โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทด้านการจัดหางาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Gen Z ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงาน ความคาดหวังต่อที่ทำงานก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องรูปแบบการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในการทำงาน หากองค์กรยังใช้สูตรเดิม อาจรักษาคนรุ่นนี้ไว้ได้ไม่นาน
มุมมองจากองค์กร ยอมรับบริหาร Gen Z ยาก
- 72% ขององค์กร เปิดรับการจ้างงาน Gen Z
- มากกว่า 50% มองว่า Gen Z เด่นด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เป็นทักษะสำคัญต่อธุรกิจ
- แต่ 44% ยอมรับตรงกันว่า “การบริหาร Gen Z คือความท้าทาย”
สะท้อนว่า องค์กรเห็นศักยภาพ แต่ยังปรับระบบให้เข้ากับวิธีคิดและการทำงานของคนรุ่นนี้ได้ไม่เต็มที่
มุมมองจาก Gen Z องค์กรยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร
- มีเพียง 33% ที่รู้สึกว่าองค์กร “พร้อม” จริง
- อีก 46% มองว่าองค์กร “ค่อนข้างพร้อม” แต่ยังไม่สุด
- 56% คาดว่าจะทำงานกับที่เดิมแค่ 1–2 ปี
- มีเพียง 27% ที่คิดว่าจะอยู่ต่อ 3–5 ปี
พูดง่าย ๆ คือ Gen Z ไม่ได้ตั้งใจลาออกเร็ว แต่ถ้าไม่เห็นอนาคต ก็พร้อมไปต่อที่อื่น
Gen Z อยากได้อะไรจากที่ทำงาน?
1. ความยืดหยุ่น = มาตรฐาน ไม่ใช่โบนัส
- 54% ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นหรือรีโมตได้
- รองลงมา คือ งานที่มีโครงสร้างชัดเจน (25%)
- และการทำงานเป็นทีม (17%)
สำหรับ Gen Z ความยืดหยุ่นไม่ใช่สวัสดิการพิเศษ แต่คือ “สิ่งที่ควรมี” เพื่อให้ชีวิตกับงานไปด้วยกันได้
2. เรียนรู้จากของจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
- 50% เลือกเรียนรู้จากการทำงานจริง (on-the-job training)
- 25% ให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (mentorship)
- เวิร์กช็อป/สัมมนา 17%
- คอร์สภายนอก ได้รับความสนใจน้อยที่สุด
Gen Z ชอบการเรียนรู้แบบ “ทำไป เก่งไป” มากกว่านั่งเรียนแล้วไม่ได้ใช้
3.โตได้จริง วัฒนธรรมดี ชีวิตไม่พัง
- 52% ของ Gen Z อยู่กับองค์กรเพราะ “โอกาสเติบโตในอาชีพ”
- 24% ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร
- 20% เลือกความยืดหยุ่นด้านเวลางานและสถานที่
ขณะเดียวกัน
- 37% ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในงาน
- 37% ให้ความสำคัญกับสุขภาวะและคุณภาพชีวิต
เงินสำคัญ แต่ สุขภาพจิตและชีวิตที่ดี สำคัญไม่แพ้กัน
แล้วอะไรคือโจทย์ยากขององค์กร?
แม้ Gen Z จะเก่งดิจิทัล (52%) และมีความคิดสร้างสรรค์ (25%)
แต่ 44% ของผู้จัดการ มองว่าการทำงานร่วมกับ Gen Z ไม่ง่าย
เหตุผลหลักคือ
- วิธีคิดและสไตล์การทำงานต่างจากรุ่นก่อน
- ชอบสื่อสารแบบ digital-first เร็ว ตรง ประหยัดเวลา
- แต่บางครั้งถูกมองว่าขาดทักษะการสื่อสารแบบเผชิญหน้า
นี่ไม่ใช่ปัญหาความสามารถ แต่คือ “ช่องว่างระหว่างวัย” ที่ต้องจัดการให้ดี
องค์กรควรปรับอย่างไร ถ้าอยากรั้ง Gen Z ให้อยู่ยาว?
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ไฮบริดหรือรีโมตได้ พร้อมโครงสร้างงานที่ชัดเจน
- เน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำ + soft skills เช่น เวิร์กช็อป, ภาวะผู้นำ การสื่อสาร
- ดูแลสุขภาวะอย่างจริงจัง สุขภาพจิต การเงิน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
- สร้างระบบพี่เลี้ยงและการทำงานข้ามรุ่น ลดช่องว่างวัย แลกเปลี่ยนทักษะซึ่งกันและกัน
- ให้ feedback เร็ว ชัด และสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ประเมินผล แต่ช่วยให้เห็นทางเติบโต
- จัดเครื่องมือและเทคโนโลยีให้พร้อม พร้อมสอนใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
มองไปข้างหน้า Gen Z คือโอกาส ไม่ใช่ปัญหา
Gen Z คือคนทำงานที่ปรับตัวไว เก่งเทคโนโลยี และมีพลังสร้างสรรค์
หากองค์กรปรับวัฒนธรรมให้สอดคล้อง สื่อสารให้ชัด และเปิดใจรับความต่าง



