เจาะลึกเรื่องราวของแบรนด์แว่นตาหรูระดับตำนานจากฝรั่งเศส Henry Jullien และบริษัทแม่ในปัจจุบันอย่าง iVision Tech จากอิตาลี ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากทั่วโลก โดยเฉพาะหลังจากเกิดปรากฏการณ์ “Macron Effect” ในงานประชุมประจำปีครั้งที่ 56 ของเวทีเศรษฐกิจโลก (WEF) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เชื่อว่าหลายคนคงเห็นภาพประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron สวมแว่นกันแดดสุดเท่ในงาน World Economic Forum ที่ดาวอสแล้ว โดยหุ้นของ iVision Tech พุ่งสูงขึ้นถึง 28% – 65% ภายในสัปดาห์เดียว หลังจากที่ประธานาธิบดี Macron สวมแว่นกันแดดทรงนักบินรุ่น Pacific S 01 จากแบรนด์ Henry Jullien ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน
รายงานระบุว่าเว็บไซต์ของ Henry Jullien ประสบปัญหาล่มชั่วคราวเนื่องจากมีผู้เข้าชมจำนวนมหาศาล และบริษัทต้องวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตรุ่นดังกล่าวจากปกติ 100 ชิ้นต่อปี เป็น 1,000 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการที่ล้น หลาม
จากข้อมูลล่าสุด ผลประกอบการและสถานะทางการเงินของ iVision Tech บริษัทแม่ของแบรนด์ Henry Jullien มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยรายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2025 ว่าบริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 41.8% และมี EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) พุ่งสูงถึง 77.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ในส่วน iVision Tech บริษัทระบุว่าจะยังคงเดินหน้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในปี 2025 ได้เข้าซื้อกิจการ D.E.C. Elettronica S.r.l. ทั้งหมด 100% เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับแว่นตาอัจฉริยะ
แว่นตาอัจฉริยะของ iVision Tech มีชื่อว่า iSee โดยเป็นโครงการแว่นตาอัจฉริยะสำหรับผู้พิการทางสายตาที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นอุปกรณ์การแพทย์ Class 1 ในเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นนวัตกรรมหลักที่เชื่อว่าจะช่วยขยายตลาดในอนาคต
Henry Jullien ประวัติยาวนาน
ก่อนจะไปลงลึกถึงธุรกิจของ iVision Tech เราควรทำความรู้จักกับ Henry Jullien แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นในปี 1921 โดยนาย Henry Jullien ที่เมือง Morez ในแคว้น Jura ทางตะวันออกของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของอุตสาหกรรมแว่นตาฝรั่งเศสมาตั้งแต่อดีต
วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งคือการยกระดับกรอบแว่นตาจากเครื่องมือแก้ไขปัญหาสายตาธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นเครื่องประดับชั้นสูง เทียบชั้นอัญมณีและนาฬิกาหรู
สิ่งที่ทำให้ Henry Jullien แตกต่างและมีชื่อเสียงระดับโลกคือความเชี่ยวชาญในการผลิตกรอบแบบเติมทอง Gold-Filled หรือที่เรียกว่า Double Or Laminé ซึ่งเป็นเทคนิคการหลอมชั้นทองคำแท้เข้ากับโลหะฐานอย่างถาวร ไม่ใช่แค่การชุบเคลือบแบบทั่วไป ทำให้กรอบแว่นมีความทนทานสูงมาก ทองไม่ลอก และยังคงความเงางามได้ยาวนาน
