สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทย ค่อนข้างยังไม่พร้อมกับการแข่งขันในตลาดโลก เนื่องจาก เผชิญความท้าทายรอบด้าน อาทิ หนี้ครัวเรือนสูง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การเข้าสู่สังคมสูงวัย รวมไปถึงความเหลื่อมล้ำของกลุ่ม SME
“ความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทยน้อย ถ้าไม่แข็งแรงประเทศไทยคงไปต่อได้ยาก ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาก็ตาม”
ขณะที่ ภาพรวม GDP ไทยถือว่าโตต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาคเดียวกัน โดยปี 2568 คาดว่าเติบโต 2% หรืออยู่ในกรอบ 0.7-2.0% แต่หากประเมินการเติบโตของ GDP ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2569 – 2573) ขยายตัวเฉลี่ย 2.2%
หนี้ครัวเรือนทั้งในระบบ-นอกระบบทะลุ 101%
ธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ด้านหนี้ครัวเรือนของคนไทย ยังอยู่ในระดับสูง หากรวมทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ จะมีสัดส่วนสูงถึง 101% ต่อ GDP (จากหนี้เฉพาะในระบบที่มีข้อมูล มีมูลค่าราว 16.4 ล้านล้านบาท)
สอดคล้องกับ ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนไทย ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารกรุงไทย (ณ เดือน พ.ย. 68) ที่สะท้อนภาวะเปราะบางทางการเงินของคนไทยในปีนี้ที่ขยายตัวขึ้น ดังนี้
ปี 2568
- กลุ่มมีหนี้ สัดส่วน 82.8%
- กลุ่มไม่มีหนี้ สัดส่วน 17.2%
ปี 2567
- กลุ่มมีหนี้ สัดส่วน 77.8%
- กลุ่มไม่มีหนี้ สัดส่วน 22.2%
เศรษฐกิจนอกระบบไทย เกือบครึ่งของ GDP ประเทศ
เจาะลึกภาพรวมเศรษฐกิจไทย พบอีกปัญหาใหญ่คือ เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ (26%), เวียดนาม (14%), มาเลเซีย (30%), อินโดนีเซีย (18%) เป็นต้น
รวมถึงไทยยังมีแรงงานนอกระบบกว่า 53% และมี SME ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพียง 28% เท่านั้น
ขณะที่ทั่วประเทศ มีคนไทยยื่นภาษีเพียง 11-12 ล้านคน และเก็บภาษีได้จริง ๆ เพียง 4 ล้านคน
“เศรษฐกิจนอกระบบ ทำให้ไม่สามารถเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะเห็นได้ว่าโครงสร้างภาษีไทยใช้เงินจากคน 4 ล้านคน ต้องกระจายช่วยคนทั้งประเทศ สมการนี้บิดเบี้ยวมาก ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามนำข้อมูลเข้าระบบ แต่จัดเก็บยังไม่ทั่วถึง ซึ่งยังต้องเดินหน้าจัดเก็บข้อมูลเข้าระบบกันต่อไป และสร้างความเข้าใจกับประชาชน”
มอง 5 ข้อ Quick Big Win ไทย
ทั้งนี้ กรุงไทย มอง 5 หนทางนำไทยสู่ความสำเร็จ และรักษาเสถียรภาพทางการคลัง ได้แก่
1.การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อาทิ คนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการ การท่องเที่ยวเมืองรอง และการขยายตลาดส่งออก
2.ลดภาระหนี้ประชาชน เช่น แก้หนี้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท หรือสินเชื่อเพื่อคนตัวเล็ก
3.เพิ่มสภาพคล่อง SMEs อาทิ เพิ่มสภาพคล่องรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท, ลดหย่อนภาษีพี่ช่วยน้อง, คืนภาษี
4.เพิ่มการออมของประชาชน อาทิ สลากเพื่อการออม, พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการออม
5.การลงทุนเพื่ออนาคต อาทิ รีสกิลทักษะ, การหา New S-curve ใหม่ ๆ, Fast Pass โครงการ BOI เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อปลดล็อกความท้าทายใหญ่ 3 ด้าน คือ ความเปราะบางทางโครงสร้างที่มีอยู่แต่เดิม, ขาดความสามารถแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายของภาครัฐ โดยตัวอย่างโครงการที่เริ่มนำร่องไปแล้ว เช่น การแก้หนี้ผ่าน JV AMC เป็นต้น



