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติเดินทางมาเยือนกว่า 8 ล้านคน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

EA จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพของของการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม, ศูนย์การค้าชั้นนำอย่างบลูพอร์ต หัวหิน, สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน และร้านอาหารต่าง ๆ

หลังจากที่ได้ติดตั้งสถานีชาร์จ EA Anywhere ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมานั้น พบตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมีผู้ใช้บริการจำนวนกว่า 2,500 คัน นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีของจุดเริ่มต้นของโลก EV ที่ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวมีเทรนด์การใช้ชีวิตเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

EA จึงได้เตรียมสถานีชาร์จให้รองรับเท่าทันต่อความต้องการชาร์จอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่จะซื้อยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นการอำนวยความสะดวกในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทย เดินหน้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากที่หัวหิน และภูเก็ตแล้ว ในปี 2565 EA ได้มีการติดตั้งหัวจ่าย ณ สถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle – PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV) เครื่องอัดประจุไฟฟ้าของ EA เหมาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่มีปลั๊กประเภท 2 (type 2 socket) โดยมีการติดตั้งครอบคลุมทุกภูมิภาคไปแล้วกว่า 490 สถานี (ประมาณ 2,200 หัวชาร์จ)

โดยในปี 2566 มีเป้าหมายในการเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับเทรนด์การใช้รถไฟฟ้าสามารถให้บริการกับประชาชนได้อย่างครอบคลุม โดยผู้ใช้บริการสามารถค้นหาสถานีได้อย่างง่ายจากแอปพลิเคชัน EA Anywhere ที่พัฒนาจากบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด โดยสามารถดาวน์โหลดและใช้งานทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android

นอกจากนี้ EA ยังได้พัฒนา และติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน คิดเป็น 1.85 เมกะวัตต์ สามารถประหยัดพลังงานได้กว่า 30% หรือคิดเป็นกว่า 6-8 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีแผนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวของศูนย์การค้าฯ และสวนน้ำ จังหวัดภูเก็ตเพิ่มเติมอีกด้วย

พร้อมกับการพัฒนา Green Product ในด้านพลังงานสะอาดที่หลากหลาย อาทิ รถบัสโดยสารไฟฟ้า MINE BUS เรือพลังงานไฟฟ้า MINE Smart Ferry พร้อมด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ล่าสุดส่งมอบนวัตกรรมและเทคโนโลยี Electric Vehicle (EV) ในภาคการขนส่งสาธารณะและภาคโลจิสติกส์ เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ MINE MT 30 รถกระบะไฟฟ้าสัญชาติไทย 100%

ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำรถกระบะไฟฟ้า MINE MT30 ไปใช้ได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น ดีไซน์เป็น Shutter Van ให้บริการรับ-ส่ง สาธารณะ หรือ Mobile Office เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน หรือดีไซน์เป็น Campervan ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวชอบพักผ่อนบรรยากาศธรรมชาติ และยังสามารถดัดแปลงเป็น Food Truck เพื่อขายสินค้าริมทะเล หรือถนนคนเดิน ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้านี้จะช่วยเอื้อต่อการทำธุรกิจสมัยใหม่ มีความคล่องตัว ปลอดภัย ประหยัดพลังงานลดปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการยัง สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านเชื้อเพลิง และค่าซ่อมบำรุงรักษา

EA มีความเชื่อว่า การส่งมอบ Green Product จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศไทย ให้พื้นที่ต่าง ๆ มีภาคการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้ในตอนนี้อาจยังไม่มีการบริการที่แพร่หลาย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับอนาคต

สำหรับเมืองหัวหิน และเมืองภูเก็ต ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่นำร่องของการก้าวสู่เมืองอัจฉริยะ โดยมองว่าการพัฒนาให้ “หัวหิน สมาร์ทซิตี้” เป็นเมืองอัจฉริยะที่มีความทันสมัย ทำให้เมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก World Class Tourism Destination ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถเป็นต้นแบบและขยายผล Smart City ไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศได้ในอนาคต

ทั้งนี้ การที่จะเป็น Smart Travel Smart Life ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรในการก้าวสู่ Smart City ได้ แต่สิ่งสำคัญใน ตอนนี้คือการสร้างการรับรู้ และการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ การที่จะได้เห็นสิ่งแวดล้อมสะอาดมากขึ้น ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม