“ออน สมฤทัย” เจ้าแม่ Perrine Porter เจ้าของวลีไวรัล Thank You Kateyki ฮิตจนออกซิงเกิ้ล

เชื่อได้ว่าบนโลกออนไลน์ไม่มีอะไรที่จะฮิตไปกว่า Thank You Kateyki ไปได้อีกแล้ว โดยที่มาที่ไปของวลีฮิตนี้มาจาก “ออน สมฤทัย รัตนวราห” อินฟลูเอนเซอร์สายแบรนด์เนม พ่วงกับตำแหน่งดาว TikTok และเป็นหวานใจของหมอสอง นพรัตน์ แพทย์ด้านศัลยกรรมชื่อดัง

ออน สมฤทัย ติดทำเนียบคนดังบนโลกโซเชียลได้อย่างไร Positioning จะพาไปรู้จักกัน

เจ้าแม่แบรนด์เนม

“ออน สมฤทัย” นักธุรกิจสาววัย 31 ปี เจ้าของแบรนด์ Perrine Porter ร้านซื้อ-ขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองเบอร์ต้นๆ ของไทย ก่อนหน้านั้นออนเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง SF Brandname ด้วย โดยมี “สุด-วัฒนพล” เป็นพาร์ทเนอร์อีกคน 

ออนมีความชอบสินค้าแบรนด์เนมมาตั้งแต่เด็ก จึงเริ่มทำธุรกิจซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ถ้าใครที่อยู่ในวงการสินค้าแบรนด์เนมมือสอง จะต้องคุ้นเคยชื่อ SF Brandname เป็นอย่างดีแน่นอน เพราะเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ทำคอนเทนต์บนอินสตาแกรม 

ออน สมฤทัย

ด้วยความที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์เนม ทำให้ออนต้องทำคอนเทนต์ที่ล้อไปกับธุรกิจนั่นเอง ในช่วงแรกคอนเทนต์ส่วนใหญ่จึงเป็นการโชว์ไลฟ์สไตล์ติดแกลม ท่องเที่ยวต่างประเทศ ช้อปปิ้งสินค้าหรู นั่งเครื่องบิน Business Class ไปจนถึงคอนเทนต์การเลือกซื้อกระเป่าแบรนด์เนม เปิดกรุแบรนด์เนมกับคนดังต่างๆ

ออนมีผู้ติดตามใน TikTok 5.6 ล้านยูสเซอร์ และมีผู้ติดตามใน Instagram 1.5 ล้านยูสเซอร์ โดยมียอดเอ็นเกจเมนต์แต่ละคลิปถือว่าสูงมาก ส่วนใหญ่มียอดวิวในระดับหลักล้านขึ้นไปทั้งนั้น

เจ้าของไวรัล Thank You Kateyki

ออน สมฤทัย เริ่มเป็นไวรัลเมื่อปี 2024 โดยมีการทำคอนเทนต์แนวอวดรวย อวดชีวิตลักชูฯ พร้อมการพูดภาษาอังกฤษในสำเนียงลูกคุณ 

คอนเทนต์อวดรวยของออน สมฤทัยจะเป็นในแนวใส่เสื้อผ้าหรูหรา เวอร์วัง พรอพเยอะ ขับรถซูเปอร์คาร์ ช้อปปิ้งตามห้างฯ หรู ร้านแบรนด์เนม เวลาช้อปจะใช้วิธีเหมาทุกสี เหมาทั้งชั้น แต่เป็นการเหมาแบบคอนเทนต์เฉยๆ ไม่ได้เหมาจริงๆ

คอนเทนต์ของออน สมฤทัยจะมีตัวละครหลักอีก 2 คนก็คือ “เต้” บอดี้การ์ดประจำกาย ที่จะพบเห็นเกือบทุกคลิป เจ้าของชื่อ Kateyki จากวลี Thank You Kateyki นั่นเอง ออนเคยเล่าว่าเต้เป็นบอดี้การ์ดสมัยที่ SF Brandname จัดงานเซลครั้งใหญ่ประจำปี จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดเพื่อดูแลความปลอดภัย เพราะมีของมูลค่าสูง

ออน สมฤทัย

แต่เป็นเพราะจังหวะที่ช่วงนั้นออนกำลังจะถ่ายคลิปทำคอนเทนต์ แล้วเต้อยู่ใกล้ๆ พอดี จึงเรียกว่าถ่ายคอนเทนต์ด้วย พอถามชื่อเจ้าตัวบอกชื่อเต้ แต่มองว่าเป็นชื่อแมนๆ เกินไป จึงเปลี่ยนเป็น “เทกี้” พร้อมกับเรียกว่าคุณเทกี้ แต่เรียกไปเรียกว่าเป็น Kateyki จนถึงทุกวันนี้

