‘ธนาคารกรุงศรีอยุธยา’ ประกาศทิศทางธุรกิจในปี 2569 ชูกลยุทธ์ ‘ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน’ เพื่อรับมือโลกในยุคที่มีความผันผวนสูง และเศรษฐกิจไทยเองต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน
กลยุทธ์ดังกล่าว จะเป็นการผสานพลังของทุกกลุ่มธุรกิจของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั้งในไทยและเครือข่ายในอาเซียน รวมถึงเครือข่ายของ MUFG เพื่อสร้างการเติบโตแบบสมดุลและยั่งยืน โดยมี 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ได้แก่
- Customer First: การยึดลูกค้าเป็นที่ตั้ง โดยเน้นการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ “ออกแบบเฉพาะบุคคล” (Personalized) และเชื่อมต่อบริการอย่างไร้รอยต่อในทุกช่องทาง
- Transform with AI & Technology: เร่งการนำ AI มาใช้ในทุกมิติ ทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน บริหารความเสี่ยง และยกระดับระบบ Core Banking ให้รองรับโลกอนาคต
- ONE Krungsri Collaboration: การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวทั้งในไทยและเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ‘เคนอิจิ ยามาโตะ’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังมองว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน และกรุงศรีได้วาง 5 วาระเร่งด่วนเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่
1.แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน: เน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพและให้ความรู้ทางการเงิน
2.เสริมแกร่ง SME: สนับสนุนให้ SME ปรับตัวและเข้าถึงแหล่งเงินทุน
3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน: ด้วยการเชื่อมโยงศักยภาพของเครือ MUFG ในระดับภูมิภาค(ASEAN)
4.การเร่งขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ : เน้นผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกภาคส่วน
5.สร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน: เน้นความโปร่งใสและเสถียรภาพเพื่อสร้างความไว้วางใจ เช่น ใช้ AI ป้องกันภัยทุจริตและบัญชีม้าแบบเรียลไทม์
รวมแอปเป็น One Stop Service
นอกจากนี้ ทางธนาคารกรุงศรีอยุธยายังได้มีการบูรณาการบริการทั้งธนาคาร, กรุงศรี ออโต้, กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ให้มาอยู่ในรูปแบบ One Stop Service เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น จะรวมแอปฯยอดนิยมของกรุงศรีฯ ได้แก่ Kept by krungsri: แอปบริหารเงินแนวใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่, UChoose: แอปไลฟ์สไตล์และจัดการบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ และ GO by Krungsri Auto: แอปสำหรับผู้ใช้รถและสินเชื่อยานยนต์ มาอยู่ภายใต้แอปฯ หลักของธนาคาร นั่นคือ KMA krungsri app คาดว่าจะเปิดตัวโฉมใหม่ได้ในช่วง ต้นปี 2570
รวมถึงจะมีการแก้ปัญหาความสับสนเรื่องเบอร์ติดต่อ Contact Center ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 20 เบอร์ ให้เหลือเพียง ‘เบอร์เดียว’ และจะปรับโฉมสาขาให้มีบริการครบวงจร ทั้งสินเชื่อรถยนต์ บัตรเครดิต และการลงทุน ในจุดบริการเดียว
เติบโตแบบสมดุลและยั่งยืน
สำหรับเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ทางธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งเป้าสินเชื่อมีการเติบโต 2-4% มุ่งรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ไว้ที่ระดับ 4.0-4.3% และอัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 2.50-2.75%
ขณะเดียวกันได้วางเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยต้องการผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืน (ESG Finance) และตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อสีเขียวและสังคมไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573



