“ดุสิตธานี” สร้างชื่อจากธุรกิจโรงแรมมากกว่า 70 ปี โดยแต่เดิมมี 2 ธุรกิจหลัก คือ โรงแรม และการศึกษา โดยนับตั้งแต่ปี 2559 ได้เริ่มไดเวอร์ซิฟายธุรกิจสู่กลุ่มอาหาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
โดยเป้าหมายหลัก คือ สร้างสมดุล สร้างการเติบโต และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจของดุสิตธานี ไม่ให้พึ่งพิงน่านน้ำรายได้จากสายใดสายหนึ่งมากจนเกินไป
ซึ่งปี 2567 ดุสิตธานี เริ่มชิมลางเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล ปั้นโครงการมิกซ์ยูส “ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” ประกอบด้วยโรงแรม อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ของดุสิตเอง และถือเป็น Branded Residences สัญชาติไทยครั้งแรก
“เราไม่ได้มาจากสายอสังหา แต่เติบโตมาจากธุรกิจบริการ จึงอยากนำความเชี่ยวชาญเรื่อง Hospitality มาใช้กับธุรกิจที่อยู่อาศัย ให้รับเซอร์วิสไม่ต่างจากโรงแรม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าว
สำหรับปี 2568 ดุสิตธานี เตรียมขยายโครงการที่อยู่อาศัย รูปแบบ Branded Residences ในต่างจังหวัดครั้งแรก ประเดิมพื้นที่หัวหิน โดยใช้ชื่อ “ดุสิต อจารา หัวหิน” มูลค่า 2,000 ล้านบาท
“หัวหิน เป็น Top 4 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย เป็นรองแค่ กทม. ภูเก็ต และพัทยา ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้ผลักดันหัวหินสู่ Smart City ปัจจัยนี้ผลักดันให้ตลาดอสังหากลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลางไปจนถึงอัลตราลักซูรีได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวไทย และชาวต่างชาติ อาทิ โซนสแกนดิเนเวีย“

สำหรับ ”ดุสิต อจารา หัวหิน“ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ บริเวณใกล้กับโรงแรมดุสิตธานีหัวหิน วางแผนการขายในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) ประมาณ 30 ปี และต่อสัญญาได้อีก 30 ปี คาดเริ่มก่อสร้างปี 2569 ก่อนแล้วเสร็จในปี 2571 เบื้องต้น จะเริ่มเปิดขายแบบพรีเซลในเดือนเมษายนนี้
โดยราคาขายเฉลี่ยจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มที่อยู่อาศัย Branded Residences อยู่ที่ประมาณ 200,000-250,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งสูงกว่าที่อยู่อาศัยทั่วไป (Non-Branded Residences) ที่มีราคา 100,000-150,000 บาท/ตร.ม.
ทั้งนี้ ดุสิต อจารา หัวหิน มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท พัฒนาในรูปแบบอาคาร Low Rise จำนวน 7 อาคาร มีจำนวนทั้งหมด 96 ยูนิต โดยห้องจะมี 4 รูปแบบ ได้แก่
- 1 ห้องนอน ขนาด 70-90 ตร.ม.
- 2 ห้องนอน ขนาด 120-180 ตร.ม.
- 3 ห้องนอน ขนาด 250 ตร.ม.
- ห้องเพนต์เฮ้าส์ 3 ยูนิต ขนาด 300 ตร.ม.
“บริษัทฯ วางทาร์เก็ตเป็นคนไทย 60% และต่างชาติอีก 40%”

ความพิเศษของโครงการนี้ คือ ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ได้จาก Dusit Hospitality Services อาทิ
- บริการ Concierge 24 ชม.
- บริการแม่บ้านทำความสะอาด 2 ครั้ง/สัปดาห์
- สิทธิประโยชน์ Dusit Gold Platinum สามารถใช้บริการโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตธานีที่ร่วมสิทธิ์ทั่วโลก
“ดุสิตธานีเชื่อมั่นว่า โครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเพิ่มโอกาสการเข้าพักระยะยาวของชาวต่างชาติ และยังกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยบนหัวหินให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลกในการใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ระดับอัลตราลักซูรี”