อีกคนก็คือ “คุณน้อย” แม่บ้านสายซัพพอร์ต สายชม สายอวย ไม่ว่าคุณออนจะทำอะไรคุณน้อยจะชมเสมอ ส่วนหมอสองมาให้พบเห็นบ้างไม่กี่คลิปในบทบาท “Doctor” 

ในแต่ละคลิปออนมักจะพูด Thank You Kateyki ทุกครั้งที่บอดี้การ์ดบริการอะไร ไม่ว่าจะเปิดประตู ช่วยถือของ หยิบของมาให้ ถ่ายรูปให้ หรือแม้กระทั้งช่วยเลือกของต่างๆ บวกกับสำเนียงสไตล์ลูกคุณ ทำให้วลีนี้โด่งดังบนโลกโซเชียล 

วลีนี้ฮิตถึงขนาดที่ว่า “ลิซ่า BLACKPINK” เคยพูดในไลฟ์ของตนเอง รวมถึง “แบมแบม” ก็เคยถ่ายคลิปร่วมกับออน และเคยพูดประโยคนี้เช่นกัน

แบรนด์เนมฉ่ำ แต่คนไม่หมั่นไส้

ด้วยคอนเทนต์สไตล์อวดรวยแบบออน สมฤทัย ใช้ของแบรนด์เนม ใช้สินค้าหรู ถ้าเป็นคนอื่นจะรู้สึกหมั่นไส้แน่นอน หรืออาจจะรู้สึกว่าปลอม เฟค ไม่จริงใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่าคอนเทนต์ของออน สมฤทัยเป็นคอนเทนต์อวดรวยแบบฉ่ำที่ชาวเน็ตไม่ค่อยหมั่นไส้เท่าไหร่ เพราะด้วยคาแรกเตอร์ตัวเล็กตัวน้อย เป็นคนใจดีกับแม่บ้าน บอดี้การ์ด 

ในแต่ละคอนเทนต์ชาวเน็ตจะคอยดูไอเทมของออน และประทับใจในความรวย เช่น การมีบัตร AMEX Platinum Card แสดงว่าต้องระดับไหน รวมไปถึงการใช้สมาร์ทโฟน Vertu Phone สมาร์ทโฟนระดับลักชัวรี่ที่ราคาสูงถึงเครื่องละ 700,000 บาท

ออน สมฤทัย

ในแต่ละคลิปชาวเน็ตจะรู้สึกชอบใจเมื่อได้ยินออนพูด Thank You Kateyki ถ้าหากคลิปไหนมีตัวละครหายไปก็จะติดตามต่อเรื่อยๆ เป็นการสร้างแบรนด์ดิ้งตัวเองได้อย่างดี 

แต่เดิมชาวเน็ตก็รู้จักออน สมฤทัยอยู่แล้ว แต่ยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อหมอสองได้ทำการขอแต่งงาน ทำให้มีข่าวปรากฏในสื่อมากขึ้น ยิ่งทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก 

ไวรัลจนออกซิงเกิ้ล

ในยุคปัจจุบันการเป็นศิลปินไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องผ่านค่ายยักษ์ใหญ่ ทำเพลงและเผยแพร่ผ่าน YouTube และช่องทางอื่นๆ ได้ ทำให้แจ้งเกิดศิลปินใหม่ๆ จากค่ายเล็กๆ มากขึ้น

ออน สมฤทัยมีไลฟ์สไตล์ชอบร้องเพลงเช่นกัน มีอยู่หลายคลิปที่มีการคัฟเวอร์เพลงแบบสไตล์ตัวเอง จนในที่สุดก็มีซิงเกิ้ลเป็นของตัวเอง โดยเอาวลีฮิต Thank You Kateyki (Lalala) มาเป็นชื่อเพลง ซึ่งเพลงนี้ได้ “นิว นภัสสร สุวรรณานนท์” หรือที่รู้จักกันในนามดูโอ้ “นิวจิ๋ว” มาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงนี้

เนื้อเพลงก็ได้หยิบคำที่ออนชอบพูดในคลิปมาใส่ พร้อมกับใส่สำเนียงแบบในคลิป เริ่มปล่อยเพลงเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 68 ที่ผ่านมา

การเป็นผู้โด่งดังบนโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่รู้จักการบริหารคอนเทนต์ให้มีความคิดสร้างสรรค์ และมีคาแรกเตอร์ให้ชัด พร้อมกับไม่ได้ทำคอนเทนต์ที่ทำร้ายคนอื่น