การผลิตแต่ละชิ้นนั้นต้องผ่านขั้นตอนกว่า 279 ขั้นตอน ใช้เวลาถึง 4 เดือน และทำด้วยมือทั้งหมดโดยช่างฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือคอลเลกชัน Nano Studio ที่ใช้เหล็กเกรดอวกาศ Sandvik Nanoflex และคอลเลกชัน Hybrid ที่ผสมผสานโลหะ gold-filled แบบดั้งเดิมกับ acetate คุณภาพสูงจากอิตาลี
ในปี 1990 โรงงานย้ายไปอยู่ที่เมือง Lons-le-Saunier เมืองหลวงของแคว้น Jura และในปี 2018 บริษัทได้รับการยกย่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้เป็น Entreprise du Patrimoine Vivant หรือ “บริษัทมรดกทางชีวิต” ที่มีฝีมือหัตถกรรมอันยอดเยี่ยม
มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2023 เมื่อเดือนกันยายน แบรนด์ Henry Jullien ถูกเข้าซื้อกิจการโดย iVision Tech SpA บริษัทจากอิตาลี ทำให้เกิดการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างมรดกหัตถกรรมฝรั่งเศสกับความเชี่ยวชาญด้านดีไซน์และการผลิตแบบอิตาลี
กระทั่งปีนี้ ประธานาธิบดี Emmanuel Macron สวมแว่นรุ่น Pacific S 01 จากคอลเลกชัน Doublé Or ของ Henry Jullien ในงานดาวอส สร้างกระแสไวรัลทั่วโลกทันที
iVision Tech สตาร์ทอัพดาวรุ่ง
iVision Tech บริษัทแม่ของ Henry Jullien ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2020 โดยครอบครัว Fulchir ได้แก่ Stefano, Eva และ Federico Fulchir มีสำนักงานใหญ่ที่เมือง Martignacco ประเทศอิตาลี ซึ่งเริ่มต้นด้วยการซื้อโรงงานท้องถิ่นจาก Safilo ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน เพื่อสร้างฐานการผลิตแว่นตาอิสระในแคว้น Friuli-Venezia Giulia
ในช่วงการระบาดของ COVID-19 บริษัทปรับสายการผลิตไปทำหน้ากากอนามัยชั่วคราว ก่อนจะกลับมาโฟกัสที่กรอบแว่นตาอย่างเต็มตัว
ปี 2023 เป็นปีแห่งการเติบโตอย่างรวดเร็ว เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Growth Milan เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ระดมทุนได้ 2 ล้านยูโร และเพียงเดือนถัดมา ก็เข้าซื้อ Henry Jullien ถือเป็นการก้าวเข้าสู่เซกเมนต์แว่นตาหรูอย่างเต็มตัว
ต่อมาในปี 2024-2025 บริษัทเดินกลยุทธ์ M&A เชิงรุก ซื้อกิจการถึง 4 แห่ง รวมถึงการถือหุ้น 60% ใน IVILENS จากบัลแกเรีย เพื่อขยายเข้าสู่การผลิตเลนส์สายตา ทำให้ควบคุมการผลิตได้ครบวงจรตั้งแต่กรอบจนถึงเลนส์ นอกจากนี้ยังตั้งแผนก R&D เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ อย่างโครงการ iSee แว่นตาอัจฉริยะที่ช่วยผู้พิการทางสายตา ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีของบริษัทได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบัน iVision Tech ดำเนินธุรกิจผ่านหลายส่วน ได้แก่ iVision Eyewear ผลิตกรอบแว่น “Made in Italy” แบบ B2B ให้แบรนด์หรูต่าง ๆ นอกจากนั้นคือ Henry Jullien แบรนด์แว่นตาหรูที่ผลิตในฝรั่งเศส รวมถึง iVILens ที่ผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตา และ iVision R&D ที่วิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับผู้มีปัญหาการมองเห็น
วันนี้ บริษัทมีพนักงานมากกว่า 340 คน และฐานการผลิตกระจายอยู่ในอิตาลี ฝรั่งเศส และบัลแกเรีย ทุกชีวิตล้วนมีส่วนทำให้ Henry Jullien และ iVision Tech พร้อมเดินหน้าสู่ยุคของ smart eyewear ในอนาคต.
ที่มา : Eyes Road, iVision Tech, Euronext, Bloomberg
