คนโสด = ภาระน้อย-กำลังซื้อเยอะ
ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ปี 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนไทย 23.9% อยู่ในสถานะโสด และถ้าดูเฉพาะวัย 15 – 49 ปี สัดส่วนคนโสดพุ่งไปถึง 40.5% เกือบครึ่งหนึ่งของคนวัยทำงาน
นี่คือภาพของ “Solo Economy” หรือเศรษฐกิจคนโสด ที่กำลังกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคสำคัญ เพราะมีรายได้ของตัวเอง ตัดสินใจใช้เงินเอง และกล้าลงทุนกับความสุขส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่อง “บ้าน”
ผลสำรวจพบ คนโสด 74% ตั้งเป้าอยากมีบ้าน
ผลสำรวจพฤติกรรมซื้อ – เช่าอสังหาฯ ของ DDproperty พบว่า
- 61% ของคนโสด มีแผนย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ภายใน 1 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยคนทั่วไปที่ 42%
- 74% สนใจซื้อบ้าน/คอนโดฯ เป็นของตัวเอง
- มีเพียง 26% ที่เลือกเช่า
พูดง่าย ๆ คือ คนโสดจำนวนมากไม่ได้อยากอยู่ลอย ๆ แต่อยากมี “ทรัพย์สิน” เป็นของตัวเองตั้งแต่อายุยังไม่มาก
บ้านต้อง Pet Friendly เพราะสัตว์เลี้ยงคือ “ลูก”
อีกจุดที่ชัดมากคือ ไลฟ์สไตล์ของคนโสด ในการเลือกบ้าน มากกว่า 76% ของคนโสด สนใจโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Pet-friendly เพราะอยู่คนเดียว เลยเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนคลายเหงา และไม่ได้เลี้ยงแบบผ่าน ๆ แต่เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว ตามเทรนด์ Pet Humanization
ดังนั้น บ้านยุคใหม่สำหรับคนโสดจึงไม่ใช่แค่ห้องเล็ก ๆ ใกล้รถไฟฟ้า แต่ต้องตอบโจทย์ เช่น
- เลี้ยงสัตว์ได้
- มีพื้นที่ใช้ชีวิต
- อยู่สบายในระยะยาว
22% ตั้งเป้าเก็บเงินซื้อบ้านเป็นอันดับแรก
ถ้าดูแผนการใช้เงินของกลุ่มคนโสดไทย ในช่วง 1 ปีข้างหน้า พบว่า
อันดับ 1 เก็บเงินซื้อบ้าน/คอนโดฯ (22%)
อันดับ 2 ใช้จ่ายเพื่อครอบครัว (14%)
อันดับ 3 ใช้ท่องเที่ยว (14%)
อันดับ 4 เก็บเงินสร้างกองทุนฉุกเฉิน (13%)
อันดับ 5 เก็บเงินซื้อรถ (8%)
ที่น่าสนใจคือ เรื่องบ้านยังคงเป็น “เป้าหมายใหญ่” มากกว่าการเที่ยวหรือซื้อรถเสียอีก

ส่วนด้านสถานะเงินออมคนโสดตอนนี้
- 38% ออมเงินเพื่อซื้อบ้านได้ “ครึ่งทางแล้ว”
- 31% มีเงินพอซื้อแล้ว
- อีก 31% ยังไม่ได้เริ่มออม
สะท้อนว่ากลุ่มนี้คิดจริง วางแผนจริง ไม่ได้ฝันลอย ๆ

เทคนิคกู้บ้านฉบับคนโสด ต้องคิดมากกว่าคนมีคู่
การกู้บ้านคนเดียวหมายถึง “รับภาระคนเดียว” ธนาคารจึงดูเข้ม โดยเฉพาะเรื่อง DSR (ภาระหนี้ต่อรายได้) ที่ไม่ควรเกิน 40%
สรุปหัวใจสำคัญการกู้บ้านคนเดียวแบบเข้าใจง่าย ดังนี้
1. เลือกขนาดและราคาที่ไม่เกินตัว : อย่าซื้อใหญ่เกินจำเป็น เพราะต้องผ่อนยาวคนเดียว
2. เครดิตต้องดี : ไม่มีหนี้ค้าง ไม่จ่ายขั้นต่ำเรื้อรัง เพราะเครดิตบูโรดูย้อนหลัง 3 ปี
3. มีเงินดาวน์แม้ LTV ผ่อนคลาย : แม้ช่วง 1 พ.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569 จะกู้ได้ 100% แต่การมีเงินดาวน์ 10 – 20% ช่วยเพิ่มโอกาสผ่านและลดค่างวด
4. ลดหนี้ก่อนยื่นกู้ : หนี้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด หนี้ผ่อนสินค้า ควรเคลียร์ให้เบาที่สุด
5. รายได้ต้องนิ่ง มีหลักฐานชัดเจน : ทั้งเงินเดือน รายได้เสริม เงินออม ยิ่งชัด ธนาคารยิ่งมั่นใจ
6. ถ้าไม่ไหว กู้ร่วมได้ แต่คิดดี ๆ : กู้กับพ่อแม่หรือญาติช่วยเพิ่มวงเงิน แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกันจนจบสัญญา
ซื้อบ้านตอนโสด แล้วแต่งงานทีหลัง บ้านจะโดนแบ่งไหม?
หลายคนกังวลเรื่องนี้ โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ชี้ว่า ทรัพย์สินที่มี “ก่อนสมรส” ถือเป็น สินส่วนตัว ไม่ถูกนับเป็นสินสมรส และไม่ถูกแบ่งครึ่งหากหย่า
ดังนั้น ถ้าซื้อบ้านตอนยังโสด บ้านนั้นยังเป็นของคุณ แต่ถ้าภายหลังอยากเพิ่มชื่อคู่สมรส ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน และมีค่าใช้จ่าย เช่น
- ค่าธรรมเนียมให้ 0.5%
- ภาษีเงินได้
- อากรแสตมป์ 0.5% หรืออาจเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แล้วแต่กรณี





