แอร์เอเชีย หันจับนักท่องเที่ยวอินเดีย-เส้นทางบินในประเทศ รับมือตลาดจีนซบยาว

“สันติสุข คล่องใช้ยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น และ บจ. ไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ช่วงก่อนเกิดโควิด ปี 2562 “คนจีน” เคยขึ้นแท่นอันดับ 1 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากสุด ที่ประมาณ 10 ล้านคน ของนักท่องท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทยทั้งหมด 40 ล้านคน

 

ขณะที่ ปี 2567 มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเพียง 6.7 ล้านคน ส่วนปี 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็น 8 ล้านคน

ทว่าช่วง 3 เดือนนี้ (ม.ค.-มี.ค. 68) มีคนจีนมาไทยเพียง 1.5 ล้านคน หากเมนเทนเท่านี้ครบ 4 ไตรมาส ยอดนักท่องเที่ยวจีนจะได้เพียง 6 ล้านคน ไม่เท่าปีก่อนด้วยซ้ำ 

 

ในส่วนของ ”แอร์เอเชีย“ ช่วงต้นปี-ปัจจุบัน ยอดนักท่องเที่ยวจีนเหลือ 2 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจากไฟลต์บินระหว่างประเทศ จากเดิมเคยครองสัดส่วนสูงถึง 20% โดยกลุ่มที่หายไปส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์

 

ปัจจัยหลักการหดตัวลงอย่างรุนแรงมาจากความไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในไทย ต่อเนื่องจากกรณีลักพาตัว “ซิงซิง” ดาราจีน โดยใช้ไทยเป็นเส้นทางค้ามนุษย์ รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวต่อเนื่อง

 

“ที่น่าห่วง คือ นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยหดตัวอย่างรุนแรง แต่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกลับขยายตัวสูง อาทิ ญี่ปุ่นที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนแซงไทยครั้งแรกในปีก่อน ส่วนเวียดนาม ช่วงต้นปีนี้มีคนจีนไป 7 แสนคน เพิ่มขึ้น 200% ตลอดจนมาเลเซียก็ได้อานิสงส์จากจุดนี้“

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ปี 2568 แอร์เอเชีย ลดไฟลต์บินเส้นทางระหว่างจีน-ไทย เหลือสัดส่วน 17% (จาก 30% ช่วงก่อนโควิดในปี 2562) ของจำนวนไฟลต์บินระหว่างประเทศทั้งหมด

 

“อาการนักท่องเที่ยวจีนต้นปี 2568 เข้าขั้นโคม่า ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุน ททท. เพื่อให้โปรโมตประเทศไทยกับคนจีน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และต้องทำทันที โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ต้องลุ้นสถานการณ์อีกที”

 

สันติสุข กล่าวต่อไปว่า จากนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวลง ทำให้แอร์เอเชีย ต้องหันจับตลาดใหม่ทดแทน อาทิ 

  • อินเดีย เพิ่มจำนวนไฟลต์บินสัดส่วน 18% จากเดิมสัดส่วน 8% ของจำนวนไฟลต์ บินอินเตอร์ฯ
  • เอเชียตะวันออก อาทิ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เพิ่มจำนวนไฟลต์บินสัดส่วน 16% จากเดิมสัดส่วน 15% ของจำนวนไฟลต์บินอินเตอร์ฯ
  • อาเซียน อาทิ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เพิ่มจำนวนไฟลต์บินสัดส่วน 49% จากเดิมสัดส่วน 46% ของจำนวนไฟลต์บินอินเตอร์ฯ

“ททท. คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ปี 2568 จะฟื้นตัวเท่าช่วงก่อนเกิดโควิดปี 2562 หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน โดยหลายตลาด เช่น อินเดีย มาเลเซีย ไต้หวัน รัสเซีย และซาอุดีอาระเบีย พบว่า ยอดนักท่องเที่ยวทำนิวไฮในปี 2567“

 

ขณะเดียวกัน อีกกลยุทธ์สำคัญ คือ การให้น้ำหนักการบินในประเทศ (Domestic) เพิ่มเป็น 65% ส่วนต่างประเทศเหลือ 35% ซึ่งที่ผ่านมาตลาดในประเทศ มีดีมานด์ดี และทำอัตรากำไร (Margin) ดีกว่าตลาดต่างประเทศราว 2 เท่าตัว ซึ่งปีที่ผ่านมาแอร์เอเชียครองมาร์เก็ตแชร์เที่ยวบินในประเทศถึง 40% 

 

โดยปี 2568 ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางในประเทศ จะทะลุ 200 ล้านคน แซงช่วงก่อนโควิดที่มีจำนวน 173 ล้านคน ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

 

ทั้งนี้ แอร์เอเชีย มีแผนเพิ่มเครื่องบินอีก 6 ลำ ทำให้ในสิ้นปีนี้ มีจำนวนเครื่องบิน 66 ลำ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเที่ยวบินที่ปัจจุบันกลับมาประมาณ 80% และมีโอกาสให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น

 

 

สำหรับปี 2568 แอร์เอเชียตั้งเป้ามีผู้โดยสาร 23-24 ล้านคน ส่วนอัตราขนส่ง    ผู้โดยสาร (LOAD FACTOR) อยู่ที่ 90% ส่วนการเติบโตรายได้วางไว้ 15% (จากการขยายฝูงบิน) 

 

จากปี 2567 มีจำนวนผู้โดยสาร 21 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% โดยมี LOAD FACTOR 91% เพิ่มขึ้น 1 จุด และทำรายได้ทุบสถิติอยู่ที่ 49,436 ล้านบาท เติบโต 20% และกำไรสุทธิ 3,468 ล้านบาท เติบโต 647% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY)