เมื่อประเด็นความยั่งยืนกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่หลายแบรนด์ให้ความสำคัญ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเองได้ประกาศจุดยืนด้านความยั่งยืนอย่างแข็งแกร่งผ่านหลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือการลงทุนผ่านกองทุน ที่มีการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพต่อ ตอกย้ำจุดยืนการเป็น Bank of Sustainability
โดยที่มี บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (บีคอน วีซี) บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย มีพันธกิจในการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจของธนาคาร รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้แก่พันธมิตรในระบบนิเวศทางธุรกิจ
บีคอน วีซี เดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านกองทุน Beacon Impact Fund ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัทสตาร์ทอัพ และกองทุนร่วมลงทุนที่พัฒนาโซลูชันด้าน ESG ซึ่งสามารถวัดผล และขยายผลได้จริงเพิ่มเติมใน 3 โครงการ ได้แก่
• Quantified Energy (QE) สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ผู้นำด้านเทคโนโลยีตรวจสอบแผงโซลาร์สำหรับ Utility-scale Solar Farm ด้วยโดรนอัตโนมัติแบบ Electroluminescence (EL) Mapping Solution ซึ่งมีความแม่นยำในการวัดการสูญเสียพลังงานและความรวดเร็วในการตรวจสอบที่เหนือกว่าเทคโนโลยีปัจจุบันอย่างชัดเจน โซลูชันของ QE ถูกใช้อย่างกว้างขวางในเอเชีย ยุโรป โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง พร้อมทำสถิติโลกด้วยการตรวจสอบแผงโซลาร์กว่า 1 ล้านแผงภายใน 3 สัปดาห์ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถวัดการสูญเสียพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• Arkadiah Technology สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ที่ให้บริการพัฒนาโครงการปลูกป่าเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ ไปจนถึงการลงทะเบียนคาร์บอนเครดิตกับองค์กรมาตรฐานระดับโลก เช่น Verra และ Gold Standard รวมถึงการจำหน่ายผ่านเครือข่ายพันธมิตร จุดเด่นสำคัญของ Arkadiah คือการให้บริการ Digital Monitoring, Reporting, and Verification (dMRV) ที่มีความแม่นยำสูงเป็นพิเศษ ด้วยการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง เพื่อประมวลผลและผสานข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมและ LiDAR ได้อย่างแม่นยำ ทำให้การติดตามและวัดคาร์บอนเครดิตมีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูง ช่วยเพิ่มผลตอบแทนทางการเงินของโครงการ และสนับสนุนให้เกิดโครงการปลูกป่าใหม่ในอนาคต
• Raisewell Ventures กองทุนเพื่อสังคม (Impact Fund) จากซิลิคอนแวลลีย์ ที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ในสหรัฐอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศไทย กองทุนมุ่งลงทุนในบริษัทช่วงเริ่มต้นถึงระยะกลาง (Early- to Mid-Stage) ในสามกลุ่มหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech), การผลิตและซัพพลายเชน (Supply Chain Manufacturing), และ เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างภูมิภาค ส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมและธุรกิจให้เติบโตในระดับภูมิภาค การร่วมมือกันครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการส่งตรงองค์ความรู้ ทรัพยากร และเครือข่ายจากสหรัฐอเมริกามาสู่ Ecosystem ของไทย เป็นการช่วยเร่งสปีดให้สตาร์ทอัพไทยเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้เร็วยิ่งขึ้น
นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) เปิดเผยว่า
“ในฐานะบริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย บีคอน วีซี ยึดมั่นพันธกิจในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านการดำเนินงานของกองทุน Beacon Impact Fund ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย โดยเน้นการลงทุนโดยตรงในบริษัทสตาร์ทอัพ หรือผ่านกองทุนเงินร่วมลงทุนทั่วโลก ที่พัฒนาโซลูชัน นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป็นหลัก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทยในการเป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น เสริมความพร้อมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน และการสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง”
ปัจจุบันกองทุน Beacon Impact Fund ได้ส่งมอบเงินลงทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 600 ล้านบาท โดยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติต่างๆ ของ ESG ที่สามารถวัดผลได้และมีศักยภาพในการขยายผลในวงกว้าง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกองทุน Beacon Impact Fund ในการส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และและภูมิภาคอื่นทั่วโลก
นายธนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บีคอน วีซี ยังคงมองหาโอกาสลงทุนในสตาร์ทอัพและกองทุนร่วมลงทุนที่สามารถยกระดับศักยภาพและต่อยอดเทคโนโลยีในทุกมิติของ ESG ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งนี้ บริษัทพร้อมทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และผู้เชื่อมโยงโอกาส โดยนำประสบการณ์การลงทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไปในอนาคต


