แม้ว่า เวียดนาม จะถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 20% แต่ปัจจัยลบดังกล่าวไม่อาจหยุดยั้งการเติบโตของ GDP ได้ โดยล่าสุด สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม ประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2025 เติบโต 8.46% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ส่งผลให้ GDP ปี 2025 ของเวียดนามเติบโตสูงถึง 8.02% และภายในปีนี้ GDP ของเวียดนามอาจแซงหน้าไทย
เติบโตพุ่ง 8% แม้เจอกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ
เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2025 ขยายตัวถึง +8.02% ซึ่งเป็นการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นจากปีก่อนหน้าที่เติบโตได้ +7.09% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง แม้จะถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าถึง 20% ก็ตาม
โดยยอดส่งออกรวมของเวียดนามโตขึ้น +17% คิดเป็นมูลค่าราว 4.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 1.53 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีที่ผ่านมา เวียดนามเกินดุลกับสหรัฐฯ สูงถึงเกือบ 1.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปัจจุบัน เวียดนามได้กลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทข้ามชาติหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Apple และ Nike อีกทั้งกำลังดึงดูดให้ค่ายรถยนต์และแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วนที่มีกำลังการผลิตในไทย ย้ายฐานไปเวียดนาม เนื่องจากค่าแรงและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจกว่า ส่งผลให้มีการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เพิ่มขึ้น 9% คิดเป็นเม็ดเงิน 2.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ การบริโภคในประเทศและการใช้จ่ายภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นตัวช่วยสำคัญ โดยเวียดนามทุ่มงบมหาศาลสร้างสนามบินใหม่ และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีน ส่งผลให้ภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดขายปลีกโตขึ้น 9.2%
อย่างไรก็ตาม เวียดนามกำลังถูกสหรัฐฯ เพ่งเล็งในฐานะ ทางผ่านของสินค้าจีน (Transshipment hub) โดยยอดนำเข้าสินค้าจากจีนมายังเวียดนามพุ่งสูงขึ้นเป็น 1.86 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสินค้าที่ถูกตัดสินว่าเป็นการสวมสิทธิ์ส่งออกอาจต้องเผชิญภาษีสูงถึง 40%

จ่อแซงไทยในปีนี้
ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าการเติบโตในปี 2026-2030 ไว้ที่ ไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี เพื่อขยับขนาดเศรษฐกิจไปแตะระดับ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทาง Nikkei Asia มีการคาดการณ์ว่ามูลค่า GDP รวม (Nominal GDP) ของเวียดนามมีโอกาสพุ่งแซงไทยได้ภายในปี 2026 นี้เลย หากเวียดนามสามารถทำตามเป้าหมายการเติบโตที่ 10% ได้สำเร็จ
หรือถ้าหากไม่ใช่ปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าจะแซงภายในไม่ปี 2027-2028 แน่นอน เพราะอัตราเร่ง (Growth Rate) ของสองประเทศห่างกันมาก โดยเวียดนามเติบโตที่ 8-10% ขณะที่ไทยโตเพียง 1.5-2% เนื่องจากประเทศกำลังเจอมรสุม หนี้ครัวเรือน ที่กดทับการบริโภค รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ GDP รวมจะโดนแซง แต่ GDP ต่อหัว (GDP per capita) หรือความรวยเฉลี่ยของประชากรไทยยังสูงกว่าเวียดนามอยู่พอสมควร โดยไทยอยู่ที่ประมาณ 7,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.5 แสนบาท) ขณะที่เวียดนามกำลังพยายามแตะ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 แสนบาท)



